บทความ
10 รถไฟฟ้าครอบครัว และคนเมือง (อัพเดท 2026)
รถยนต์ไฟฟ้า Crossover SUV ปัจจุบันมีรุ่น และแบบให้เลือกมากมายที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการเดินทางแบบครอบครัว การเดินทางในเมือง รวมถึงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่ต้องการความสมบุกสมบัน วันนี้เราจะมาดูว่าครึ่งแรกของปี 2026 จะมีรุ่นยอดนิยมคันไหนที่น่าสนใจ เราคัดมาฝากHighlight
BMW IX3
รถจากตระกูล Neue Klasse เน้นการออกแบบ และวิศวกรรมใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้งนำนวัตกรรมดิจิทอล ความยั่งยืน มาใช้ในรถเต็มพิกัด ซึ่งภายนอกมาพร้อมการออกแบบ Iconic Glow Exterior ด้วยเทคโนโลยี BMW Edrive เจเนอเรชันที่ 6 แบทเตอรีความจุ 108.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางการวิ่งสูงสุดถึง 805 กม. (WLTP) และอัตราการชาร์จสูงสุด 400 กิโลวัตต์ เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ด้านประสิทธิภาพ และความสามารถในการเดินทางไกล สะท้อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
BYD ATTO 2
BYD ATTO หรือที่รู้จักในชื่อ Yuan Up ในประเทศจีน ถูกวางตำแหน่งเป็น B-SUV ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างรุ่น Dolphin และรุ่นพี่ Atto 3 โดยเป็นรถที่เน้นใช้งานในเมืองเป็นหลัก ดีไซจ์นสปอร์ทโฉบเฉี่ยว ขนาดกะทัดรัด ตัวถังขนาดเล็ก ขับง่าย คล่องตัว ไฟมีสีตัวถังให้เลือกหลายสไตล์ ภายในไฮเทค ล้ำสมัย คงเอกลักษณ์ของ BYD ด้วยดีไซจ์นเรียบแต่แฝงเทคโนโลยี พร้อมฟีเจอร์ที่ใช้งานจริงได้ครบ
ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แบทเตอรี Lithium-ion Blade Battery ขนาดความจุ 51.13 กิโลวัตต์ชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. วิ่งระยะทางไกลสุด 410 กม. (มาตรฐาน NEDC)
บอกเลยว่า BYD ATTO 2 เหมาะกับคนที่อยากเริ่มใช้รถไฟฟ้าคันแรก หรือคนเมืองที่ต้องการรถขับง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่ต้องการรถดีไซจ์นทันสมัย เพราะให้ทั้งดีไซจ์น เทคโนโลยี และระยะทางวิ่งที่ใช้งานได้จริง ในงบประมาณที่ไม่มากจนเกินไป เป็นอีกตัวเลือกสุดคุ้มในปี 2026
CHANGAN NEVO Q05
NEVO Q05 หรือ Qiyuan Q05 รถไฟฟ้าจากค่าย Changan ชูจุดเด่น คือ ราคาเข้าถึงง่าย ดีไซจ์นโฉบเฉี่ยว รองรับชาร์จเร็ว และมีเทคโนโลยีขับขี่ขั้นสูง ขณะที่ภายในห้องโดยสารกว่า 80 % ใช้วัสดุ Soft-Touch ที่ดูเรียบง่าย กว้างขวาง ขุมพลังเป็นมอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์/163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 190 นิวทันเมตร/19.4 กก.ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม.
FORTHING FRIDAY
รถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่จากค่าย Dongfeng ประเทศจีน เข้าสู่ตลาดไทยอย่างเป็นทางการในปี 2026 พร้อมด้วยเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า 100 % (BEV), พลัก-อิน ไฮบริด (PHEV) และ Range Extended Electric Vehicle (REEV) ที่กำลังจะเข้ามาบ้านเราในอนาคต ส่วนมิติตัวถังยาว 4,600 มม. กว้าง 1,860 มม. ความสูง 1,680 มม. และฐานล้อ 2,715 มม. ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมเครื่องยนต์ทำหน้าที่ปั่นไฟ มอเตอร์เดี่ยว พร้อมแบทเตอรี 64.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งไกลสูงสุด 480 กม. (NEDC) เป็นรถที่เอาใจสายครอบครัวที่ชื่นชอบความสปอร์ท
GWM ORA 5
ยกระดับมาตรฐาน Crossover SUV ไปอีกขั้น โดย GWM ORA 5 ถูกนิยามให้เป็น Next Generation SUV ที่ผสานสมรรถนะเข้ากับระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยขั้นสูง ตอบทุกความต้องการของชาวไทย และทั่วโลก
มิติตัวรถออกแบบมาอย่างลงตัวเพื่อรองรับการใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีความยาว 4,471 มม. ความกว้าง 1,833 มม. ความสูง 1,641 มม. และระยะฐานล้อ 2,720 มม. ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารให้กว้างขวาง และนั่งสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมระยะความสูงใต้ท้องรถ 175 มม. ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ที่หลากหลายสภาพถนน คุ้มค่าในการเดินทางในทุกเส้นทาง
ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้าให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวทันเมตร ตอบสนองการขับขี่ที่ได้อย่างฉับไว สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 7.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม. ขับเคลื่อนด้วยแบทเตอรีความจุ 58.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 520 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC) พร้อมระบบ Vehicle to Load (V2L) กำลังไฟ 6 กิโลวัตต์ ที่สามารถจ่ายไฟให้แก่อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้
HONDA E:N2
รถไฟฟ้าคันที่ 2 จากค่าย HONDA โดย E:N2 ได้รับการพัฒนาขึ้นอีกขั้น เพื่อสะท้อน DNA ความโดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้าของ Honda ตัวถังแบบ Crossover SUV ที่เน้นความปราดเปรียวไปในตัว โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าแนวตั้ง ไฟท้ายในแนวนอนรับกับกระจกบานท้ายขนาดใหญ่ แนวหลังคาที่ลาดเท
พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า (ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD) แบทเตอรี NMC ความจุ 68.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสุด 530 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง (มาตรฐาน NEDC) ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. รองรับ DC Fast Charge สูงสุด 78 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 30-80 % ภายใน 40 นาที (ช่องชาร์จมีไฟสถานะบอกชัดเจน)
ภายในห้องโดยสาร ออกแบบให้โปร่งโล่ง เรียบง่าย และทันสมัย เน้นความสะดวกสบาย และผ่อนคลายในทุกที่นั่ง ผสานการใช้วัสดุคุณภาพสูง สะท้อนคาแรคเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจน เติมเต็มสุนทรียะในทุกการเดินทาง พร้อมพื้นที่บรรทุกสัมภาระท้ายที่กว้างขวาง รองรับการใช้งานอเนกประสงค์ในทุกวัน
เรียกได้ว่าเป็นรถที่มาพร้อมสไตล์คูเปท้ายลาดแบบสปอร์ท ที่ผสานความสง่างามของรถซีดานเข้ากับตัวถัง Crossover SUV ไว้อย่างลงตัว ถ่ายทอดความเรียบง่ายแต่มีมิติในทุกมุมมอง เสริมด้วยการใช้เส้นสายเฉียบคมที่สอดรับกับแนวคิดการออกแบบ Knives Out
LEPAS L6
บแรนด์น้องใหม่ในเครือ Chery Group พิสูจน์ถึงอัจฉริยะทางวิศวกรรมที่มาพร้อมสมรรถนะการขับเคลื่อนของรถไฟฟ้า ให้ความรู้สึกนุ่มนวลแต่ทรงพลัง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทอล ด้วยระบบความปลอดภัย และเทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะ ซึ่งนิยามได้ว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เรียบง่าย แต่หรูหรา มีจุดเด่นที่โครงสร้างตัวถังที่แข็งแรงเป็นพิเศษ และเทคโนโลยีการขับขี่ที่ครบครัน
ตัวรถถูกออกแบบมาให้มีความคล่องตัว แต่พื้นที่ภายในกว้างขวาง ผสานกับสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก และตอบสนองได้ดั่งใจ พละกำลัง 178 กิโลวัตต์ หรือ 242 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 275 นิวทันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที โหมดการขับขี่ Comfort, Standard และ Sport ใช้แบทเตอรีแบบ LFP (Lithium Iron Phosphate) ที่มีความปลอดภัยสูง ความจุ 67.08 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางวิ่งสูงสุด 510 กม. (มาตรฐาน NEDC) โดยชาร์จจาก 30-80 % ได้ในเวลาเพียง 20 นาที
อีกหนึ่งจุดที่โดดเด่นที่สุดของ L6 คือ ความใส่ใจเรื่องความปลอดภัย โดยผ่านการทดสอบ Euro Ncap 2026 ใช้เหล็กเทคโนโลยีอากาศยาน (Ultra-High Strength Steel) ถึง 75 % ของตัวถัง ส่วนเรื่องความแข็งแกร่ง ตัวคานป้องกันกระแทกทนแรงดันได้ถึง 1,500 MPA ถึง 28 จุด
MAZDA CX-6E
เพิ่งโชว์ตัวเมื่อไม่นานในบ้านเรา และเป็นการโชว์ตัวครั้งแรกในอาเซียน ชูจุดเด่นทั้งดีไซจ์น (Kodo Design เวอร์ชันใหม่) ที่ดูเรียบหรูแต่ยังคงความสปอร์ท ตัวรถมีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยเพิ่มความภูมิฐาน และสมรรถนะที่ยังคงเอกลักษณ์การขับขี่แบบสปอร์ทของค่าย Mazda
ขณะที่ห้องโดยสารออกแบบสไตล์ Human-Centric เน้นผู้ขับเป็นศูนย์กลาง ใช้วัสดุคุณภาพสูง และให้ความรู้สึกเรียบหรู โดดเด่นด้วยสีทูโทน ม่วง-ขาว Amethyst & White เบาะนั่งด้านหลัง มีระบบระบายอากาศ Ventilation Seats จอกลาง Touchscreen Ultra-Wide ความละเอียด 5K ขนาด 26 นิ้ว
ขุมพลังไฟฟ้า 100 % มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว พละกำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 290 นิวทันเมตร แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน (LFP) ขนาดความจุ 77.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขับเคลื่อนล้อหลัง Rear -Wheel Drive (RWD) วิ่งไกล 600 กม. (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที
OMODA C5
ต้องบอกว่าค่ายรถประเทศจีนหลายแห่งเริ่มเผยรถรุ่นใหม่ๆ เข้ามาในบ้านเรากันมากขึ้น ซึ่ง OMODA C5 EV จากค่าย OMODA & JAECOO ก็เป็นหนึ่งในนั้น ถ่ายทอดแนวคิดแห่งอนาคต ผ่านการออกแบบ Robo Shark Desing แรงบันดาลใจจากรูปลักษณ์ของฉลาม ผสานเส้นสายเฉียบคม และทรงพลัง
ดีไซจ์นด้านหน้ามาพร้อม X-Shaped Front Grille ปิดทึบตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการความลู่ลม ลดการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า ตัวถังสไตล์ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี มาดสปอร์ท เส้นสายโฉบเฉี่ยว สะท้อนความสปอร์ท ล้ำสมัย โดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงเรียว มีลักษณะเป็นไฟ LED ขณะที่ไฟส่องสว่างจริงจะอยู่บริเวณมุมกันชนหน้า ถูกออกแบบให้มีความปราดเปรียว กลมกลืนกับส่วนกันชน
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 288 นิวทันเมตร แบทเตอรี 50.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขับเคลื่อนล้อหน้า Front-Wheel Drive อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.2 วินาที วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 422 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC)
SUZUKI E VITARA
รถยนต์ไฟฟ้า 100 % รุ่นแรกของค่าย SUZUKI ในประเทศไทย ถูกพัฒนามาจากรถต้นแบบ SUZUKI EVX และเป็นก้าวสำคัญของค่าย Suzuki ในการรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยดีไซจ์นล้ำสมัย เน้นความโฉบเฉี่ยว ด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียว และรูปทรงที่ดุดัน ผสานระหว่างสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานตามแบบฉบับของ Suzuki เข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ทำให้เชื่อว่าเจ้า E Vitara จะมาเขย่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรา และเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ที่พร้อมลุยไปกับทุกการผจญภัยในทุกเส้นทาง
สำหรับขนาดความจุแบทเตอรี 61 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับการชาร์จไฟกระแส สลับ (AC) สูงสุดที่ 7 กิโลวัตต์ (หัวชาร์จ Type 2) และรองรับการชาร์จไฟกระแสตรง (DC) สูงสุด 70 กิโลวัตต์ โดยมีระยะเวลาการชาร์จจาก 10-80 % ในเวลา 45 นาที วิ่งไกลสุด 455 กม. (NEDC) และยังมีฟังค์ชันพิเศษ Immediate Charging Switch หรือปุ่มกดชาร์จทันที พร้อมด้วยไฟส่องสว่างพอร์ทชาร์จ ช่วยให้การเสียบหัวชาร์จทำได้ง่าย และสะดวกขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน หรือในสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย



























