ผลงานใหม่ลำดับที่ 2 ของค่าย “ดาวสามแฉก” ที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังใน “ระเบียงรถใหม่” ประจำฉบับเดือนมิถุนายนของปีอาชาหน้าเศร้า คือ MERCEDES-BENZ GLE COUPE (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลอี คูเป) ก็เป็นรถที่เพิ่งเปิดตัวผ่านสื่อต่างๆ เมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2026 พร้อมกันกับรถใหม่อีก 2 อนุกรม คือ MERCEDES-BENZ GLE (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลอี) และ MERCEDES-BENZ GLS (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลเอส)
MERCEDES-BENZ GLE COUPE เป็น MID-SIZE LUXURY CROSSOVER SUV (มิด-ไซซ์ ลักชัวรี ครอสส์โฮเวอร์ เอสยูวี) หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ระดับหรูขนาดกลาง ผลิตในสหรัฐอเมริกา ที่ไม่ได้ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งคัน แต่เป็นรถที่พัฒนาต่อกิ่งต่อยอดจากรถอนุกรมคู่ฝาคู่แฝด คือ MERCEDES-BENZ GLE โดยปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจุดสำคัญเพียงจุดเดียว นั่นคือ ทำส่วนท้ายของตัวถังให้มีรูปลักษณ์เหมือนรถเก๋งคูเป
MERCEDES-BENZ GLE COUPE รุ่นแรก เริ่มจำหน่ายเมื่อช่วงครึ่งหลังของปี 2015 ในตัวถังที่พัฒนาจากรถ MERCEDES-BENZ GLE รุ่นที่ 3 ซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2011 และได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT (เฟศลิฟท์) หรือ “ยกหน้า” พร้อมกันกับการปรากฏตัวของรถคูเป
ส่วนรถที่จำหน่ายอยู่ในขณะนี้ เป็นรถรุ่นที่ 2 เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2019 และได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” ไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2023 เป็นรถติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 2 แถว นั่งได้รวม 5 คน (2+3) หรือติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว นั่งได้รวม 7 คน มีแต่รถขับเคลื่อนทุกล้อ และมีระบบขับให้เลือก 3 แบบ คือ ขับด้วยพลังของเครื่องยนต์ดีเซลซึ่งทำงานร่วมกันกับระบบ MILD HYBRID (ไมล์ด์ ไฮบริด) หรือไฮบริดแบบอ่อน ขับด้วยพลังของเครื่องยนต์เบนซินซึ่งทำงานร่วมกันกับระบบ MILD HYBRID หรือไฮบริดแบบอ่อน และขับด้วยระบบ PLUG-IN HYBRID (พลัก-อิน ไฮบริด) หรือไฮบริดชนิดต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซินทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า
ส่วนรถรุ่นใหม่ที่กำลังอวดตัวอยู่นี้ ไม่ใช่รถรุ่นที่ 3 แต่เป็นรถรุ่นเดิม คือ รถรุ่นที่ 2 ซึ่งเพิ่งผ่านการปรับปรุงแบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” ครั้งที่ 2 และขณะที่รายงานข่าวนี้ซึ่งเป็นช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนสงกรานต์ ยังไม่ได้เริ่มการจำหน่าย และยังไม่ได้ประกาศราคาค่าตัว
เป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนรถคู่ฝาคู่แฝด MERCEDES-BENZ GLE ที่เพิ่งผ่านตาไป ตัวถัง 5 ประตู 5 ที่นั่ง หรือ 7 ที่นั่ง ยังมีรูปทรงองค์เอวเหมือนเดิม แต่หน้าตาเปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะดวงโคมไฟหน้า และแผงกระจังหน้าที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด ภายในห้องโดยสารซึ่งก็ออกแบบใหม่เกือบทั้งหมด มีสิ่งใหม่ๆ อยู่หลายรายการ รวมทั้งเก้าอี้ที่นั่งซึ่งออกแบบใหม่ทุกตัว และพวงมาลัยสามแฉกที่ได้มาจากรถอนุกรมน้อง คือ MERCEDES-BENZ GLC (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี) ในส่วนของสิ่งใหม่ๆ ทางเทคโนโลยี จุดเด่นจุดสำคัญก็เช่นเดียวกันกับรถคู่ฝาคู่แฝด คือ ระบบควบคุมการทำงาน MB.OS หรือ MERCEDES-BENZ OPERATING SYSTEM (เมร์เซเดส-เบนซ์ โอเพอเรทิง ซิสเตม) และระบบควบคุม E-ACTIVE BODY CONTROL (อี-แอคทีฟ บอดี คอนทโรล)
เมื่อเริ่มการจำหน่าย ซึ่งน่าจะเป็นช่วงปลายปี 2026 นี้ จะมีรถให้เลือกรวม 4 โมเดล ทุกโมเดลเป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อ ซึ่งส่งกำลังเครื่องยนต์สู่ล้อผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ คือ
(1) MERCEDES-BENZ GLE 350D 4MATIC COUPE ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดตรง 6 สูบเรียง 2,989 ซีซี 210 กิโลวัตต์/286 แรงม้า พร้อมระบบ MILD HYBRID 17 กิโลวัตต์/23 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 6.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม.
(2) MERCEDES-BENZ GLE 450D 4MATIC COUPE ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดตรง 6 สูบเรียง 2,989 ซีซี 270 กิโลวัตต์/367 แรงม้า พร้อมระบบ MILD HYBRID 17 กิโลวัตต์/23 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 5.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.
(3) MERCEDES-BENZ GLE 450 4MATIC COUPE ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดตรง 6 สูบเรียง 2,999 ซีซี 280 กิโลวัตต์/381 แรงม้า พร้อมระบบ MILD HYBRID 17 กิโลวัตต์/23 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 5.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.
(4) MERCEDES-BENZ GLE 450E 4MATIC COUPE ติดตั้งระบบ PLUG-IN HYBRID ซึ่งใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดตรง 6 สูบเรียง 2,999 ซีซี 240 กิโลวัตต์/326 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 135 กิโลวัตต์/184 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 5.6 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. และวิ่งด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ได้ไกลกว่า 100 กม. เมื่อชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP
MERCEDES-BENZ GLE COUPE

