ธุรกิจ
Chery Group พัฒนาอีโคซิสเตม เร่งสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า

Chery Group เดินหน้าพัฒนาอีโคซิสเตมด้านบริการหลังการขายแบบครบวงจร เร่งสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าในระยะยาวHighlight
Chery Group ยกระดับการลงทุนในประเทศไทยสู่ระยะต่อไป ประกาศพัฒนางานด้านบริการหลังการขาย (After Sales) และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร ผ่าน 5 โครงการหลัก ครอบคลุมตั้งแต่การขยายคลังอะไหล่ขนาดใหญ่ และพัฒนาระบบลอจิสติคส์อันล้ำสมัย การจัดตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอุปกรณ์สำคัญของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า การขยายเครือข่ายศูนย์ซ่อมตัวถัง และสีมาตรฐาน การเปิดศูนย์ฝึกอบรมบุคลากร (Technical Center) เพื่อพัฒนาศักยภาพช่างเทคนิค และการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อดูแลลูกค้าบนโซเชียลมีเดีย รองรับการเติบโตของแบรนด์ในปัจจุบัน และอนาคต
Cedric Cui ประธาน Chery Group กล่าวว่า การเร่งขับเคลื่อนงานด้านบริการหลังการขาย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Chery Group ในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ในประเทศไทยให้ครอบคลุมมากกว่าการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ โดยมุ่งสร้างความเชื่อมั่นตลอดอายุการเป็นเจ้าของรถ (Lifetime Ownership Confidence) ผ่านความพร้อมของอะไหล่ ความรวดเร็วในการให้บริการ มาตรฐานการซ่อม และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย ปัจจัยด้านบริการหลังการขายกำลังกลายเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญที่ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกแบรนด์รถยนต์ Chery Group จึงวางแผนการลงทุน และการพัฒนาศักยภาพด้านบริการหลังการขายครั้งใหญ่ เพื่อรองรับทั้งจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และผลิตภัณฑ์ใหม่ของแต่ละแบรนด์ในเครืออย่าง Omoda & Jaecoo, Chery, iCAUR, Lepas และแบรนด์อื่นๆ ที่จะทยอยเข้าสู่ตลาดประเทศไทย
การบริหารจัดการอะไหล่ถือเป็นส่วนสำคัญของความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์รถยนต์ Chery Group จึงลงทุนขยายพื้นที่คลังเก็บอะไหล่แห่งใหม่เพิ่มเติมอีกแห่ง เพื่อรองรับอะไหล่สำหรับแบรนด์ Lepas, Chery และ iCAUR ซึ่งทำให้ในปัจจุบันบริษัทฯ มีพื้นที่จัดเก็บอะไหล่ของรถยนต์ทุกแบรนด์รวมสูงถึง 17,000 ตรม. จัดเก็บอะไหล่มากกว่า 8,400 ชนิด รวมทั้งสิ้นเกือบ 200,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท
Omoda & Jaecoo ได้ยกระดับการบริหารจัดการอะไหล่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมี % ของชิ้นส่วนอะไหล่ที่สามารถจัดส่งให้ลูกค้าได้ทันที (Part Fill Rate) ถึง 94 % และได้ทุ่มเม็ดเงินกว่า 60 ล้านบาท/ปี ในการจัดเก็บ และบริหารจัดการอะไหล่อย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้านมาตรฐาน และคุณภาพอะไหล่ ชิ้นส่วนที่ต้องนำเข้า บริษัทได้เร่งปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบ และรับรองมาตรฐานในการได้รับใบอนุญาต เพื่อให้มั่นใจว่าอะไหล่ทุกชิ้นที่จะให้บริการกับลูกค้าเป็นอะไหล่ที่มีคุณภาพสูงตรงตามมาตรฐาน และข้อกำหนดของประเทศ
ทั้งนี้ บริษัทสามารถจัดส่งอะไหล่ไปยังศูนย์บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑลภายใน 24 ชม. และต่างจังหวัดภายใน 2 วัน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การลดระยะเวลารอคอยของลูกค้า ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการอะไหล่ การทำงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทประกันภัย การจัดเก็บ ไปจนถึงการส่งมอบชิ้นส่วนให้ถึงมือช่าง เพื่อทำให้ระบบบริการหลังการขายสามารถทำงานสอดคล้องกันตั้งแต่คลังส่วนกลางจนถึงศูนย์บริการ
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการยกระดับบริการหลังการขาย คือ การพัฒนาเครือข่ายศูนย์ซ่อมตัวถัง และสีมาตรฐานโดย Chery Group จะเริ่มพโรเจคท์สำคัญนี้กับแบรนด์ Omoda & Jaecoo เป็นแบรนด์แรก พร้อมสร้างมาตรฐานกระบวนการ และขั้นตอนในการซ่อมสี และตัวถังเพื่อให้บริการลูกค้าอย่างถูกต้อง โปร่งใส และส่งมอบรถได้ตรงตามเวลา โดยดำเนินงานเป็น 2 ระยะ เริ่มจากโครงการ Certified Body & Paint Shop ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์ซ่อมที่ผ่านการรับรองแล้ว 35 แห่งทั่วประเทศ ก่อนต่อยอดสู่การจัดตั้ง Authorized Body & Paint Repair Center ที่มีมาตรฐานการดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ
โดยภายในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าพัฒนา Authorized Body & Paint Repair Center จำนวน 10 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 5 แห่ง และต่างจังหวัด 5 แห่ง โดยทำเลของศูนย์แต่ละแห่งอยู่ระหว่างการพิจารณาตามจำนวนรถยนต์ และความต้องการรับบริการในแต่ละพื้นที่
ศูนย์แต่ละแห่งจะได้รับการพัฒนาครอบคลุมทั้งมาตรฐานอาคาร และพื้นที่ปฏิบัติงาน เครื่องมือเฉพาะทาง ห้องพ่นสี และห้องผสมสี เครื่องดึงตัวถัง ตลอดจนระบบจัดเก็บอะไหล่ พร้อมเชื่อมต่อการจัดหาอะไหล่แท้ผ่านระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาหลักสูตรบุคลากร กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน และจัดให้มีการฝึกอบรม และประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างมาตรฐานคุณภาพงานซ่อมที่สม่ำเสมอ และรองรับเทคโนโลยีของรถยนต์ยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร
Chery Group เดินหน้าพัฒนาอีโคซิสเตมด้านบริการหลังการขายแบบครบวงจร เร่งสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าในระยะยาว ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านทักษะด้านเทคนิค และทักษะด้านการสื่อสาร โดย Chery Group เดินหน้าพัฒนาอีโคซิสเตมด้านบริการหลังการขายแบบครบวงจร เร่งสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าในระยะยาว กำลังดำเนินการเปิดศูนย์เทคนิค และฝึกอบรม (Technical Center) แห่งใหม่เพิ่มเติม เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาความรู้ และยกระดับความพร้อมของช่างเทคนิค บุคลากรด้านบริการหลังการขาย และผู้จำหน่าย ศูนย์แห่งนี้ประกอบด้วยห้องฝึกอบรมด้านเทคนิค 4 ห้อง พื้นที่สำหรับงานซ่อมใหญ่ 4 จุด และที่นั่งฝึกอบรมสำหรับหลักสูตรที่ไม่ใช่งานเทคนิค 350 ที่นั่ง โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการในเดือนพฤศจิกายน 2569 และคาดว่าจะรองรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ประมาณ 3,600 คน/ปี
หลักสูตรฝึกอบรมจะครอบคลุมทั้งการตรวจวิเคราะห์ และวินิจฉัยปัญหา งานซ่อมแบทเตอรีแรงดันสูง และงานซ่อมตัวถังและสี พร้อมแผนพัฒนาหลักสูตรสำหรับฝ่ายขาย และบุคลากรด้านบริการหลังการขายเพิ่มเติม เพื่อให้การขยายเครือข่าย และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่สามารถเติบโตควบคู่ไปกับความพร้อมด้านบริการหลังการขาย
นอกเหนือจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน Chery Group เดินหน้าพัฒนาอีโคซิสเตมด้านบริการหลังการขายแบบครบวงจร เร่งสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าในระยะยาว ยังจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อรับฟัง และดูแลลูกค้าบนช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างใกล้ชิด ทั้งการตอบข้อซักถาม รับเรื่องร้องเรียน ให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น และประสานงานกับศูนย์บริการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ปัญหา และข้อกังวลของลูกค้าได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง ข้อมูล และข้อเสนอแนะจากลูกค้าจะถูกรวบรวม และส่งต่อไปยังทีมบริการหลังการขาย และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงการทำงาน และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในระยะยาว
“Chery Group เดินหน้าพัฒนาอีโคซิสเตมด้านบริการหลังการขายแบบครบวงจร เร่งสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าในระยะยาว ความเชื่อมั่นของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ นับตั้งแต่วันที่ตัดสินใจซื้อ หรือวันที่รับมอบรถ ไปจนตลอดระยะเวลาที่ลูกค้าเป็นเจ้าของรถ การเร่งพัฒนาด้านบริการหลังการขายครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของพันธสัญญาระยะยาวที่เรามีต่อลูกค้าชาวไทย และประเทศไทย เราจึงมุ่งมั่นในการสร้างระบบที่เชื่อมโยงตั้งแต่ความพร้อมของอะไหล่ และลอจิสติคส์ ศูนย์ซ่อมระบบยานยนต์ไฟฟ้า และศูนย์ Body & Paint ไปจนถึงการพัฒนาช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้การเติบโตของทุกแบรนด์ในเครือเกิดขึ้นบนมาตรฐานการดูแลลูกค้าที่แข็งแกร่ง และสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกค้าของเราในประเทศไทยได้เห็นว่า เรามีความพร้อมที่จะดูแลลูกค้าในทุกช่วงของการเดินทางไปด้วยกัน”
การเร่งพัฒนาด้านการบริการหลังการขายครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่สำคัญในระยะยาวของ Chery Group เดินหน้าพัฒนาอีโคซิสเตมด้านบริการหลังการขายแบบครบวงจร เร่งสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าในระยะยาว ในประเทศไทย ซึ่งมุ่งวางโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งเกร่งเพื่อการเติบโตของธุรกิจ ควบคู่ไปกับการยกระดับประสบการณ์หลังการขาย พร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคชาวไทย ในการเลือกใช้รถยนต์ทุกแบรนด์ภายใต้ Chery Group เดินหน้าพัฒนาอีโคซิสเตมด้านบริการหลังการขายแบบครบวงจร เร่งสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าในระยะยาว ตลอดอายุการใช้งาน


