รถล่าสุด
Honda Super-ONE รถไฟฟ้าตะมุตะมิ ราคาเร้า 9.9 แสน ปีนี้มาแค่ 30 คัน
Honda Super-ONE รถยนต์ไฟฟ้า A-Segment EV พัฒนาขึ้นตามแนวคิด “e:Dash Booster” บนพแลทฟอร์มน้ำหนักเบา ที่พัฒนาต่อยอดมาจากรถยนต์ในกลุ่ม N Series ระยะทางวิ่งสูงสุด 253 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC) พละกำลังสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 70 กิโวัตต์/95 แรงม้า เมื่อใช้งาน Boost Mode แรงบิดสูงสุด 162 นิวทันเมตรHighlight
Honda เปิดตัว Honda Super-ONE (ฮอนดา ซูเพอร์-วัน) รถยนต์ไฟฟ้า A-Segment EV สำหรับชื่อ Super-ONE มาจากการสื่อสารถึงความเหนือกว่าที่ทาง Honda ต้องการสะท้อนถึงความโดดเด่นทั้งด้านเอกลักษณ์ และคุณค่าให้แก่ผู้ขับขี่ ผ่านแนวคิด “e:Dash Booster” บนพแลทฟอร์มน้ำหนักเบา ที่พัฒนาต่อยอดมาจากรถยนต์ในกลุ่ม N Series
Honda Super-ONE ราคา 990,000 บาท
ขุมพลัง และสมรรถนะ
Honda Super-ONE พัฒนาขึ้นบนพแลทฟอร์มน้ำหนักเบา ที่ต่อยอดจากรถยนต์ในกลุ่ม N Series มากับช่วงล้อที่มีความกว้าง และยางหน้ากว้างขนาดใหญ่ ทำให้มีเสถียรภาพในการควบคุมรถขณะเข้าโค้ง และเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง
พละกำลังสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 70 กิโลวัตต์/95 แรงม้า เมื่อใช้งาน Boost Mode แรงบิดสูงสุด 162 นิวทันเมตร มากับแบทเตอรีลิเธียม-ไอออนความจุ 29.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางวิ่งสูงสุด 253 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จทั้งแบบ AC และ DC ทำงานกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิทช์ สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ด้วยการกดปุ่มที่แผงเกียร์บริเวณคอนโซลกลาง
Honda Super-ONE จะมี 5 โหมดการขับขี่
ได้แก่ Econ, City, Normal, Sport และ Boost ในขณะที่โหมด Boost จะติดตั้งไว้บนพวงมาลัย
โหมด Econ : เน้นการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อช่วยเพิ่มระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ ผ่านการควบคุมอัตราเร่ง และการชะลอความเร็ว ลดการใช้พลังงานของระบบปรับอากาศ สำหรับการเดินทางไกล หรือเมื่อต้องการประหยัดพลังงาน
โหมด City : โหมดการขับขี่ใหม่ ! ที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Honda Super-ONE โดยเฉพาะ เพื่อการขับขี่ในสภาพการจราจรหนาแน่นในเมือง ด้วยฟังค์ชัน One-Pedal Driving สามารถควบคุมการเร่ง การชะลอความเร็ว และการหยุดรถได้ผ่านคันเร่งเพียงแป้นเดียว
โหมด Normal : สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน นุ่มนวล และเงียบแบบรถยนต์ไฟฟ้า
โหมด Sport : สร้างอารมณ์เร้าใจในการขับผ่านระบบจําลองจังหวะเปลี่ยนเกียร์ (Simulated Gear Shift) ที่ช่วยสร้างจังหวะการเร่ง และการชะลอความเร็ว พร้อมรองรับการเปลี่ยนเกียร์ด้วย Paddle Shift สูงสุด 7 ระดับ อีกทั้ง Active Sound Control สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือน
โหมด Boost : โหมดการขับขี่ใหม่ ! ที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Honda Super-ONE โดยเฉพาะ บูสต์สมรรถนะให้เต็มพิกัดสูงสุด 70 กิโลวัตต์
มิติตัวรถ
มิติตัวถัง (ยาวxกว้างxสูง) : 3,569x1,573x1,616 มม.
ฐานล้อ : 2,516 มม.
น้ำหนักรถ : 1,167 กก.
การออกแบบภายนอก
-
ดีไซจ์นโป่งล้อ (Blister Fenders) ช่วยเน้นสัดส่วนตัวรถแบบ Low & Wide
-
สเกิร์ทข้าง (Side Sill Garnish)
-
ช่องดักอากาศด้านล่าง (Tech Lower Intake) ลวดลายรูปทรง Heat Sink พร้อมช่องรับอากาศบริเวณกระจังหน้า (Offset Power Bulge) และปีกหน้าด้านล่าง (Dynamic Aero Wing)
-
ช่องระบายอากาศด้านหลัง (Rear Breather Duct) ออกแบบให้ช่วยนำอากาศจากด้านหน้าสู่ท้ายรถ ลดแรงต้านอากาศ และเสริมสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์
-
โลโก Honda ด้านท้ายแบบตัวอักษรแนวนอน โทนสี Platinum
-
ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซจ์นสไตล์สปอร์ทแบบ 8 ก้าน ถ่ายทอดแนวคิด Light & Tough
-
ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
-
ไฟหน้าแบบ LED ทรงกลม และไฟท้ายแบบ LED
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
-
กระจกมองข้างปรับ และพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
-
สปอยเลอร์หลัง
การออกแบบภายใน
-
ภายในห้องโดยสารสีธรีโทน ขาว/เทา/ฟ้า
-
เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ท ออกแบบพิเศษเฉพาะรุ่น
-
ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารบริเวณแผงคอนโซล โดยจะเปลี่ยนโทนจากสีน้ำเงินเป็นสีม่วงเมื่อเลือกโหมดการขับขี่ Boost Mode
-
พวงมาลัยหุ้มหนังแท้คุณภาพสูง ตกแต่งด้วย Blue Stitching
-
มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว แบ่งพื้นที่ด้านบนในการแสดงตำแหน่งเกียร์เสมือน (Simulated gear level display) และแบ่งพื้นที่การแสดงข้อมูลการขับขี่เป็น 3 มาตรวัด (Triple Meter Design) ดังนี้
- มาตรวัดที่ 1 : มาตรวัดอุณหภูมิแบทเตอรี (Battery temperature) แสดงอุณหภูมิแบทเตอรีเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพของระบบ EV
- มาตรวัดที่ 2 : ในโหมด Econ, Normal และ City แสดงมาตรวัดอัตราการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ (Energy Consumption) และในโหมด Sport และโหมด Boost แสดงมาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ (Tachometer) ที่แสดงผลรอบเครื่องยนต์เสมือนจริง
- มาตรวัดที่ 3 : มาตรวัดกำลังขับ (Power meter) แสดงกำลังขับของมอเตอร์ไฟฟ้า และพลังงานที่ชาร์จกลับเข้าสู่แบทเตอรีจากระบบ Regenerative Braking แบบเรียลไทม์ -
ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) ช่วยควบคุมการชะลอความเร็วโดยไม่ต้องเหยียบเบรค รองรับการใช้งานได้ในโหมดการขับขี่ Econ, Normal และ City พร้อมปรับระดับแรงหน่วงจากระบบ Regenerative Braking ได้ผ่านแป้นควบคุมหลังพวงมาลัยได้สูงสุด 6 ระดับในโหมด Econ และ Normal และ 4 ระดับในโหมด City
-
ระบบเบรคมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake : EPB)
-
ระบบ Auto Brake Hold
Honda Super-ONE รุ่นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น (CBU) มีให้เลือก 1 รุ่น กับสีภายนอก สีใหม่ ! สีเทาลูมินัส (Luminous Gray) มาพร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน) พร้อมสีภายในห้องโดยสารสีธรีโทน (ขาว/เทา/ฟ้า) ตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า
เทคโนโลยี และการเชื่อมต่อ
-
Google Built-in
-
ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง Bose 8 ตำแหน่ง ลำโพง Mid-range บริเวณกลางคอนโซลหน้า ลำโพง Tweeter บริเวณเสาหน้า (A-Pillar) ทั้งฝั่งผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า ลำโพง Wide-range ที่ประตูคู่หน้า และคู่หลัง Subwoofer บริเวณใต้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย
-
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
-
พวงมาลัยแบบมัลทิฟังค์ชัน
-
ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า Type-C 2 ตำแหน่ง กำลังไฟ 60W
-
ระบบเชื่อมต่อ Honda Connect เจเนอเรชันที่ 4
-
เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบทำความร้อน (Heater Front Seats)
-
ระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิทช์
ระบบเทคโนโลยี และความปลอดภัย
-
ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรค (Collision Mitigation Braking System : CMBS
-
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System : LKAS)
-
ระบบเตือน และช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)
-
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam : AHB)
-
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow : ACC) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow : LSF)
-
ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System : LCDN)
-
เซนเซอร์กะระยะ หน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด
-
กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
-
ระบบลอครถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
-
ถุงลมคู่หน้า
-
ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
-
ม่านถุงลมด้านข้าง
-
ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
-
ระบบป้องกันล้อลอค และระบบกระจายแรงเบรค (ABS & EBD)
-
ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
-
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษเฉพาะรุ่น
Bulldog Style
แรงบันดาลใจจาก Honda City Turbo II สู่การตีความใหม่ แพคเกจรอบคัน Bulldog Full Package ราคา 110,000 บาท ประกอบด้วย
-
สติคเกอร์ลาย Bulldog บริเวณกันชนหน้า 1 ชิ้น บริเวณประตูรถข้างซ้าย และขวาจุดละ 1 ชิ้น และบริเวณท้ายรถด้านขวา 1 ชิ้น
-
สติคเกอร์ลายเส้นคาดกลางสีเทาต่อเนื่องตั้งแต่ฝากระโปรงหน้า จนไปถึงหลังคา
-
ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ME-027 4 วง (ไม่รวมยาง)
-
สปอยเลอร์หลัง
หรือเลือกไอเทมอุปกรณ์ตกแต่ง มิกซ์แอนด์แมทช์ตามสไตล์ อาทิ
-
ชุดสติคเกอร์ Bulldog ราคา 20,000 บาท ประกอบด้วยสติคเกอร์ลาย Bulldog บริเวณกันชนหน้า 1 ชิ้น บริเวณประตูรถข้างซ้าย และขวาจุดละ 1 ชิ้น และบริเวณท้ายรถด้านขวา 1 ชิ้น และสติคเกอร์ลายเส้นคาดกลางสีเทาที่ต่อเนื่องตั้งแต่ฝากระโปรงหน้า หลังคา ไปจนถึงสปอยเลอร์ท้าย
-
ชุดล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ME-027 4 วง (ไม่รวมยาง) ราคา 70,000 บาท
-
สปอยเลอร์หลัง ราคา 30,000 บาท ดีไซจ์นทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่
MUGEN
ชุดแต่ง MUGEN สำนักแต่งระดับตำนานจากญี่ปุ่น ถ่ายทอด DNA แห่งมอเตอร์สปอร์ทสู่รถ EV ประกอบไปด้วยชุดตกแต่ง MUGEN รอบคัน 2 แพคเกจ ได้แก่
แพคเกจ MUGEN Car for Super-ONE Package ราคา 640,000 บาท ประกอบด้วย
-
สเกิร์ทหน้า
-
สเกิร์ทข้าง (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้าย และขวา)
-
สเกิร์ทหลัง
-
สปอยเลอร์หลังคาร์บอน
-
โป่งซุ้มล้อหน้า (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้าย และขวา)
-
โป่งซุ้มล้อหลัง (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้าย และขวา)
-
ฝาครอบกระจกมองข้างลายคาร์บอน (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้าย และขวา)
-
สติคเกอร์ตกแต่งกระจังหน้า
-
ล้อ MUGEN FC5 พร้อมยาง 4 วง
-
ฟีล์มเปลี่ยนสีรถ พร้อมสติคเกอร์ดีไซจ์น MUGEN ประกอบด้วย ฟีล์มเปลี่ยนสีรถ PET Glossy Metallic White สติคเกอร์ดีไซจ์น MUGEN (บริเวณฝากระโปรง 2 ชิ้น คาดกระจกหน้า 1 ชิ้น ด้านข้างประตูซ้าย-ขวา ข้างละ 1 ชิ้น และกันชนหลัง 1 ชิ้น)
แพคเกจ MUGEN Aero Part Package ราคา 400,000 บาท ประกอบด้วย
-
สเกิร์ทหน้า
-
สเกิร์ทข้าง (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้าย และขวา)
-
สเกิร์ทหลัง
-
สปอยเลอร์หลังคาร์บอน
-
โป่งซุ้มล้อหน้า (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้าย และขวา)
-
โป่งซุ้มล้อหลัง (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้าย และขวา)
-
ฝาครอบกระจกมองข้างลายคาร์บอน (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้ายและขวา)
-
สติกเกอร์ตกแต่งกระจังหน้า
ไอเทมอุปกรณ์ตกแต่ง คัสตอมได้
-
ชุดล้อ MUGEN FC5 พร้อมยาง 4 วง ราคา 150,000 บาท ล้ออลูมิเนียมฟอร์จขนาด 16 นิ้ว 16x6.5 4H-100 +35 ดีไซจ์น 5 ก้านที่ออกแบบขึ้นใหม่ ถ่ายทอดความแข็งแกร่ง และดุดันในทุกมุมมอง เติมคาแรคเตอร์สปอร์ทให้ Honda Super-ONE โดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมยางสปอร์ทสมรรถนะสูง Yokohama Advan Fleva V701 ขนาด 205/45 R16 ให้การยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยมและความมั่นใจในทุกการขับขี่
-
ฟีล์มเปลี่ยนสีรถ พร้อมสติคเกอร์ดีไซจ์น MUGEN ราคา 100,000 บาท ประกอบด้วย ฟีล์มเปลี่ยนสีรถ PET Glossy Metallic White และสติคเกอร์ดีไซจ์น MUGEN บริเวณฝากระโปรง 2 ชิ้น คาดกระจกหน้า 1 ชิ้น ด้านข้างประตูซ้าย-ขวา ข้างละ 1 ชิ้น และกันชนหลัง 1 ชิ้น
-
สติคเกอร์ดีไซจ์น MUGEN ราคา 50,000 บาท ประกอบด้วย บริเวณฝากระโปรง 2 ชิ้น คาดกระจกหน้า 1 ชิ้น ด้านข้างประตูซ้าย-ขวา ข้างละ 1 ชิ้น และกันชนหลัง 1 ชิ้น
หมายเหตุ :
• ราคาอุปกรณ์ตกแต่ง Bulldog รวมค่าแรงติดตั้ง ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7 % • ราคาอุปกรณ์ตกแต่ง MUGEN รวมค่าแรงติดตั้ง และค่าพ่นสี ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7 % • อุปกรณ์ตกแต่ง Bulldog และ MUGEN มาพร้อมการรับประกันอุปกรณ์ตกแต่งรอบคันนาน 3 ปี และอุปกรณ์ตกแต่งประเภทสติคเกอร์ มาพร้อมการรับประกัน 1 ปี • อุปกรณ์ตกแต่ง Bulldog และ MUGEN จัดจำหน่ายผ่านฝ่ายขายกลุ่ม บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด • บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาขาย และรายละเอียดของอุปกรณ์ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า



















