บทความ
ก้าวใหม่ของ Honda Hybrid และไทยคือที่แรกในโลกได้ใช้ก่อนใคร

Honda เผยทิศทาง เตรียมใช้ขุมพลัง Hybrid เจเนอเรชันใหม่ พร้อมยกระดับแบรนด์ HRCHighlight
ในวันที่โลกของอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว Honda (ฮอนดา) ได้แสดงถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการเลือกใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนแบบใหม่ ที่ต้องเข้ากับ DNA ความสปอร์ตที่ฝังรากลึกอยู่ในแบรนด์มาอย่างยาวนาน
ล่าสุดจากการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เราได้เห็นทิศทางที่น่าจับตามองใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การยกระดับขุมพลังไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่ และการผลักดัน HRC (Honda Racing Corporation) ให้กลายเป็นแบรนด์สมรรถนะสูงที่จะเข้ามาโลดแล่นบนท้องถนน และสนามแข่ง
แม้ระบบ e:HEV ในปัจจุบันของ Honda จะได้รับการยอมรับอย่างมากในเรื่องสมรรถนะและความประหยัด แต่ Honda แสดงให้เห็นถึงการไม่หยุดการพัฒนาเพียงแค่นั้น ขุมพลังไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่กำลังจะมาถึง ถือเป็นการยกเครื่องใหม่ทั้งหมด
ระบบไฮบริดใหม่นี้ยังคงต่อยอดมาจากแนวคิดการใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (Motor Generator และ Motor Drive) แต่ชิ้นส่วนแกนหลักทั้งหมดได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่ โดยจะไม่มีชิ้นส่วนใดที่ใช้ร่วมกับระบบ e:HEV เดิมเลย
เครื่องยนต์สันดาปจะถูกปรับจูนให้ทำงานผสานกับระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าจะมีขนาดกะทัดรัดขึ้นแต่ให้กำลังขับเคลื่อนสูงกว่าเดิม ชุดเกียร์ส่งกำลังและแบตเตอรี่ถูกพัฒนาให้ตอบสนองได้รวดเร็วและกักเก็บพลังงานได้ดีขึ้น ขุมพลังที่มีน้ำหนักเบาลง แต่ให้อัตราเร่งที่เร้าใจและทรงพลัง อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้นกว่าเดิมไม่น้อยกว่าร้อยละ 10
ความน่าสนใจสูงสุดของระบบไฮบริดใหม่คือ การรองรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบไฟฟ้า หรือ e-AWD โดยล้อหน้าจะขับเคลื่อนด้วยการผสานกำลังระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ในขณะที่ล้อหลังจะถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าล้วน ซึ่งขณะนี้วิศวกรกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบและปรับเซตระบบให้เหมาะสมกับการขับขี่จริงบนท้องถนน
ขุมพลังไฮบริดรุ่นใหม่ เริ่มต้นการวิจัยและพัฒนาโดยศูนย์ R&D ของ Honda มาตั้งแต่ปี 2020 โดยประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในตลาดกลุ่มแรกของโลกที่ได้สัมผัสเทคโนโลยีนี้
Honda มีแผนจะทยอยติดตั้งขุมพลังใหม่นี้ในรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีการเปลี่ยนโฉมเต็มรูปแบบ (Full Model Change) ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
สำหรับผู้ใช้รถยนต์ Honda ระบบ e:HEV ในปัจจุบัน หรือรถรุ่นที่ยังไม่ถึงรอบเปลี่ยนโฉม Honda ยืนยันว่าจะยังคงทำตลาดระบบ e:HEV เดิมอยู่ เนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบันยังมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่สร้างความตื่นเต้น คือการนำแบรนด์ HRC ซึ่งเป็นตำนานบนสนามแข่งของ Honda ที่จะถูกยกระดับขึ้นมาเป็น "แบรนด์สมรรถนะสูง" อย่างเป็นทางการ สำหรับทำตลาดรถยนต์โปรดักชันทั่วไป
เป้าหมายที่ของ Honda คือ การขยายไลน์อัปเวอร์ชัน HRC ให้ครอบคลุมรถยนต์ที่จำหน่ายอยู่ถึงประมาณ 80% ของทั้งหมด โดยจะแบ่งระดับของความเป็น HRC ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่
รถยนต์ที่เน้นสมรรถนะการขับขี่และการแข่งขันระดับฮาร์ดคอร์ เปรียบได้กับรถยนต์ตระกูล Type R ในปัจจุบัน ที่จัดเต็มทั้งเครื่องยนต์ อากาศพลศาสตร์ และช่วงล่าง
รถยนต์ที่มีการอัพเกรดขีดความสามารถเหนือกว่ารุ่นมาตรฐานทั่วไป ครอบคลุมทั้งการปรับจูนพละกำลังเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง และระบบการขับขี่ เพื่อความสนุกสนานบนท้องถนน
เน้นการปรับแต่งรูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายในให้ดูดุดัน สปอร์ต โฉบเฉี่ยว คล้ายคลึงกับแนวทางการทำตลาดของเกรด RS ในปัจจุบัน
เชื่อว่าเป็นเรื่องที่หลายคนกำลังรอคอย คือการที่ศูนย์วิจัย R&D ในญี่ปุ่น กำลังพัฒนาระบบไฮบริดพิเศษสำหรับใช้ในรถแข่งรายการ One-Make Race ของประเทศไทยโดยเฉพาะ
ความพิเศษของระบบไฮบริดสำหรับสนามแข่งคือ การไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ความประหยัดเชื้อเพลิง แต่มุ่งเน้นการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่ออัดฉีดพละกำลังและอัตราเร่งให้ดุดันและเร้าใจขีดสุด
โปรเจกต์รถแข่งไฮบริดนี้คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์และพร้อมลงสนามแข่งจริงในช่วง 2-3 ปีหลังจากนี้
โดยจะเริ่มต้นจากการจำหน่ายให้ทีมแข่งก่อน และที่น่าจับตามองที่สุด คือ Honda มีแผนที่จะนำเทคโนโลยีจากสนามแข่ง มาปรับแต่งให้สามารถควบคุมได้ง่ายขึ้น เพื่อถ่ายทอดลงสู่รถยนต์ HRC สำหรับวางจำหน่ายให้บุคคลทั่วไปในอนาคต
การประกาศทิศทางใหม่ของ Honda ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์แบบ "คู่ขนาน" ด้านหนึ่งคือการตอบรับเทรนด์โลกด้วยขุมพลังไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่ประหยัด และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
อีกด้านหนึ่งคือการไม่ทิ้งจิตวิญญาณของแบรนด์ ด้วยการผลักดัน HRC เข้าสู่ตลาดรถโปรดักชันอย่างเต็มตัว ช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราจะได้เห็นรูปร่างหน้าตาของเทคโนโลยีและการตลาดรูปแบบใหม่จาก Honda


