ทดลองขับ
Denza Z9GT พรีเมียมแวกอน ที่สอดไส้ความแรงระดับไฮเพอร์คาร์
Denza Z9GT เรือธงรุ่นล่าสุดจากแบรนด์ Denza (แบรนด์หรูระดับพรีเมียมในเครือ BYD) ที่ถูกออกแบบมาในสไตล์ Shooting Brake หรือ Station Wagon ทรงท้ายลาดที่รวมความแรงระดับซูเปอร์คาร์เข้ากับความสบายระดับผู้บริหารไว้ด้วยกัน
Denza Z9GT (EV) รุ่น Performance AWD
ภายนอก (Exterior)
ดีไซน์ภายนอกออกแบบภายใต้แนวคิด Elegance in Motion
-
สัดส่วนตัวถัง ยาว 5,180 มม. / กว้าง 1,990 มม. / สูง 1,490 มม. และระยะฐานล้อกว้างถึง 3,125 มม.
-
หน้าตา ไฟหน้า LED ทรงเรียวยาวดูดุดันพร้อมไฟ DRL สองชั้น กระจังหน้าแบบปิดตามสไตล์รถ EV
-
เส้นสาย ท้ายลาดสไตล์ Shooting Brake พร้อมหลังคากระจก Panoramic Sunroof, มือจับประตูแบบเรียบเนียน (Flush Door Handles) และสปอยเลอร์หลังแบบยกตัวอัตโนมัติ
-
ล้อและยาง ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ยาง 255/45 R20 มาพร้อมระบบเบรกประสิทธิภาพสูงจานเซาะร่อง
ภายใน (Interior)
เน้นความหรูหราระดับ First Class ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย
หน้าจอรอบคัน จอความละเอียดสูง 3 หน้าจอหลัก
- หน้าปัดผู้ขับ 13.2 นิ้ว
- จอ Infotainment ตรงกลาง 17.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
- จอสำหรับผู้โดยสารหน้า 13.2 นิ้ว
- เสริมด้วยจอ AR-HUD ขนาดใหญ่บนกระจกหน้าขนาด 50 นิ้ว
เบาะนั่ง หุ้มด้วยหนัง Nappa เกรดพรีเมียม ปรับไฟฟ้าเต็มรูปแบบ พร้อมระบบนวด, อุ่นเบาะ, ระบายอากาศ และหมอนรองขา (Executive Leg Rest)
เบาะนั่งคู่หน้า
- ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
- ระบบพนักพิงดันหลังปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
- เบาะนั่งผู้ขับขี่พร้อมระบบปรับโอบกระชับปีกเบาะ
- พนักพิงศีรษะเบาะนั่งคู่หน้าปรับองศารองรับสรีระศีรษะด้วยไฟฟ้า
- ระบบนวดไฟฟ้า
- ที่รองน่องปรับไฟฟ้า 2 ทิศทาง
- ระบายอากาศ
- ระบบจดจําตําแหน่งที่นั่ง
เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลัง
- ปรับไฟฟ้า 2 ทิศทาง
- ระบบนวดไฟฟ้า
- ระบายอากาศ
- พนักพิงศีรษะเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลัง ปรับองศารองรับสรีระศีรษะ
ความสะดวกสบาย
- ประตู เปิด - ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า ทั้ง 4 บาน
- ประตูแบบ Soft Close ทั้ง 4 บาน
- ตู้เย็น onboard 2 จุด (สำหรับผู้โดยสารหน้าและหลัง)
- เครื่องเสียงระดับพรีเมียม Devialet พร้อมลำโพง 20 ตำแหน่งรอบคัน
- ไฟ Ambient Light ปรับได้ 128 สี
- ระบบปรับอากาศแบบอิสระ 4 โซน - ผู้ขับขี่ ผู้โดยสารตอนหน้าและห้องโดยสารตอนหลังแยกอิสระ
- ช่องระบายอากาศสําหรับผู้โดยสารตอนหลัง และบริเวณเสา B
- ประตูท้ายไฟฟ้าเปิดอัตโนมัติด้วยโปรเจกเตอร์ AR
- ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย 50W 3 จุด หน้า 2 จุด / หลัง 1 จุด (ในที่วางแขน)
ขุมกำลัง (Powertrain)
พัฒนาบนสถาปัตยกรรม e³ Platform สำหรับ รุ่น EV (ไฟฟ้า 100%) มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว หน้า 1 ตัว หลัง 2 ตัว (ซ้าย/ขวา)
มอเตอร์ไฟฟ้าหน้า (มอเตอร์อซิงโครนัส)
- กําลังสูงสุด 230 กิโลวัตต์
- แรงบิดสูงสุด 410 นิวตัน - เมตร
มอเตอร์ไฟฟ้าหลัง (มอเตอร์ซิงโครนัสชนิดแม่เหล็กถาวร)
- กําลังสูงสุด 310 + 310 กิโลวัตต์
- แรงบิดสูงสุด 400 + 400 นิวตัน - เมตร
กําลังรวม 3 มอเตอร์สูงสุด
- กําลังสูงสุด 850 กิโลวัตต์ (1,156 แรงม้า)
- แรงบิดสูงสุด 1,210 นิวตันเมตร
- อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.7 วินาที
- ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.
แบตเตอรี่
- BYD Blade Battery รุ่นที่ 2 ขนาด 122.5 kWh
- ระยะทาง วิ่งได้ไกลสุดกว่า 600 กม. (WLTP) หรือ 701 กม. (NEDC) หรือมากกว่า 800-1,000 กม. (CLTC)
- ระบบชาร์จ สถาปัตยกรรมแรงดันสูง รองรับ DC Flash Charging สูงสุดถึง 1,500 kW (ชาร์จ 10–97% ในเวลาประมาณ 9 นาที)
ส่วนรุ่น PHEV (Plug-in Hybrid) ยังไม่เข้าไทย เครื่องยนต์เบนซิน 2.0L Turbo ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว พละกำลังรวมกว่า 858 แรงม้า แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลสูงสุดถึง 300–400 กม. (CLTC)
ระบบรองรับและช่วงล่าง (Suspension & Chassis)
ถือเป็นหนึ่งในจุดขายหลักที่แน่นด้วยเทคโนโลยีระดับแนวหน้า
ช่วงล่างถุงลม DiSus-A
- ระบบช่วงล่างแบบ Double Wishbone ด้านหน้า และ Multi-link ด้านหลัง ทำงานร่วมกับช็อคอัพถุงลมแบบ Dual-Chamber ปรับความสูงและความนุ่มนวลได้อัตโนมัติ Real-time
ระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-Wheel Steering)
- ล้อหลังปรับองศาการเลี้ยวได้สูงสุดถึง 15 องศา ช่วยให้รถยาวเกิน 5 เมตร มีวงเลี้ยวพวงมาลัยและแคบเท่าๆ รถซิตี้คาร์ (รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.62 เมตร)
ฟังก์ชันการขับขี่พิเศษ
- Crab Walk ขับเคลื่อนแนวเฉียงเพื่อเข้าจอดในพื้นที่แคบ
- Compass Turn หมุนกลับรถแบบ 360 องศาในจุดเดิม
ระบบความปลอดภัย
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า - ฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
- ถุงลมนิรภัยด้านข้าง - ฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
- ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ด้านหน้าและด้านหลัง
- ถุงลมนิรภัยระหว่างคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า
- ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย ด้านหน้าและด้านหลัง
- ถุงลมนิรภัยด้านข้าง - ผู้โดยสารตอนหลัง
- กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
- เซนเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้า 6 ตําแหน่ง
- เซนเซอรช่วยตรวจจับวัตถุด้านหลัง
- ระบบช่วยเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)
- ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD)
- ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
- ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC)
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB)
- ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
- ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันอัจฉริยะ (ICC)
- ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
- ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
- ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ (ILCA)
- ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
- ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
- ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP)
- ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถฉุกเฉิน (ELKA)
- ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านจุดอับสายตาด้านหน้า (FCTB)
- ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
- ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB)
- ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านจุดอับสายตาด้านหน้า (FCTA)
- ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
- ระบบช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
- ระบบตรวจสอบความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DFM)
- ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS)
ทดลองขับ
การทดลองขับ Denza Z9 GT ในครั้งนี้ทำให้นึกถึง Lotus Emeya R ที่มีกำลังสูงสุด 905 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 985 นิวตันเมตร มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้ระยะเวลา 2.78 วินาที (ทำความเร็วได้สูงสุด 256 กม./ชม วิ่งได้ในระยะทาง 485 กม. (WLTP) ราคาเริ่มต้น 6.89 ล้านบาท)
Denza Z9 GT ใช้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน e³ ที่ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ระบบเลี้ยวล้อหลังอัจฉริยะ และระบบควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวรถ VMC (Vehicle Motion Control) ซึ่งทำงานร่วมกันอย่างแม่นยำในการควบคุม ความคล่องตัว และเสถียรภาพในการขับขี่ พร้อมโครงสร้างแบตเตอรี่แบบ CTB (Cell-to-Body) ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของตัวรถ เพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร (ยกระดับความปลอดภัยแม้ในกรณี เกิดยางระเบิดขณะใช้ความเร็วสูง)
Denza Z9 GT มีอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.
นอกจากนี้ BYD ยังติดตั้งเทคโนโลยี e³ Parking ที่ช่วยในการเข้าจอดไม่ว่าจะเป็นพื้นที่จำกัดหรือช่องจอดที่ยาก เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถและจอดรถ
สรุป
Denza Z9 GT คือรถระดับ Luxury Shooting Brake / Grand Tourer จาก Denza แบรนด์พรีเมียมในเครือ BYD ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม e³ Platform สมรรถนะสูง เทคโนโลยีการเลี้ยวล้อหลัง และช่วงล่างอัจฉริยะที่เหนือกว่ารถส่วนใหญ่ในตลาด
ภายนอก
- ตัวถังแบบ Shooting Brake ผสมระหว่าง Wagon และ Coupe
- ความยาวประมาณ 5,180-5,195 มม.
- กว้าง 1,990 มม.
- สูง 1,490 มม.
- ฐานล้อ 3,125 มม.
- ไฟหน้า LED พร้อมระบบ Adaptive Driving Beam (ADB)
- ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว
- มือจับประตูแบบเรียบกับตัวรถ
- ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำ ช่วยเรื่องอัตราสิ้นเปลืองและความเงียบ
ภายใน
ห้องโดยสารเน้นความหรูหราและเทคโนโลยี
- หน้าจอกลางขนาด 17.3 นิ้ว
- จอผู้ขับ/ผู้โดยสาร 13.2 นิ้ว
- Digital Instrument Cluster
- AR Head-up Display
- เบาะหนัง Nappa
- เบาะคู่หน้าพร้อม
- ปรับไฟฟ้า
- ระบายอากาศ
- อุ่นเบาะ
- นวดไฟฟ้า
- เบาะหลังปรับไฟฟ้า พร้อมระบบอุ่น/เย็น
- ตู้แช่เครื่องดื่มภายในรถ
- เครื่องเสียง Devialet
- หลังคากระจก Panoramic
- Ambient Light หลายสี
ขุมกำลัง
EV
- มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว (Tri Motor)
- กำลังสูงสุด 850 kW (1,156 PS)
- แรงบิด 1,210 Nm
- 0-100 กม./ชม. 2.7 วินาที
- ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.
- แบตเตอรี่ Blade Battery 122.5 kWh
- วิ่งได้ประมาณ 600 กม. (WLTP)
ระบบรองรับ (Chassis)
ถือเป็นจุดขายสำคัญของ Z9 GT
- e³ Platform
- ช่วงล่างหน้า Double Wishbone
- ช่วงล่างหลัง Five-link
- DiSus-A Dual Chamber Air Suspension
- Adaptive Damper
- ล้อหลังเลี้ยวอิสระ (Independent Rear Wheel Steering)
- Crab Walk
- Compass Turn (หมุนรถในพื้นที่แคบ)
- ระบบควบคุมแรงบิดอิสระแต่ละล้อ
- เบรก Carbon Ceramic (บางรุ่น)
ระบบช่วยขับ
- DiPilot
- Adaptive Cruise Control
- Lane Centering
- AEB
- Blind Spot Monitoring
- Traffic Sign Recognition
- กล้อง 360°
- LiDAR (บางรุ่น)
5 สีภายนอก
Denza Z9 GT มีสีให้เลือก 5 สี เขียว Force Green, ทอง Champagne Gold, ขาว Horizon White, ดำ Quantum Black และน้ำเงิน Zenith Blue
ภายในเบาะหุ้มด้วยหนังแท้ / ผ้า Microsuede และบุเพดานด้วยผ้ากำมะหยี่ถักพรีเมียม คู่สีตามสีภายนอก เช่น สีดำ – สีแดง, สีเบจ, สีดำ, สีแดง และ สีดำ– สีเบจ
- เขียว Force Green สีดำ – สีแดง
- ทอง Champagne Gold สีเบจ
- ขาว Horizon White สีดำ
- ดำ Quantum Black สีแดง
- น้ำเงิน Zenith Blue สีดำ– สีเบจ
คู่แข่ง
หากมองในตลาดประเทศไทย เมื่อ Denza Z9 GT จะเป็นรถที่อยู่เหนือกว่า BYD SEAL ทั้งในด้านขนาดตัว เทคโนโลยีช่วงล่าง และสมรรถนะ โดยจะขยับไปแข่งขันกับแบรนด์ยุโรประดับพรีเมียมอย่าง Porsche, Audi และ Mercedes-Benz มากกว่า มากกว่าจะเป็นรถจีน
กลุ่มรถไฟฟ้าสมรรถนะสูง
- Porsche Taycan Turbo GT
- Audi e-tron GT
- Lotus Emeya
- BMW i5 M60
- Mercedes-Benz EQE AMG
กลุ่ม Plug-in Hybrid
- Porsche Panamera E-Hybrid
- BMW M5 Plug-in Hybrid
- Mercedes-AMG GT 4-Door E Performance
จุดเด่น
- สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ (0-100 กม./ชม. 2.7 วินาที)
- ช่วงล่างถุงลม DiSus-A นุ่มและหนึบ
- ล้อหลังเลี้ยวอิสระ ทำให้วงเลี้ยวแคบกว่ารถขนาดเดียวกัน
- ห้องโดยสารหรู อุปกรณ์มาตรฐานครบ
- เทคโนโลยีการชาร์จความเร็วสูงของ BYD รองรับอนาคต
คู่แข่งสัญชาติจีนของ Denza Z9 GT ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม EV สมรรถนะสูง ดีไซน์สปอร์ตหรูหรา และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี ซึ่งมีรุ่นหลักๆ ที่เป็นคู่ชกโดยตรง
Zeekr 001 / Zeekr 001 FR (จากเครือ Geely)
-
จุดเด่นคู่แข่ง Zeekr 001 คือรถทรง Shooting Brake รุ่นบุกเบิกของจีนที่ได้รับความนิยมสูงมาก
-
การเปรียบเทียบ
-
รุ่นปกติ (Zeekr 001) ราคาเข้าถึงง่ายกว่า แต่ความแรงและมิติตัวถังจะเล็กกว่า Z9GT เล็กน้อย
-
รุ่นโหด (Zeekr 001 FR) ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ให้กำลังสูงถึง 1,265 แรงม้า อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 2.07 วินาที เน้นฟีลลิ่งการขับขี่แบบสปอร์ตตัวจริง มีระบบ Tank Turn หมุนกลับรถได้เหมือนกัน ถือเป็นคู่แข่งทรงและสมรรถนะตรงสายที่สุด
-
Xiaomi SU7 Ultra (จาก Xiaomi)
-
จุดเด่นคู่แข่ง สปอร์ตซีดานไฟฟ้าจากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี ที่กำลังสร้างกระแสแรงไปทั่วโลก
-
การเปรียบเทียบ
-
แม้ SU7 จะเป็นทรงสปอร์ตซีดาน (ไม่ใช่ Shooting Brake) แต่รุ่นท็อปอย่าง SU7 Ultra อัดมอเตอร์มาถึง 3 ตัว ให้พละกำลัง 1,548 แรงม้า อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. แค่ 1.98 วินาที
-
ชูจุดเด่นเรื่องระบบ Ecosystem ของ Xiaomi ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน/อุปกรณ์ในบ้านได้อย่างไร้รอยต่อ และระบบขับขี่อัจฉริยะ LiDAR
-
Avatr 12 (จาก Changan + Huawei + CATL)
-
จุดเด่นคู่แข่ง สปอร์ต Gran Coupe ดีไซน์ล้ำอนาคต เด่นเรื่องกระจกบานหลังแบบทึบ (ใช้กล้องแทน)
-
การเปรียบเทียบ
-
เน้นดีไซน์ความหรูหราแบบฉีกแหวกแนว
-
โดดเด่นสุดๆ เรื่องระบบขับขี่อัตโนมัติ Huawei ADS และระบบปฏิบัติการภายในห้องโดยสาร HarmonyOS ของ Huawei ที่ค่อนข้างฉลาดและลื่นไหลที่สุดรุ่นหนึ่งในจีน
-
Nio ET7 / ET5 Touring (จาก NIO)
-
จุดเด่นคู่แข่ง แบรนด์พรีเมียมจีนที่ชูจุดขายเรื่อง ระบบสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping)
-
การเปรียบเทียบ
-
ET5 Touring ทรงท้ายลาดสปอร์ตเหมือนกัน แต่ไซส์เล็กกว่า Z9GT ราคาย่อมเยากว่า
-
ET7 แม้จะเป็นซีดานหรูขนาดใหญ่ แต่ให้ความรู้สึกพรีเมียมและเน้นความสบายของผู้โดยสารตอนหลังในระดับใกล้เคียงกัน ได้เปรียบตรงที่ไม่ต้องรอชาร์จไฟ สามารถเข้าสถานีสลับแบตฯ ได้ในเวลาไม่กี่นาที
-
สรุปความต่างของ Denza Z9GT เมื่อชนกับค่ายจีนด้วยกัน
-
จุดเหนือกว่าของ Z9GT ในจีนมีขุมพลัง PHEV ให้เลือกสำหรับคนกลัวระยะทาง, ระบบวงเลี้ยวล้อหลัง 20 องศา (ทำ Crab Walk แนวนอนได้), และระบบชาร์จเร็ว DC Flash Charge
-
จุดที่ต้องไฟต์กับคู่แข่ง ความสดใหม่และระบบซอฟต์แวร์/Ecosystem (ซึ่ง Xiaomi และ Avatr ทำได้โดดเด่นมาก) รวมถึงความดิบในการขับขี่สไตล์ตัวแข่งของ Zeekr 001 FR




















