ธุรกิจ
Performance Motors ทุ่ม 1,500 ลบ. ปรับโฉมโชว์รูม BMW

Performance Motors ทุ่มงบประมาณ 1,500 ล้านบาท ปรับโฉมโชว์รูม BMW และ MINI ภายใต้คอนเซพท์ Retail Next พร้อมลงทุน 10-15 ล้านบาท เป้าหมายด้าน Sustainability และ Carbon NeutralityHighlight
Performance Motors ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ BMW และ MINI พร้อมสร้างการเติบโตในทุกด้าน ทุ่มงบประมาณ 1,500 ล้านบาท ปรับโฉมโชว์รูม BMW และ MINI ภายใต้คอนเซพท์ Retail Next พร้อมลงทุน 10-15 ล้านบาท เป้าหมายด้าน Sustainability และ Carbon Neutrality
พอล ชาง อิน เชง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือ Sime Motors ผู้นำธุรกิจยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ครอบคลุมตลาด ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ BMW และ MINI ตั้งแต่ปี 2014 โดยรับความไว้วางใจจากลูกค้า จนปัจจุบันมีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ 5 แห่ง ได้แก่ สำหรับธุรกิจ BMW ปัจจุบัน Performance Motors มีโชว์รูมทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ รามอินทรา, ราชพฤกษ์, ดอนเมือง, จรัญสนิทวงศ์ และพระนครศรีอยุธยา), ศูนย์ซ่อมตัวถังและสี (Body & Paint) รวมถึงธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วที่ผ่านการรับรองคุณภาพ (Certified Used Cars)
ตั้งแต่ปี 2021 บริษัทฯ ได้ทุ่มงบประมาณ 1,500 ล้านบาท ปรับโฉมโชว์รูมรถยนต์ BMW และ MINI ภายใต้คอนเซพท์ Retail Next และ ปี 2025 Sime Motors ได้ลงทุนกว่า 500 ล้านบาท เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ Porsche Pattaya ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องต่อตลาดประเทศไทย
ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้การปรับโฉมโชว์รูมในคอนเซพท์ Retail Next แห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่สาขาราชพฤกษ์ และ Retail Next แห่งแรกในต่างจังหวัดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะที่สาขาจรัญสนิทวงศ์ ได้ดำเนินการปรับโฉมเรียบร้อยแล้ว และโชว์รูมอีก 2 แห่ง จะเริ่มปรับโฉมสาขาดอนเมืองในปี 2027 และสาขารามอินทรา ในปี 2028 โดยการลงทุนจะขึ้นอยู่กับพื้นที่ โดยขนาดพื้นที่โชว์รูมจะอยู่ที่ตั้งแต่ 2,500-5,500 ตรม. คาดว่าจะใช้งบลงทุนทั้ง 2 สาขาประมาณ 100 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานในปัจจุบัน Paul เผยว่าบริษัทมีส่วนแบ่งตลาด BMW ในประเทศไทยประมาณ 14 % ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นจากทั้งปี 2568 ที่มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 12 % แม้จำนวนรถที่จำหน่ายได้จะลดลงตามภาพรวมตลาด แต่ส่วนแบ่งการตลาดยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการขยายเครือข่ายโชว์รูม โดยตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาด BMW ทั้งปี 2569 ไว้ที่ 15 % ขณะที่ MINI ตั้งเป้าไว้ 15 % และ Porsche ตั้งเป้าไว้ 10 %
ทั้งนี้ ลูกค้าของบริษัทมีช่วงอายุตั้งแต่ 25-65 ปี เนื่องจาก BMW มีรถยนต์ให้เลือกกว่า 40 รุ่น รองรับความต้องการของลูกค้าในหลายกลุ่ม ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้า รุ่น BMW i4 และ BMW i5 ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด
"เป้าหมายของเราไม่ได้หยุดอยู่ที่การขายรถยนต์ แต่คือ การสร้างประสบการณ์การครอบครองรถระดับพรีเมียม โดยเรามองว่าการขาย BMW หรือ MINI 1 คัน คือ จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าตลอด 3-5 ปีข้างหน้า โดยที่ผ่านมา ในปี 2025 เราได้รับรางวัล BMW Customer Support Award และ MINI Top Customer Centricity Award รวมถึงได้รับรางวัลด้าน Customer Support ถึง 10 รางวัลจากทั้งหมด 30 รางวัล ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของเราว่า “ลูกค้า คือ ศูนย์กลางของทุกสิ่งที่เราทำ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการลงทุนเรื่องการสร้างประสบการณ์ ความพึงพอใจแก่ลูกค้า รวมถึงการพัฒนาสังคม รวมถึงการสร้างคอมมินิที พร้อมจับมือพันธมิตรจัดกิจกรรมต่างๆ โดยใช้งบประมาณอีก 10-15 ล้านบาท เช่น การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว สำหรับลูกค้าใช้บริการผ่าน Line Official Account ที่สามารถสะสมคะแนน และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ การสร้างคอมมูนิทีลูกค้าผ่านกิจกรรม PM Circle อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Running Club, กิจกรรมปลูกต้นไม้, Yoga, Movie Days และ Cafe Tours
อีกทั้ง Performance Motors ยังได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี โดยแนวทางด้าน Sustainability ครอบคลุมทั้งการพัฒนาบุคลากร การใช้พลังงานหมุนเวียน การติดตั้งโซลาร์เซลล์ และการลดการปล่อยแกสคาร์บอน โดยตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนอย่างน้อย 30 %


