บทความ
อุตสาหกรรมเบาะนั่งหนังแท้
นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อุตสาหกรรมรถยนต์ไม่ได้พัฒนาแต่เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์หรือสมรรถนะเท่านั้น
อุปกรณ์ภายในทั้งหลายก็ได้รับการพัฒนาไปด้วย โดยเฉพาะเบาะนั่ง ซึ่งนับเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของรถยนต์
แต่เดิมนั้น นิยมทำเบาะจากผ้า และพัฒนามาเป็นเบาะกำมะหยี่ แต่ด้วยค่านิยมความโก้หรู
ตลอดจนคุณสมบัติด้านความสวยงาม และทนทาน ทำให้เบาะหนังแท้ เป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างแพร่หลาย
ปัจจุบันนี้มีนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาทำธุรกิจด้านนี้ร่วมกับคนไทย และที่คนไทยทำเองล้วนๆ ก็มี
จนกลายเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังโตแบบเงียบๆ ไปแล้ว
ในส่วนของผู้บริโภค มักมีปัญหาตรงที่ไม่รู้ว่า เบาะหนังแท้กับหนังเทียมต่างกันอย่างไร
รวมถึงการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อไม่ให้เสื่อมสภาพก่อนกำหนด
สามผู้ประกอบการรายใหญ่
KIN'S AUTO DESIGN
วีระ ศรีสงวนสัตย์ กรรมการผู้จัดการ KIN'S AUTO DESIGN ผู้มีประสบการณ์ด้านนี้มากว่า 10 ปี
จากการผลิตเบาะหนังรถยนต์ส่งออกไปยังประเทศ ไต้หวัน แต่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ
หันมาทำธุรกิจภายในประเทศแทน โดยเริ่มจากการเป็นแผนกหนึ่งของบริษัท AUTOMOTIVE LEATHER
จนกระทั่งปัจจุบัน มีกำลังการผลิตเดือนละ 1,000 คัน
กิจการของตระกูล ศรีสงวนทรัพย์ แต่เดิมนั้นเป็นโรงฟอกหนัง ศรีงาม ที่ทำธุรกิจฟอกหนังมาร่วม 40 ปี
แต่เป็นหนังสำหรับทำ รองเท้า และกระเป๋า ปัจจุบัน คิน ออโท ดีไซจ์น เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท ออโตโมทีฟ เลเทอร์
จำกัด ที่ผลิตเบาะหนังแท้ในรูปของโรงงาน โดย "คิน" เป็นชื่อของสินค้าเพื่อสร้างแบรนด์ของคนไทยขึ้นมา
เป้าหมายผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง ให้ลูกค้าได้ใช้เบาะหนังรถแท้ๆ เพราะร้านเบาะบางเจ้า ต้องการกำไร
ไม่สนใจคุณภาพ เอาหนังเฟอร์นิเจอร์
มาทำเบาะรถยนต์
สำหรับลูกค้าของ คิน นั้นเป็นส่วนของตลาดทดแทน โดยเฉพาะโชว์รูมรถยนต์ในประเทศ ไทย ไม่ว่าจะเป็น
ฮอนดา/โตโยตา/นิสสัน และมิตซูบิชิ จะสั่งทำเบาะหนังแท้เพื่อเป็นตัวเลือกหรือของแถมให้แก่ลูกค้า
แต่ในปัจจุบันโชว์รูม ก็สั่งสินค้าจากหลายแห่ง ทำให้ราคาแพงกว่า 5-10 % ของ คิน มีผลต่อต้นทุนของโชว์รูม
ดังนั้นถ้าลูกค้าไม่เรียกร้อง โชว์รูมก็จะแถมสินค้าเกรดต่ำ และบางทีลูกค้าก็เรียกร้องในทางอ้อม เช่น
ไปชอพโชว์รูมทุกแห่ง ที่ไหนให้ของแถมมากกว่าก็จะซื้อที่นั่น โชว์รูมต้องการยอดขายจึงต้องแถมของคุณภาพต่ำ
ฉะนั้นเวลาซื้อรถอย่าบีบดีเลอร์ให้แถมของมากที่สุดเป็นที่ตั้ง ควรเน้นที่คุณภาพมากกว่าปริมาณ
วัตถุดิบของ คิน จะนำเข้ามาจาก ยุโรป/ออสเตรเลีย และ สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะแพงกว่าวัตถุดิบในประเทศประมาณ 20-
30 % แต่หนังสัตว์ของ ไทย ก็จะมีราคาแพงขึ้นเนื่องจากจำนวนวัวมีน้อยลง โดยเฉพาะหนังของกระบือ
ส่วนเหตุผลที่ไม่ใช้วัตถุดิบในประเทศ เพราะมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ หามาตรฐานไม่ได้
"ราคาที่แพงนั้นก็มีปัญหา บริษัทต้องพยายามให้ความรู้แก่ลูกค้า ซึ่งเห็นถึงความแตกต่างของหนังแต่ละชนิด
เนื่องจากเบาะหนังสเปครถยนต์นั้น จะมีความทนทานกว่าหนังรองเท้า หรือกระเป๋า
แต่มองเห็นถึงความแตกต่างได้ยากมาก สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือ ใบรับประกันสินค้า หรือระยะเวลาในการใช้งาน
และที่สำคัญการจะออกรถใหม่ ให้เน้นของที่มีคุณภาพมากกว่าจำนวนของแถม"
ในตลาด "คิน" เป็นเจ้าเดียวที่มีโรงฟอกหนังของตัวเอง รายอื่นนั้นต้องซื้อหนังมาผลิต
อย่างไรก็ตามคาดว่าในอนาคตจะมีรายใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะธุรกิจนี้เป็นเคกก้อนใหญ่
แต่ราคาสินค้าจะค่อนข้างต่ำมาก เพราะใช้วัตถุดิบที่ไม่มีคุณภาพ เป็นเหตุให้ คิน ไม่กล้าลงไปแข่งในตลาดล่าง
เนื่องจากมีราคาแพงกว่า 5-10 % แต่จริง ๆ แล้วหากลูกค้ายอมจ่ายเพิ่มเพียง 2,000-5,000 บาท จะได้ความคุ้มค่ามากกว่า
"เจ้าใหม่ที่กระโดดเข้ามาตอนนี้ค่อนข้างจะลำบาก เนื่องจากราคาเริ่มตกต่ำจากเดิม 40,000-50,000 บาท
ปัจจุบันเหลือเพียง 20,000 กว่าบาทเท่านั้น เนื่องจากมีคู่แข่งมาก ซึ่งแต่เดิมมีในตลาดเพียงไม่กี่ราย"
วีระ กล่าวต่อว่า "ราคาที่ต่ำลงนั้นจะเป็นผลเสีย ทำให้มีสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเกิดในตลาดมากขึ้น
เมื่อไรที่ผู้บริโภคเบื่อหน่าย ผลเสียจะตกกับผู้ที่ประกอบธุรกิจเบาะหนัง ดังนั้นผู้ประกอบการที่มีมาตรฐาน
ควรรวมตัวกันต่อต้านสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และพยายามสร้างความรู้ให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกสินค้านั้น"
ความนิยมของผู้บริโภคที่หันมาใช้เบาะหนังแท้ มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เพราะค่านิยมรวมทั้งข้อดีของหนังแท้ในด้านการป้องกันฝุ่น น้ำ เพราะหนังจะไม่เก็บฝุ่น ไม่เปียกน้ำ
ทำความสะอาดง่าย และราคาก็ไม่แพงมากนัก
ในอนาคตเบาะหนังแท้ จะเป็นสินค้าที่ติดมากับตัวรถ เหมือนกับออพชันอื่น แต่ส่วนใหญ่จะผสมพีวีซี
คือด้านหน้าของเบาะจะเป็นหนังแท้ แต่ด้านข้างกับด้านหลังจะเป็น พีวีซี หากมาจากโรงงานก็จะเป็น พีวีซี
สเปครถยนต์ หรืออย่างดี แต่ถ้าทำข้างนอกหรือเป็นของแถม อาจจะเป็น พีวีซีคุณภาพทั่วไป ขณะที่ราคาจะโอเวอร์
เช่น บางรุ่น เพิ่มถึง 30,000-50,000 บาท ถ้าทำข้างนอกราคาจะไม่สูงขนาดนี้ และได้หนังแท้ล้วน
หากต้องการความมั่นใจให้ขอใบรับประกันด้วย แม้ว่าจะเป็นของแถมก็ตาม
เบาะ พีวีซี ล้วนๆ จะมีข้อเสีย คือ เก็บความร้อน และไม่คลายความร้อน ไม่เก็บความเย็น เบาะหนังจะเย็นเร็วมาก
เพราะ พีวีซี ทำจากพลาสติค ส่วนหนังนั้นเกิดจากผิวหนังของสัตว์มีรูขุมขน มีไฟเบอร์ ทำให้การละลายความร้อนดีขึ้น
แต่ที่นิยมใช้นั้นเนื่องจากมีราคาถูก โดยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว คนนิยมใช้กันมาก ปัจจุบันหันมานิยมใช้เบาะหนังแท้กัน
เนื่องจากราคาไม่แตกต่างกันมาก โดยขณะนี้การเปลี่ยนเบาะกำมะหยี่ชุดหนึ่งกับหนังแท้ราคาห่างกันเพียง 10-20 %
หรือ 3,000-4,000 บาท เท่านั้น
จุดเด่น ของ "คิน"
มีการออกใบรับประกันคุณภาพสินค้า 2 ปี มีบริการเลือกซื้อ บริการหุ้มเบาะหนังแท้รถยนต์ทางเวบไซท์
มีบริการหลังการขายครบวงจร เช่น ขัดเคลือบเบาะ การดูแลรักษาเบาะ ซักเบาะ ฟอกเบาะ
โดยใช้เครื่องมือทันสมัยได้มาตรฐาน และมีโรงงานฟอกหนัง
เอส.ซี.ออโต้ซีทส์
สมชาย ปัดภัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.ซี. ออโต้ซีทส์ จำกัด เผยว่าธุรกิจของบริษัทเริ่มต้นจากการผลิตคอนโซล
ชื่อร้าน สมชายคอนโซล และได้มีการพัฒนาทำเบาะรถเมื่อ 16 ปีที่แล้ว โดยช่วงแรกนั้นทำเบาะรถพิคอัพ เบาะรถตู้
โตโยตา/มิตซูบิชิ และ อีซูซุ จนกระทั่งปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากบริษัทรถยนต์ ทำเบาะรถตู้ให้
โฟล์คสวาเกน/เมร์เซเดส-เบนซ์ และเชฟโรเลต์ ซึ่งรถเหล่านี้เป็นรถที่เน้นภายในที่สวยงาม
และส่วนใหญ่จะเป็นรถของบุคคลสำคัญ
งานที่ผลิตในปัจจุบันจะมีทั้งงานตามแบบที่ลูกค้าสั่งให้ทำโดยตรง และงานที่บริษัทออกแบบเอง
นอกจากนี้ยังผลิตส่งไปยังต่างประเทศตามแบบที่สั่ง เช่น ญี่ปุ่น/สิงคโปร์/มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
ส่วนวัตถุดิบที่นำมาผลิตนั้น จะซื้อมาจาก บริษัท ชัยวัฒนาค้าหนัง และบุรารักษ์แทนเนรี จำกัด
เนื่องจากบริษัทไม่มีโรงงานฟอกหนังเอง
ผู้ผลิตเบาะรถยนต์รายใหม่ๆ ไม่ใช่คู่แข่งของบริษัทเท่าไร
เนื่องจากรายใหม่มักให้บริการเปลี่ยนหนังหุ้มเบาะตามโครงสร้างเดิมของรถมากกว่า
ร้านค้าหรือบริษัทที่ทำสินค้าประเภทเดียวกับ เอส. ซี. ฯ จะต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 15-20 ปี
ทำให้กลุ่มผู้ผลิตเบาะรถตู้ยังมีไม่เพียงพอกับความต้องการในตลาด
การผลิตเบาะหนังแท้สำหรับรถยนต์ตลาดยังมีความต้องการสูง เนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มกระเตื้องขึ้น
การจำหน่ายรถยนต์ก็มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีเสน่ห์ในตัว คลาสสิค การใช้งานยาวนาน
ถ้าได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง หนังแท้ก็จะสามารถอยู่ได้นานเกิน 10 ปี ดูใหม่เสมอ ลงน้ำยาขัดก็ได้เบาะใหม่แล้ว
แตกต่างจากหนังไวนิล หรือกำมะหยี่ ใช้ไปสักระยะหนึ่งก็รู้สึกว่าเก่า โดยเฉพาะกำมะหยี่จะดูดซับกลิ่น
ส่วนหนังไวนิล หรือหนังเทียม มีอายุไม่นาน ไม่ดูแลรักษา ตากแดดไม่เกิน 3 ปี จะแตก ถลอก แต่ใช้ช่วงแรกๆ
หนังเทียมผ่านขั้นตอนผลิตที่มีคุณภาพ มีการทำลายหนังเหมือนหนังแท้จะดูด้วยตาเปล่าไม่รู้ว่าเป็นหนังเทียม
สำหรับสินค้าของ เอส. ซี. ฯ มีการรับประกันปกติ 1 ปี แต่ในความเป็นจริงแล้วลูกค้าจะได้รับการดูแลเอาใจใส่
เนื่องจากบริษัทจะมีการแนะนำลูกค้าต่อเนื่องจากการดูแลและบริการ
จุดเด่นของ เอส. ซี.ฯ
เน้นการออกแบบดีไซจ์น ตกแต่งรถตู้ให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า ซึ่งมักเป็นผู้ใหญ่ เมื่อขึ้นรถแล้วต้องการพักผ่อน
ดังนั้นเบาะนั่งจะเน้นความสบายเหมือนโซฟาในบ้าน มีความนุ่ม ปรับนอนได้สะดวก โดยจะตกแต่งใหม่ทั้งหมด
และที่ไม่เน้นรถเก๋งเนื่องจากไม่เน้นงานดีไซจ์น ร้านทั่วไปก็ทำได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ประสบการณ์
หรือการออกแบบพิเศษ
พระราม 2 ยนตรการ
บริษัท พระราม 2 ยนตรการ จำกัด เป็นผู้ผลิตเบาะหนังรถยนต์ทุกชนิด แต่งานหลักจะเป็นรถตู้
เนื่องจากรถตู้จะเน้นที่ความสะดวกสบายมากกว่าจึงนิยมทำเบาะใหม่
พันธ์ศักดิ์ ลีนาวงศ์ กรรมการผู้จัดการ เผยว่า ปัจจุบันเบาะหนังรถยนต์มีราคาถูกลงกว่าในอดีตมาก
จากปัจจัยหลายประการ คือ
1. งานที่ทำเป็นแบบมวลมากขึ้น และทำจากรถใหม่ เห็นได้ชัดเจนจากงานทำเบาะ แต่เดิมนั้นจะวัดชิ้นงานเป็นคัน
แต่ปัจจุบันจะวัดชิ้นงานเป็นโหล จึงประหยัดวัสดุได้มากกว่า
2. คุณภาพหนังต้องใช้เวลาพิสูจน์ระยะยาว มองด้วยตาเปล่าไม่มีโอกาสรู้ มีการหลบงาน
โดยชิ้นหนังแต่ละส่วนจะมีความทนไม่เท่ากัน อย่างเช่น หนังตัวจะทนกว่าหนังท้อง ที่นิยมนำไปทำเฟอร์นิเจอร์
ชิ้นงานหลบแบบนี้ราคาจะถูกกว่าครึ่งหนึ่ง
3.ใช้วัสดุผสม เช่น หนังผสม พีวีซี โดยทั่วไปในปัจจุบันผิวสัมผัส จะใช้หนังแท้
แต่ในส่วนขอบข้างและส่วนที่ไม่ได้สัมผัส จะใช้หนังผสมพีวีซี
อย่างไรก็ตามงานของ พระราม 2 ฯ นั้น ต้นทุนสูง และราคาจะแพงกว่าร้านโดยทั่วไป เนื่องจากเป็นงานตัดทีละคัน
มีรูปแบบที่แตกต่างหรือเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของลูกค้า
บริษัทไม่ได้เข้าไปรับงานจากโชว์รูมหรือตัวแทนจำหน่ายรถยนต์
ซึ่งถ้าเข้าไปเจาะตลาดในส่วนนั้นการแข่งขันจะค่อนข้างสูง
การรับประกันของงานก็ดูจากการใช้งาน ถ้าเกิดจากข้อบกพร่องของบริษัทจะรับผิดชอบตลอดอายุการใช้งาน
เนื่องจากบริษัทดำเนินธุรกิจมากว่า 20 ปี มีลูกค้าให้การยอมรับเป็นจำนวนมาก
ส่วนวัตถุดิบที่นำมาผลิต จะเป็นหนังภายในประเทศทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่าคุณภาพหนังไทยเทียบได้กับต่างประเทศ
หรือดีกว่า โดยขึ้นอยู่กับสภาพของโรงงานและคุณภาพของหนังด้วย เพราะหนังจะมีหลายชั้น ส่วนใหญ่
ชั้นหน้าผิวหรือหนังชั้นแรก จะมีลายน้อย มีตำหนิ คนไม่นิยม แต่หนังส่วนนี้จะดีที่สุด ถือเป็นหนังคุณภาพ
ให้ความรู้สึกที่ดี หนังชั้นสอง จะไม่มีลาย จึงต้องมีการอัดลาย
ในด้านราคาหนังนำเข้าจะแพงกว่าหนังในประเทศเกือบครึ่ง
การย้อมสี และการพ่นสี ปัจจุบันนี้พัฒนาเป็นโรงงานใหญ่ที่ใช้เครื่องจักรพ่นแล้ว ส่วนการย้อมนั้นเป็นย้อมผิว
หมายถึงการย้อมไส้ใน คือ ย้อมให้เนื้อด้านในเป็นสีเดียว หรือใกล้เคียงสีที่จะพ่น
และก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของหนังด้วยว่าเป็นผิวหนังชั้นไหน
ส่วนความนุ่มของหนังนั้นเกิดจากการสั่งเข้าไปในโรงงานว่าต้องการนุ่มหรือแข็ง นุ่มมากคือ การเข้าเครื่องปั่นมาก
มีผลกับการใช้งานอยู่บ้าง ส่วนความต้องการนุ่มหรือแข็ง ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความต้องการ ตัวอย่างเช่น หนังรถ
เมร์เซเดส-เบนซ์ จะแข็ง เพราะถ้าหนังนุ่มจะไม่ตึง แต่ถ้าเป็นรถ ญี่ปุ่น ก็จะเน้นนุ่ม
จุดเด่นของพระราม 2
งานมีคุณภาพ ใช้วัสดุอย่างดี มีความรับผิดชอบ รวมถึงการบริการหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน
บนพื้นฐานของการใช้งานอย่างถูกวิธี
หนังแท้/หนังเทียม รู้ได้อย่างไร
วิธี ตรวจสอบหนังแท้ กับ พีวีซี ให้ทดลองกดลงที่หนัง หากเป็นของแท้จะเห็นความย่นของหนังเด่นชัด
แต่ถ้าเป็นของปลอม จะไม่มีรอยย่น หรือลองใช้ไฟลนเลย ซึ่งถ้าเป็น พีวีซี ภายใน 5 วินาที จะละลาย
แต่หนังแท้จะไม่เป็นอะไร
ส่วนการตรวจสอบระหว่างหนังสเปครถยนต์ กับไม่ใช่สเปครถยนต์ยาก
จะต้องตัดชิ้นหนังไปเข้าห้องแลบเพื่อเชคเรื่องต่างๆ เช่น การถู การทนแสง และสี จะเพี้ยนในกี่ชั่วโมง ฯลฯ
นอกจากนี้หนังแท้กับหนังเทียม มีความแตกต่างที่สังเกตได้ง่ายอีกอย่างหนึ่งก็คือ
ดูจากด้านหลังจะมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ใช้วิธีดม เนื่องจากหนังแท้จะมีกลิ่นของหนัง
หรือการดึง หากเป็นหนังเทียมจะดึงยืดเหมือนพลาสติค แต่ถ้าเป็นหนังแท้เมื่อดึงจะเห็นรูขุมขน
ของแท้ของเทียมความแตกต่างมองไม่เห็น
วิธีการบำรุงรักษาเบาะหนังแท้
1.ใช้ครีมทำความสะอาดหรือเคลือบ ควรใช้ครีมสูตรน้ำ ไม่ควรใช้ครีมที่มีสารทินเนอร์ผสม
และไม่ใช้ครีมที่ทำได้ทั้งความสะอาดและเคลือบ ไม่ควรใช้น้ำยาเคลือบเงาทุกชนิด
2. ทำความสะอาด 2 สัปดาห์/ครั้ง หลังจากนั้นใช้น้ำยาเคลือบหนังโดยเฉพาะ หลังจากนั้นมำแบบนี้เดือนละครั้ง
ช่วยป้องกันความแข็งกระด้าง ผิวหนังคงทน และกันน้ำ ป้องกันสิ่งสกปรก
3. การเคลือบนั้นไม่ต้องให้เงา ไม่ลื่น ทำไปแล้วให้เหมือนกับสภาพเดิมที่ออกจากโชว์รูมไปครั้งแรกคือด้านๆ
4.ไม่ควรปล่อยให้เบาะหนังแท้แห้ง ควรจะมีการเคลือบน้ำมันอยู่เสมอ ถ้าจอดรถตากแดด จะทำให้หนังแห้ง
ควรจะมีการลงน้ำมันเคลือบ
5. การทำความสะอาดที่ง่ายที่สุด ใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้แห้ง เช็ด ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และสะดวกที่สุด
สำหรับเบาะที่ไม่ได้สกปรกมาก
ABOUT THE AUTHOR
น
นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : -นิตยสาร 399 ฉบับเดือน เมษายน ปี 2545
คอลัมน์ Online : บทความ




