ทดลองขับ(formula)
รีวิวลองขับ Geely Starray EM-R รถ REEV 218 แรงม้า ขับจริงทั้ง EV-Hybrid-Power ประหยัดหรือไม่ ?

Geely Starray EM-R รถ REEV ทางเลือกใหม่ในงบไม่ถึง 8 แสนบาท
Geely Starray EM-R (จีลี สตาร์เรย์ อีเอม-อาร์) เป็น SUV พลังงานทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความรู้สึกแบบรถไฟฟ้า แต่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปใช้รถ EV เต็มรูปแบบ รถคันทดสอบ คือ รุ่นทอพ Starray EM-R MAX ราคา 799,900 บาท มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ REEV หรือ Range Extended Electric Vehicle ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนล้อโดยตรง ส่วนเครื่องยนต์มีหน้าที่หลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งกลับไปเลี้ยงระบบและชาร์จแบทเตอรี

แนวคิดนี้ทำให้รถมีการตอบสนองแบบรถไฟฟ้า ทั้งความเงียบ การออกตัวที่ต่อเนื่อง และแรงบิดที่มาในทันที ขณะเดียวกันก็ยังเติมน้ำมันได้เหมือนรถยนต์ทั่วไป จึงเหมาะกับผู้ที่ใช้รถในเมืองเป็นหลัก แต่มีแผนเดินทางไกลเป็นครั้งคราว และไม่ต้องการวางแผนเส้นทางตามสถานีชาร์จตลอดเวลา โดย Geely Starray EM-R มีระบบ V2V – Vehicle To Vehicle หรือการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับรถยนต์ไฟฟ้า หรือ PHEV/REEV ได้ด้วย เพราะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 6.6 กิโลวัตต์ เทียบเท่าการชาร์จแบบ AC ก็ว่าได้ !
มอเตอร์ไฟฟ้า 218 แรงม้า แบทเตอรี 18.4 กิโลวัตต์
Geely Starray EM-R MAX ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 218 แรงม้า และมีเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า จุดเด่นของระบบนี้คือการส่งกำลังที่ต่อเนื่อง ไม่มีจังหวะเปลี่ยนเกียร์ให้รู้สึกสะดุด การออกตัวจึงทำได้อย่างนุ่มนวลและรวดเร็ว เพียงกดคันเร่ง รถก็พร้อมพุ่งไปข้างหน้าในทันที ส่วนแบทเตอรีมีความจุ 18.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับการชาร์จไฟฟ้าแบบ DC สูงสุด 30 กิโลวัตต์

ทางผู้ผลิตได้เสริมอีกว่า ชุดระบบส่งกำลัง ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์สันดาป รวมถึงระบบแบทเตอรีจะเป็นแบบ 11 in 1 ที่ทาง Geely พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ มีจุดเด่นที่การส่งกำลัง การสร้างกระแสไฟฟ้าที่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ส่วนประกอบของระบบส่งกำลังสามารถแยกส่วนสำหรับการซ่อมแซมได้ (ไม่ใช่การเปลี่ยนยกชุดทั้งหมด) ผู้ใช้งานสามารถสบายใจกับการค่าบำรุงรักษาโดยรวม โดยค่าบำรุงรักษาที่ศูนย์บริการของระยะทางการใช้งานทั้งหมด 100,000 กม. จะอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นบาทกว่าๆ เท่านั้น

ทดลองขับ EV Mode เงียบ และนุ่มนวลที่สุด
เมื่อแบทเตอรีมีพลังงานเพียงพอ ระบบสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นหลักได้ การขับในโหมด EV ให้ความรู้สึกเงียบกว่ารถเครื่องยนต์อย่างชัดเจน เสียงจากห้องเครื่องแทบไม่มีเข้ามารบกวน เหลือเพียงเสียงยางและเสียงลมตามความเร็วเท่านั้น โดยทาง Geely ระบุว่า รถ REEV รุ่นนี้สามารถแล่นด้วยไฟฟ้าล้วนเป็นระยะทาง 104 กม. (NEDC) แต่เราจะลองขับบนถนนจริง ผ่านช่วงการจราจรหนาแน่น และการใช้ความเร็วสูง (100-110 กม./ชม.) ในบางครั้ง

เราพบว่าโหมดการขับขี่นี้เหมาะกับการใช้งานในเมือง การขับรถในหมู่บ้าน หรือการเดินทางระยะสั้นที่ต้องการความผ่อนคลาย การตอบสนองของคันเร่งมีความนุ่ม ไม่กระชาก และช่วยให้ผู้โดยสารนั่งสบาย แม้จะกดคันเร่งเพิ่มเพื่อเร่งความเร็ว รถก็ยังรักษาความต่อเนื่องได้ดี จากการขับขี่เป็นระยะทางพอสมควร เราพบว่า เมื่อระยะทำการของระบบไฟฟ้าเหลือ 0 กม. ระดับแบทเตอรีจะเหลือประมาณ 25 % ระยะทางที่แล่นมาได้ คือ ประมาณ 94 กม. ถือว่าน่าพอใจกับการขับขี่บนถนนจริง (แต่ถ้าใช้ความเร็วสูงเป็นระยะทางไกล อาจแล่นได้น้อยกว่านี้)
Hybrid Mode ให้ระบบจัดการพลังงานอัตโนมัติ
เมื่อเราขับในโหมด EV จนแทบไม่เหลือระยะทำการของแบทเตอรีโดยตรง เราเปลี่ยนมาเป็น Hybrid Mode หรือบนหน้าจอของรถจะระบุว่าเป็นโหมด อัตโนมัติ เป็นโหมดที่ใช้งานง่ายที่สุด ผู้ขับไม่จำเป็นต้องคอยเลือกว่าจะใช้ไฟฟ้าหรือน้ำมัน ระบบจะประเมินระดับแบทเตอรี ความเร็ว ลักษณะเส้นทาง และการกดคันเร่ง เพื่อจัดการการทำงานของมอเตอร์ แบทเตอรี และเครื่องยนต์ให้เหมาะสม
ในช่วงออกตัวหรือขับด้วยความเร็วต่ำ รถจะพยายามใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก เมื่อแบทเตอรีลดลงหรือมีการเรียกกำลังมากขึ้น เครื่องยนต์จะเริ่มทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้า การเปลี่ยนผ่านระหว่างการทำงานแต่ละรูปแบบทำได้ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ ผู้ขับอาจได้ยินเสียงเครื่องยนต์บ้างหากกดคันเร่งลึก แต่ไม่ได้มีอาการกระตุกหรือแรงสะเทือนแบบการเปลี่ยนเกียร์ของรถเครื่องยนต์ทั่วไป การส่งกำลังยังคงมีความไหลลื่นต่อเนื่อง เราสังเกตว่า ระดับของแบทเตอรีจะคงที่ ไม่เพิ่มขึ้น ราวกับการทำงานของระบบเครื่องยนต์จะสร้างกระแสไฟฟ้า และส่งไปใช้งานทันที แทบไม่ได้สร้างกระแสไฟฟ้าสู่แบทเตอรีเลย ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ทีป่ระมาณ 17.0 กม./ลิตร
Power Mode เรียกกำลังต่อเนื่อง เหมาะกับการเดินทางไกล
โหมดสุดท้าย คือ Power หรือ โหมดเน้นพละกำลัง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการตอบสนองของคันเร่งที่ไวขึ้น หรือใช้ในช่วงที่ต้องการกำลังอย่างต่อเนื่อง เช่น การขึ้นทางลาด การแซงบนถนนสองเลน หรือการเดินทางด้วยความเร็วสูง ระบบจะเตรียมพลังงานไว้ให้พร้อมมากกว่าโหมดปกติ ทำให้การเรียกกำลังทำได้ทันใจ

เราพบว่าความแตกต่างของระบบนี้ คือ อัตราเร่งที่ทันใจขึ้นเล็กน้อย ทางผู้ผลิตระบุว่า ระบบ REEV ของ Geely ในโหมดนี้ จะสร้างกระแสไฟฟ้าจากเครื่องยนต์สันดาป และส่งกำลังไปโดยตรงไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนได้ ในกรณีที่ขับขี่แบบเน้นสมรรถนะ หากในการขับขี่ปกติ ระบบจะส่งกระแสไฟฟ้าไปเก็บที่แบทเตอรีด้วย เราเห็นได้ชัดจากระดับของแบทเตอรี รวมถึงระยะทำการของแบทเตอรีที่เหลืออยู่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่าโหมด Power สามารถสามารถใช้งานสำหรับเน้นการสร้างกระแสไฟฟ้าได้จริง แต่จุดที่ต้องสังเกตให้ดี คือ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงจะสูงขึ้นตาม เพราะเครื่องยนต์เบนซินต้องทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้ามากขึ้น เราสังเกตว่าตัวเลขอัตาสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 15.5 กม./ลิตร และอาจมากขึ้นหากใช้โหมดนี้เป็นระยะเวลานาน
การใช้งานที่หลากหลายใกล้เคียงรถยนต์ไฟฟ้า
หลังจากลองโหมดการขับขี่ของระบบ REEV จนครบ เราหันมาดูระบบใช้งานสำหรับผู้โดยสารกันบ้าง โดยมีโหมดที่น่าสนใจ คือ ระบบำหรับการพักผ่อน อนุญาตให้ผู้ขับตั้งเวลาสำหรับการพักผ่อนในตัวรถ เหมาะสำหรับผู้ที่ขับทางไกลเป็นเวลานาน และต้องการพักเอาแรงชั่วระยะเวลาหนึ่ง การทำงานของระบบไฟฟ้าจะยังมีอยู่ และลดเรื่องแสงไฟในห้องโดยสาร เพื่อให้ผู้โดยสารมีความผ่อนคลาย เป็นหนึ่งในรูปแบบการใช้งานที่ผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ามักจะทำกัน

นอกจากนี้ยังมีโหมด Camping สำหรับการใช้งานกิจกรรมกลางแจ้ง และอาศัยการจ่ายกระแสไฟฟ้าสู่ภายนอกกับระบบ V2L และลดทอนเรื่องไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร และไฟส่องสว่างด้านหน้าด้วย อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวมีเงื่อนไข คือ ระดับแบทเตอรีต้องมีมากกว่า 25 % ขึ้นไปจึงจะใช้งานโหมด Camping ได้ หากผู้ขับต้องการใช้งานระบบนี้ในกิจกรรมกลางแจ้ง ต้องวางแผนหาที่ชาร์จไฟฟ้าให้เพียงพอหรือใช้โหมด Power สร้างกระแสไฟฟ้าไปยังชุดแบทเตอรีให้มากพอล่วงหน้า
ช่วงล่างเน้นนุ่ม นั่งสบายทั้งในเมือง และทางไกล
เราหันมาสังเกตการตอยสนองการขับขี่โดยรวมของ Geely Starray EM-R ถูกวางมาให้เป็น SUV สำหรับครอบครัว ช่วงล่างจึงเน้นความนุ่มนวล และการซับแรงสะเทือนมากกว่าความสปอร์ท การขับผ่านรอยต่อสะพาน ฝาท่อ หรือพื้นถนนที่ไม่เรียบทำได้ดี แรงสะเทือนที่ส่งเข้าห้องโดยสารไม่รุนแรงจนเกินไป

บนถนนทางไกล รถมีความนิ่งและให้ความรู้สึกผ่อนคลาย พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาในความเร็วต่ำ ช่วยให้เลี้ยวเข้าซองหรือกลับรถในพื้นที่แคบได้ง่าย เมื่อใช้ความเร็วสูง น้ำหนักพวงมาลัยจะเพิ่มขึ้นและควบคุมทิศทางได้มั่นใจมากขึ้น
ข้อสังเกตคือเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงหรือเปลี่ยนเลนอย่างรวดเร็ว จะสัมผัสได้ถึงการถ่ายน้ำหนักของตัวถังอยู่บ้าง ซึ่งเป็นลักษณะปกติของ SUV ที่ปรับแต่งช่วงล่างมาเพื่อความสบาย ไม่ใช่รถที่เน้นการขับแบบสปอร์ท แต่สำหรับการใช้งานจริงถือว่าให้ความสมดุลที่เหมาะสม
สรุปความคุ้มค่า Geely Starray EM-R MAX ทางเลือก REEV สูตรผสมที่ลงตัวอีกทาง
หลังจากทดลองขับ Geely Starray EM-R MAX จุดเด่นของรถไม่ได้มีเพียงกำลัง 218 แรงม้า แต่คือการรวมข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า และรถไฮบริดไว้ด้วยกัน ผู้ขับจะได้ความเงียบ การตอบสนองที่ต่อเนื่อง และความนุ่มนวลแบบ EV ขณะเดียวกันก็ยังเติมน้ำมันได้เมื่อต้องเดินทางไกล

ด้วยราคา 799,900 บาท รถรุ่นนี้จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหา SUV ขนาดใช้งานได้จริง มีพละกำลังเพียงพอ ช่วงล่างนั่งสบาย และไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จตลอดการเดินทาง หากสามารถชาร์จไฟที่บ้านได้เป็นประจำ ก็มีโอกาสใช้รถในโหมดไฟฟ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนเครื่องยนต์จะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยสำรองเมื่อจำเป็น

โดยรวมแล้ว Geely Starray EM-R MAX เหมาะกับผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่โลกของรถยนต์ไฟฟ้าแบบค่อยเป็นค่อยไป ต้องการความประหยัดและความเงียบในการใช้งานประจำวัน แต่ยังให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเดินทางไกล รถรุ่นนี้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของ SUV REEV ราคาไม่ถึง 8 แสนบาทที่ควรนำไปทดลองขับ และเปรียบเทียบกับคู่แข่งก่อนตัดสินใจ


