ธุรกิจ
Auto1 ปั้นอาชีวะสู่ช่างช่างสายซ่อมบำรุง

Auto1 ชูโมเดล "Operations Trainee Program" ปั้นอาชีวะสู่ช่างช่างสายซ่อมบำรุง ป้อนอุตฯยานยนต์-ตลาดอาฟเตอร์เซลล์เซอร์วิศ รองรับการขยาย 100 สาขาทั่วประเทศHighlight
Auto1 ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรภายใต้บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซนทรัล รีเทล มอบทุนการศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพควบคู่ไปกับการเรียนภาคทฤษฎี ผ่านความร่วมมือในรูปแบบการศึกษาทวิภาคี (Dual Vocational Education-DVE) ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อยกระดับทักษะของผู้เรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานภายใต้โมเดล "Operations Trainee Program" พร้อมเร่งขยายสาขา 100 แห่งในปี 269
ธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัดในเครือ เซนทรัล รีเทล กล่าวว่า “ตลาดรถยนต์ไทยหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลซ่อมบำรุงให้มีประสิทธิภาพสูง จึงสอดคล้องกับการขยายตัวของ Auto1 ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ภายใต้ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายขยายสาขาให้ครบ 100 แห่งภายในปี 2569 เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น
นอกจากการเร่งขยายสาขาแล้ว Auto1 ยังมุ่งมั่นดำเนินงานในฐานะองค์กรที่พร้อมขับเคลื่อนสังคม ด้วยโครงการทุนทวิภาคี ที่มุ่งส่งเสริมการศึกษา และการจ้างงานที่มีคุณภาพผ่าน "Operations Trainee Program" โดยการพัฒนาทักษะบุคลากรให้มีทักษะเฉพาะทางผ่านการฝึกอบรม และการปฏิบัติงานจริง ตอบรับความต้องการของตลาดแรงงานสายวิชาชีพ โดยเฉพาะสายช่างเทคนิค ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานทักษะเฉพาะทางที่ตลาดยังคงมีความต้องการสูง นอกจากนี้ ผู้เรียนยังได้สัมผัสประสบการณ์ทำงาน และสามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง สอดรับกับพันธกิจหลักของกลุ่มเซนทรัล รีเทล ในการยกระดับคุณภาพชีวิต และสังคมอย่างยั่งยืน โดยตลอดระยะเวลาการดำเนินงานของโครงการกว่า 6 ปี สามารถปั้นนักศึกษาที่มีความพร้อมทั้งทักษะ Soft Skill และ Hard Skill เข้าร่วมทีมแล้วกว่า 122 คน และบรรจุเป็นพนักงานประจำสูงถึง 84 คน คิดเป็นมูลค่าทุนการศึกษากว่า 9,600,000 บาท”
"Operations Trainee Program" เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญภายใต้โครงการทุนทวิภาคี Dual Vocational Education-DVE) ของกลุ่มเซนทรัล ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับรูปแบบการฝึกงานสู่มาตรฐานวิชาชีพ โดยมุ่งเน้นการวางรากฐาน และขั้นตอนการเรียนรู้ที่เข้มข้น เพื่อสร้างเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน ซึ่งนักศึกษาที่ร่วมโครงการจะได้สัมผัสประสบการณ์จากระบบงานจริงในศูนย์บริการอย่างครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการทำงานพื้นฐานไปจนถึงนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ทันสมัยตลอดระยะเวลาการฝึกปฏิบัติงาน 1 ปีเต็ม
นอกจากนี้ ยังมีการจัดการสอบวัดระดับความรู้ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติอย่างเป็นระบบ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมฝึกอบรม และฝ่ายปฏิบัติการ Auto1 พร้อมผ่านกระบวนการทดสอบ และประเมินผลรายเดือน (Training & Evaluation Program) โดยมีผู้จัดการสาขาและผู้จัดการเขตเป็นเมนเทอร์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และบ่มเพาะทักษะความเป็นผู้นำ ดังนี้
1. การบ่มเพาะพื้นฐาน Technician Level B สู่ Level A-นักศึกษาจากโครงการทวิภาคี (Dual Vocational Education-DVE) ที่ได้รับการคัดเลือก จะเข้าสู่โปรแกรมปูพื้นฐานงานช่างเทคนิค และระบบการให้บริการภายในสาขาเป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อพัฒนาทักษะ และความพร้อมในกาเลื่อนระดับจากช่างเทคนิคพื้นฐาน (Level B) สู่ช่างเทคนิคมืออาชีพ (Level A)
2. การยกระดับสู่ทักษะบริหาร (ช่างเทคนิคระดับ A สู่ผู้ช่วยผู้จัดการสาขา)-เมื่อก้าวสู่ตำแหน่งช่างเทคนิคระดับ A และผ่านการประเมินศักยภาพ พนักงานจะได้รับการสนับสนุนให้ก้าวเข้าสู่สายงานบริหาร โดยจะได้รับการอบรมทักษะการจัดการด้านปฏิบัติการ (Functional Knowledge) อาทิ งานธุรการ, การบริหารคลังสินค้า ระบบบัญชีการเงิน พร้อมฝึกงานบริหารภายใต้การดูแลของที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 1-2 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการสาขา (Assistant Branch Manager)
3. การสร้างภาวะผู้นำ (ผู้ช่วยผู้จัดการสาขาสู่ผู้จัดการสาขา)-ในระยะนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะการบริหารคน และบริหารองค์กรผ่านหลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership) และโปรแกรมเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นผู้จัดการมือใหม่ (First Time Manager Program) โดยใช้ระยะเวลาการบ่มเพาะรวม 4 เดือน เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการสาขา (Branch Manager)
4. การก้าวสู่ผู้บริหารระดับภูมิภาค (ผู้จัดการสาขาสู่ผู้จัดการเขต)-สำหรับผู้บริหารระดับสาขาที่มีผลงานโดดเด่น จะได้รับการพัฒนาต่อยอดสู่ทักษะการบริหารระดับเขต (District Management) และเสริมทักษะการเป็นโคชมืออาชีพ (Leader as Coach) โดยต้องผ่านการฝึกปฏิบัติจริง และประเมินผลตามมาตรฐานของโครงการเป็นเวลา 4 เดือน ก่อนได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสู่ระดับบริหารจัดการในภาพรวม
จากข้อมูลของวิจัยธุรกิจ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) พบมูลค่าตลาดศูนย์บริการ และซ่อมบำรุงรถยนต์ในประเทศไทยในปี 2568 มีมูลค่ารวมกว่า 86,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยในช่วงปี 2562-2566 อยู่ที่ราว 3 % ส่งผลให้ความต้องการแรงงานสายช่างเทคนิค และบริการยานยนต์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่ได้วางแผนพัฒนาแรงงานอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้ายกระดับแรงงานไม่น้อยกว่า 30,000 คนภายในปี 2570 เพื่อรองรับการผลิต และการบริการหลังการขาย รวมถึงสอดคล้องกับแผนการขยายสาขาของ Auto1 ที่ต้องการกำลังคนสายเทคนิค และบริการเพิ่มขึ้นตามเป้าการขยายสาขาให้ได้ 100 แห่งภายในปี 2569 โครงการทุนทวิภาคี และ "Operations Trainee Program" จึงนับเป็นการลงทุนด้านคนที่มีทักษะ และความเชี่ยวชาญ และเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของธุรกิจที่จะรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และตลาดแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ
พราสิทธิ์ บุญสม ผู้จัดการสาขา Auto1 ไทวัสดุ สาขาบางแสนชลบุรี หนึ่งในนักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการในปีการศึกษา 2564 กล่าวว่า ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ Operations Trainee ขณะศึกษาที่วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) จึงมีความสนใจที่จะทำงาน และศึกษาไปพร้อมๆ กัน เพื่อหาประสบการณ์ และเห็นว่าโครงการฯ นี้ดำเนินการโดยองค์กรขนาดใหญ่ จึงได้ตัดสินใจสมัคร วันแรกที่เข้าไปเริ่มงานรู้สึกตื่นเต้นมาก แต่พี่ๆ ก็ให้การต้อนรับอย่างดี สอนงาน และบทเรียนที่หาไม่ได้จากตำราเรียนการได้เข้ามาฝึกปฏิบัติงานจริงแตกต่างจากสิ่งที่คิดไว้ เพราะได้เจอสถานการณ์จริง เจอกับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ทำให้เรามีความต้องการในการหาความรู้เพิ่มเติม ผมจึงอยากฝากถึงน้องๆ ที่สนใจว่าที่ Auto1 จะสอนเรา และทำให้เราไม่กลัวในการเริ่มต้นทำงานอีกต่อไป ขอแค่มีความตั้งใจ และพร้อมที่จะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในองค์กร”
ด้าน ณัฐดนัย พลพัฒน์ Technician (Level A) Staff สาขา Auto1 ไทวัสดุ สาขาบางแสนชลบุรี ผู้เข้าร่วมโครงการในปีการศึกษา 2565 กล่าวว่า “ผมได้ศึกษาที่วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) และทราบถึงโครงการดังกล่าว จึงได้สมัครเข้าร่วมเพราะอยากหาประสบการณ์ทำงานที่เน้นการลงมือทำจริง ช่วงที่เริ่มฝึกงานต่างจากที่คิดไว้เยอะ แต่ก็มีความประทับใจเพราะได้ลงมือทำงานกับรถของลูกค้าจริงๆ โดยมีรุ่นพี่ดูแลอย่างใกล้ชิด คอยแนะนำเทคนิคการทำงานให้ง่าย และรวดเร็วขึ้น ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีคนสอน หรือให้คำแนะนำ ในอนาคตตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องทำให้ตัวเองเก่งขึ้น ต้องทำอะไรที่เราไม่เคยได้ทำให้ได้ และต้องเติบโตขึ้นในสายงานนี้”
ปัจจุบันในปี 2569 โครงการได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 พร้อมผนึกความร่วมมืออย่างใกล้ชิดผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 9 แห่ง ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค), วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา เชียงใหม่, วิทยาลัยเทคนิคเชียงราย, วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่, วิทยาลัยการอาชีพชนแดน, วิทยาลัยเทคโนโลยีชนะพลขันธ์ นครราชสีมา (C-Tech), วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ, วิทยาลัยเทคนิคอุทัยธานี และวิทยาลัยเทคนิคสกลนคร โดยรับนักศึกษาฝึกงานเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 30 คน และจะได้รับการกระจายเข้าปฏิบัติงานจริงในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และพื้นที่ภาคตะวันออก ครอบคลุม 15 สาขาทั่วประเทศ


