ธุรกิจ
GWM พิสูจน์เทคโนโลยี ลงสนาม Taklimakan Rally 2026

GWM ส่ง GWM Tank พิสูจน์ขีดสุดเทคโนโลยีออฟโรดเจเนอเรชันใหม่ ลงสนาม Taklimakan Rally 2026Highlight
GWM (Thailand) เข้าร่วมการแข่งขัน Taklimakan Rally 2026 พร้อมจัดตั้งทีมแข่งอย่างเป็นทางการ (Factory Team) และดึงนักขับระดับนานาชาติ เพื่อพิสูจน์ และทดสอบสมรรถนะ ความทนทาน และการทำงานของเทคโนโลยีรถยนต์ GWM ในสนามทดสอบที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสนามทดสอบทางธรรมชาติที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
การแข่งขัน Taklimakan Rally 2026 นับเป็นหนึ่งในบททดสอบที่หฤโหดที่สุดในโลก โดยในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม-3 มิถุนายน 2569 ในเขตซินเจียง ประเทศจีน ครอบคลุมระยะทางรวมเกือบ 8,000 กม. โดยเป็นช่วงแข่งขันจับเวลาประมาณ 4,200 กม. รวม 15 สนาม และจุดตั้งแคมพ์ 7 แห่ง เส้นทางตลอดการแข่งขันผ่านภูมิประเทศที่ท้าทายหลากหลายรูปแบบ ทั้งทะเลทรายโกบีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และภูมิประเทศแบบ Yardang ซึ่งเป็นสันหินยาวสลับร่องที่เกิดจากการกัดเซาะของลม โดยเส้นทางทะเลทรายคิดเป็นประมาณ 60 % ของการแข่งขันทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มช่วงทดสอบแบบมาราธอนเพื่อท้าทายสมรรถนะรถ ความทนทานของระบบขับเคลื่อน และทักษะของทีมนักแข่งตลอดเส้นทาง
ในการแข่งขันครั้งนี้ GWM ได้ส่งรถในตระกูล Tank ลงแข่งขันได้แก่ Tank 300 Hi4-T, Tank 500 Hi4-Z และ Tank 700 Hi4-T ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีออฟโรดเจเนอเรชันใหม่ของ GWM ที่ประสานพแลทฟอร์มออฟโรดเข้ากับระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดเพื่อทดสอบการทำงานของระบบขับเคลื่อน ความแข็งแกร่งของโครงสร้าง และช่วงล่าง รวมถึงประสิทธิภาพของระบบไฮบริดในสภาพการขับขี่ที่หลากหลายและท้ายทาย โดย GWM ได้จัดทัพนักแข่งจากหลายประเทศที่มีประสบการณ์ในรายการระดับนานาชาติลงแข่งในนามทีมโรงงาน GWM ได้แก่ Pau Navarro (สเปน) ผู้ชนะการแข่งขัน Dakar Challenger ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์; Nicolas Cavigliasso (อาร์เจนตินา) แชมพ์ Dakar 2 สมัยในหลายประเภทการแข่งขัน Gerard Farres (สเปน) นักแข่งมากประสบการณ์ที่เอาชนะทีมโรงงานในฐานะนักแข่งอิสระ และ Rebecca Busi (อิตาลี) ดาวรุ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักแข่งหญิงรุ่นใหม่
GWM เน้นย้ำถึงการกลับเข้าร่วม Taklimakan Rally ในปีนี้ว่า ไม่ใช่เพียงแค่แคมเปญชั่วคราวแต่เป็นพแลทฟอร์มถาวรที่นอกจากจะเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีออฟโรดเจเนอเรชันใหม่ของ GWM พร้อมแล้วที่จะยืนหยัดในแถวหน้าของวงการมอเตอร์สปอร์ท แต่ยังเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเรียนรู้ เก็บข้อมูล และต่อยอดการพัฒนารถของ GWM ผ่านบททดสอบในสภาพแวดล้อมที่หนักหน่วงได้เป็นอย่างดี โดยทุกข้อมูลที่ได้จากสนามแข่งจะถูกส่งต่อไปยังทีมวิศวกรเพื่อการพัฒนาทางวิศวกรรม และยกระดับขีดความสามารถของยนตรกรรมจาก GWM ในอนาคต เพื่อการส่งต่อรถที่มาพร้อมคุณภาพ สมรรถนะ ความปลอดภัย และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยสู่ลูกค้าของ GWM ทั่วทุกมุมโลก


