ธุรกิจ
Freelander เปิดแผนรุกตลาดโลก

Freelander รุกตลาดโลก ปักหมุดเริ่มต้นที่ตะวันออกกลาง ก่อนมุ่งหน้าสู่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และยุโรปHighlight
Freelander แบรนด์ยนตรกรรมอัจฉริยะระดับพรีเมียมสัญชาติอังกฤษ ที่ร่วมพัฒนาโดย JLR และ Chery เผยการรุกตลาดต่างประเทศ เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรทส์ (UAE) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา โดยปักหมุดวางภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นจุดเริ่มต้นเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการทำตลาดต่างประเทศ
เริ่มที่ UAE เป็นแห่งแรก ก่อนทยอยรุกตลาดประเทศอื่นๆ โดยจะเริ่มจากตลาดรถพวงมาลัยซ้ายในตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ก่อนจะบุกตลาดรถพวงมาลัยขวาในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และยุโรปในลำดับถัดไป โดยแผนการขยายตลาดดังกล่าว จะครอบคลุมทั้งความพร้อมด้านผลิตภัณฑ์ การพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ตลอดจนการดำเนินงานในแต่ละประเทศ เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้ Freelander ก้าวสู่ตลาดโลกในฐานะแบรนด์ยนตรกรรมชั้นนำระดับโลก
Freelander พร้อมรุกทำตลาดต่างประเทศ โดยจะเริ่มที่ตลาดรถยนต์พวงมาลัยซ้าย และได้ร่วมมือกับผู้จำหน่ายใน UAE 2 ราย ได้แก่ Al Tayer Motors ซึ่งดูแลดูไบ และรัฐทางตอนเหนือ (Northern Emirates) และ Premier Motors ซึ่งดูแลอาบูดาบี ความร่วมมือนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของเครือข่ายการขาย และบริการในพื้นที่ดังกล่าว โดยลูกค้าใน UAE สามารถลงทะเบียนแสดงความสนใจ Freelander 8 ได้แล้ว ส่วนแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ และการส่งมอบรถ จะมีการประกาศผ่านช่องทางทางการของแบรนด์ และพันธมิตรในลำดับต่อไป ซึ่งในไตรมาสที่ 4 Freelander มีแผนพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายในตลาดอื่นๆ ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ได้แก่ กาตาร์ คูเวท บาห์เรน จอร์แดน และอียิปต์ และจะขยายสู่ตลาดรถยนต์พวงมาลัยซ้ายเพิ่มเติมในปี 2570
การเลือกตะวันออกกลางเป็นจุดเริ่มต้นของการทำตลาดต่างประเทศ สอดคล้องกับภาพลักษณ์ และตัวตนของแบรนด์ รวมถึงความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาค ไม่ว่าเป็นการใช้รถเดินทางในเมือง เดินทางกับครอบครัว หรือขับลุยทะเลทราย ที่ผู้บริโภคต่างมองหาความสะดวกสบาย เทคโนโลยีอัจฉริยะ และสมรรถนะการขับขี่ในทุกสภาพเส้นทาง นอกจากนี้ อากาศที่ร้อนจัด ฝุ่น และสภาพถนนสุดท้าทาย ยังมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา และทดสอบ Freelander 8 ทั้งด้านระบบปรับอากาศ โหมดขับขี่บนผืนทราย (Sand Mode) และฟีเจอร์ในห้องโดยสารที่ออกแบบให้เหมาะกับผู้ใช้ในภูมิภาค ล้วนสะท้อนแนวทางของแบรนด์ที่นำความต้องการเฉพาะของแต่ละภูมิภาคมาพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ในการขยายสู่ตลาดต่างประเทศระยะที่ 2 Freelander จะต่อยอดจากตลาดรถพวงมาลัยซ้ายไปสู่ตลาดรถพวงมาลัยขวา โดยมีออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์เป็นเป้าหมายหลักในระยะแรก ส่วนตลาดอื่น ๆ จะประกาศเพิ่มเติมในอนาคต
ด้วยไลฟ์สไตล์การขับขี่ในประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ที่มีทั้งการใช้ชีวิตในเมือง การเดินทางไกล และการท่องเที่ยวผจญภัยกลางแจ้ง จึงสอดรับกับจุดเด่นของ Freelander ทั้งด้านคุณภาพระดับพรีเมียม ความสะดวกสบายของการใช้งานในชีวิตประจำวัน และสมรรถนะที่พร้อมลุยทุกสภาพเส้นทาง การพัฒนารถยนต์รุ่นพวงมาลัยขวาควบคู่กับการสร้างเครือข่ายพันธมิตรในแต่ละประเทศ จะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าในต่างประเทศได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
สำหรับระยะที่ 3 Freelander มีแผนนำรถยนต์ที่ผ่านมาตรฐาน และข้อกำหนดของยุโรป เข้าทำตลาดในหลากหลายประเทศ อาทิ เยอรมนี อิตาลี เบลเยียม สวิสเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ และสเปน ก่อนที่จะขยายต่อไปยังสหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ เพื่อส่งมอบเอกลักษณ์งานออกแบบสไตล์อังกฤษ และเทคโนโลยีอัจฉริยะไปสู่ลูกค้าชาวยุโรปในวงกว้าง ทั้งนี้ กำหนดการเข้าทำตลาด รายละเอียดตัวรถ และรูปแบบการจำหน่ายของแต่ละประเทศ จะประกาศให้ทราบตามความคืบหน้าของแผนงานต่อไป
การพัฒนารถยนต์เพื่อรองรับตลาดต่างประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการขยายตลาดในครั้งนี้ ทั้งรุ่นพวงมาลัยซ้าย พวงมาลัยขวา และมาตรฐานตามข้อกำหนดของยุโรป รวมถึงการพัฒนาและทดสอบให้พร้อมรับมือกับสภาพอากาศ สภาพถนน และความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ
ขณะเดียวกัน Freelander จะเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ทีมงานในแต่ละประเทศ และศักยภาพด้านการบริการลูกค้าไปพร้อมกับการขยายตลาด เพื่อสอดคล้องกับที่ Lucia Mao ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Freelander International กล่าวในงานเปิดตัวว่า “คำมั่นสัญญาของแบรนด์จะเป็นจริงได้ ก็ต่อเมื่อเราทำให้เกิดขึ้นจริงในแต่ละประเทศผ่านการลงมือทำของทีมงาน พันธมิตร และการบริการของเรา"
Freelander พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตในตลาดโลกด้วยโรดแมพที่ชัดเจนและเป็นลำดับขั้น เริ่มต้นจาก UAE สู่ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และยุโรป และเมื่อผลิตภัณฑ์ รวมถึงเครือข่ายการขาย และบริการในแต่ละประเทศมีความพร้อม แบรนด์เตรียมจะนำวิสัยทัศน์ “Beyond the Legend” ไปสู่ตลาดใหม่ๆ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ผสานเอกลักษณ์งานออกแบบสไตล์อังกฤษ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และสมรรถนะที่พร้อมลุยทุกสภาพเส้นทาง ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก


