ธุรกิจ
Ford Ranger Raptor ตำนานฝีมือคนไทยจากโรงงานระยอง

8 ปี ตำนานกระบะเหินฟ้า ที่สร้างจากฝีมือคนไทย คุณภาพที่ทั่วโลกยอมรับ Ford Ranger RaptorHighlight
ย้อนกลับไปในปี 2561 ภาพของรถกระบะที่ทะยานขึ้นกลางอากาศ ก่อนลอยตัว และลงจอดอย่างนุ่มนวลบนพื้นผิวออฟโรด ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก นั่นไม่ได้เป็นเพียงฉากโชว์เปิดตัวรถธรรมดา แต่เป็นวินาทีแรกที่ Ford Ranger Raptor (ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์) ปรากฏตัวต่อสายตาโลก
8 ปีผ่านไป Ford Ranger Raptor ได้ก้าวข้ามคำว่า "รถเฉพาะกลุ่ม" และกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของรถกระบะสมรรถนะสูง ที่ผสานดีเอนเอแห่งความเร็ว เทคโนโลยีล้ำสมัย และวิศวกรรมระดับโลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
แม้รถรุ่นนี้จะได้รับการออกแบบ และพัฒนาโดยทีมวิศวกรที่ออสเตรเลีย แต่ประเทศไทย คือ สถานที่ที่ Ranger Raptor ได้ถือกำเนิดขึ้นจริง ในวันที่ 25 มิถุนายน 2561 Ranger Raptor คันแรกได้ถูกประกอบ และวิ่งออกจากสายการผลิตที่โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอม)
รถกระบะสายพันธุ์แกร่งรุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง กระทั่งในปี 2567 Ford ได้ขยายสายการผลิตไปยังโรงงานผลิตรถกระบะ Ford ที่มลรัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อรองรับตลาดอเมริกาเหนือโดยเฉพาะ ขณะที่ประเทศไทยยังคงทำหน้าที่เป็นฐานการผลิต และส่งออกหลักของ Ranger Raptor ไปยังกว่า 106 ประเทศทั่วโลก
ด้วยความที่เป็นรถกระบะสมรรถนะสูงเฉพาะกลุ่ม แผนการผลิตในช่วงเปิดตัวรถจึงถูกตั้งเป้าหมายไว้ค่อนข้างจำกัด ทว่าหลังจากที่สมรรถนะอันโดดเด่นเริ่มเป็นที่ยอมรับ กระแสความต้องการจากทั่วโลกก็พุ่งทะยาน ส่งผลให้ปัจจุบันโรงงานเอฟทีเอม ยกระดับการผลิต Ranger Raptor เพิ่มขึ้นกว่า 7 เท่าตัว เพื่อตอบสนองความต้องการจากทั่วโลก โดยมียอดการผลิตสะสมนับตั้งแต่เริ่มเดินสายการผลิตสูงถึง 251,180 คัน (1) และมีประเทศออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และแอฟริกาใต้ เป็น 3 ตลาดส่งออกหลักที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนความนิยมของ Ranger Raptor ในระดับโลก
วินโค ซาริค ผู้อำนวยการบริหาร โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง กล่าวว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เราเห็นพัฒนาการของคุณภาพที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งกระบวนการผลิต และทักษะของทีมงาน รวมไปถึงอัตราการพบข้อบกพร่องหลังการใช้งานจริง หรือ R/1000 ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความทนทาน และความน่าเชื่อถือของรถที่ผลิตจากโรงงานของเรา
ยอดการผลิตที่สูงขึ้น ไม่เพียงสะท้อนถึงความนิยมในรถรุ่นนี้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงคุณภาพในการผลิตรถของเราได้รับการปรับปรุง และยกระดับให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
ที่โรงงานเอฟทีเอม แม้ Ford Ranger Raptor จะใช้สายการผลิตร่วมกับ Ford Ranger รุ่นอื่นๆ ทว่าเพื่อถ่ายทอดดีเอนเอ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Ford Racing ลงในทุกรายละเอียด กระบวนการประกอบบางส่วนจึงได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ โดยใช้เครื่องมือที่มีความแม่นยำสูง และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สงวนไว้สำหรับ Raptor โดยเฉพาะมาใช้ในสายการผลิต
การประกอบกันชนหน้า (Front Bumper Styling) : นอกจากโครงสร้างตัวถังที่ดูดุดันแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกต คือ ช่องว่างระหว่างกันชนหน้า และบังโคลน (Front Bumper to Fender Gap) ซึ่งนี่ไม่ใช่ความผิดพลาดในการประกอบ แต่เป็นความตั้งใจทางวิศวกรรมเพื่อการลุยออฟโรดความเร็วสูงของ Ford Ranger Raptor (ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ใน "Ford Ranger Super Duty" รถกระบะพันธุ์แกร่งเพื่อการใช้งานหนัก) ในขณะที่รถกระบะทั่วไปจะใช้การประกบคลิพชิ้นส่วนติดกันโดยตรง แต่สำหรับรถที่ออกแบบมาเพื่อการลุยอย่างไร้ขีดจำกัด ตัวถัง และแชสซีส์จะต้องบิดตัวได้อย่างอิสระ (Body-on-Frame Flex) ช่องว่างที่ถูกคำนวณมาอย่างละเอียดนี้จึงช่วยป้องกันไม่ให้ชิ้นส่วนกระแทกกันเองขณะใช้งานจริง ขั้นตอนการประกอบชิ้นส่วนนี้จึงยากเป็นพิเศษ เพราะต้องอาศัยเครื่องมือควบคุมตำแหน่งที่แม่นยำ และทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมระยะห่างให้สมมาตรเท่ากันอย่างสมบูรณ์แบบทั้งซ้าย และขวา
การประกอบ และติดตั้งระบบช่วงล่าง : เสน่ห์อันน่าทึ่งของ Ford Ranger Raptor คือ ความสามารถในการควบคุมรถบนเส้นทางทุรกันดาร ซึ่งเริ่มต้นจากชอคอับ FOX ซึ่งการประกอบระบบช่วงล่างในตำนานนี้เปรียบเสมือนงานศิลปะที่ต้องอาศัยความแม่นยำขั้นสุด เราจัดแนวคอยล์สปริงให้ตรงตามมิลลิเมตร ก่อนจะขันยึดเข้ากับแชสซีส์ด้วยเครื่องมือไฮเทคเฉพาะทางที่ส่งแรงบิดสูงถึง 550 นิวทันเมตร พร้อมบันทึกข้อมูลทุกขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้น เรายังโปรแกรมระบบช่วงล่างให้สามารถปรับตัวอย่างยืดหยุ่นตามสภาพภูมิประเทศ ปรับตัวได้เข้าไปกับเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยี FOX Live Valve ที่ช่วยให้ Ford Ranger Raptor รับรู้ และตอบสนองต่อสภาพถนนได้เร็วถึง 500 ครั้ง/วินาที มอบความมั่นใจสูงสุดในการลุยทุกเส้นทาง
การประกอบระบบวัตต์ลิงค์หลัง (Watt’s Linkage Assembly) : การขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูงต้องการความไว้วางใจในตัวรถอย่างเต็มเปี่ยม เพื่อรักษาความเสถียร และความนุ่มนวลในทุกทางโค้งที่ท้าทาย Ford Ranger Raptor จึงใช้ระบบกันสะเทือนหลังแบบพิเศษที่ช่วยยึดเกาะถนนได้อย่างเหนียวแน่น ทีมงานที่โรงงานเอฟทีเอม สร้างความมั่นใจนี้ด้วยความแม่นยำที่ไร้ที่ติ โดยการปรับแนวแชสซีส์ และเพลาล้อให้สมมาตรอย่างสมบูรณ์แบบ และที่พิเศษ คือ เราจะทำการขันแน่นสลักเกลียวช่วงล่างในขณะที่ตัวรถวางน้ำหนักลงบนล้อทั้งหมดแล้วเท่านั้น เพื่อขจัดแรงเค้นสะสม (Stress) ที่ข้อต่อต่างๆ ความใส่ใจในรายละเอียดระดับนี้ คือ สิ่งสำคัญที่ช่วยรับประกันการขับขี่ที่นุ่มนวล และทำให้รถคันนี้มีความทนทาน แข็งแกร่ง พร้อมใช้งานได้อย่างยาวนาน
การติดตั้งสติคเกอร์ลายกราฟิคมาตรฐานโรงงาน (Decal) : เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ และรูปลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ Ford ได้ติดตั้งสติคเกอร์ลายกราฟิคจากโรงงานภายในห้องควบคุมอุณหภูมิ และฝุ่นอย่างเข้มงวด โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 10 คน คอยดูแลกระบวนการติดตั้ง และตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียดในทุกคัน
ความใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ไม่ได้พึ่งพาเพียงเทคโนโลยีที่ทันสมัยเท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนด้วยทักษะอันเชี่ยวชาญเฉพาะทางของทีมงานที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นพิเศษ เพื่อจัดการกับขั้นตอนการประกอบที่ซับซ้อนเหล่านี้ เพื่อให้มั่นใจว่ารถทุกคันจะมีคุณภาพ และสมรรถนะสูงสุดตามมาตรฐานของ Ford Racing
เบื้องหลังการประกอบรถยนต์คุณภาพสูงทุกคันที่เอฟทีเอม คือ การขับเคลื่อนด้วยแนวคิด "ทำงานให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก" (Right-First-Time Mindset) ซึ่งพนักงานทุกคนจะรักษามาตรฐานสูงสุดในทุกขั้นตอนการทำงาน พร้อมใส่ใจในทุกรายละเอียด และไม่ละเลยต่อความผิดปกติใดๆ ในสถานีงานของตน เพื่อป้องกันไม่ให้มีข้อบกพร่องหลุดรอดไปถึงมือลูกค้า เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดในการประกอบชิ้นงานให้ถูกต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรกโดยไม่ต้องหยุดแก้ไขบนสายการผลิต หรือ FRC (First Run Capability)
วินโค กล่าวเสริมว่า เราถ่ายทอดมาตรฐานอันเข้มงวดนี้ไปยังเครือข่ายซัพพลายเออร์ผู้ผลิตชิ้นส่วนให้ Ford เพื่อร่วมกันควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ โดยทีมควบคุม และรับประกันคุณภาพของโรงงาน (Quality Assurance) จะทำงานร่วมกับฝ่ายสนับสนุนด้านเทคนิคแก่ผู้ผลิตชิ้นส่วน (Supplier Technical Assistance) และฝ่ายวิศวกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Engineering & Plant Vehicle Team) อย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าไปให้คำแนะนำ และสนับสนุนซัพพลายเออร์ให้ส่งมอบชิ้นงานที่ได้มาตรฐานสูงสุด รวมถึงการลงพื้นที่หน้างานจริง (Gemba Walk) ณ โรงงานของซัพพลายเออร์อย่างสม่ำเสมอ วิธีนี้ช่วยสร้างความมั่นใจว่าชิ้นส่วนทุกชิ้นที่ส่งเข้าสู่สายการผลิตจะผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด และมีความสมบูรณ์แบบที่สุด ก่อนนำมาประกอบ และส่งมอบรถยนต์คุณภาพให้แก่ลูกค้าทั่วโลก
ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา Ford Ranger Raptor ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า รถกระบะไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะสำหรับใช้งานทั่วไป แต่สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้อย่างแท้จริง และความสำเร็จในระดับสากลนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดความเอาใจใส่ และความพิถีพิถัน เพื่อพัฒนา และยกระดับมาตรฐานการผลิตรถยนต์คุณภาพอย่างไม่หยุดยั้ง
(1) ข้อมูลการผลิต ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569


