ธุรกิจ
OMODA X เปิดตัวครั้งแรกในโลก

งานเปิดตัวระดับโลกอย่างเป็นทางการของ OMODA X จัดขึ้นในค่ำคืนวันที่ 20 ตุลาคม 2026 ภายใต้งาน “OMODA X Night” ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของการประชุมผู้ใช้ระดับนานาชาติ (OMODA & JAECOO International User Summit) ณ เมืองอู่ฮั่น/อู๋หู (Wuhu) ประเทศจีน
คอนเซปต์งาน (Drive to the Next Vibe & Crossvolution)
ตัวงานไม่ได้จัดเป็นเพียงงานเปิดตัวรถยนต์แบบดั้งเดิม แต่ผสานวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ แฟชั่น ดนตรี และเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าด้วยกัน เพื่อสะท้อนตัวตนของแบรนด์ที่มุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภค Gen-Z และผู้ใช้ทั่วโลก
ถือเป็นการเผยโฉมระดับโลก (Global Debut) ของ OMODA X ในฐานะรถสปอร์ต-ครอสโอเวอร์ยุคใหม่ที่เน้นภาษาการออกแบบแนวคิด Futuristic Mecha ผสานเส้นสายเรขาคณิต (Geometric Aesthetics) พร้อมบุคลิกแบบสปอร์ตที่ฉีกกรอบรถ SUV ทรงดั้งเดิม
ร่วมนำเสนอเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนเจเนอเรชันใหม่ เช่น Super Hybrid System (SHS) และระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (AI Valet Parking / Super Intelligent Cabin) ที่เตรียมนำไปใช้ในโมเดลทำตลาดระดับสากล
มีตัวแทน Miss World, พันธมิตรระดับโลก และกลุ่มคอมมูนิตี้ผู้ใช้รถ OMODA & JAECOO จากหลายประเทศ (รวมถึงภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง) เข้าร่วมกิจกรรม Co-Creation บนเวทีเดียวกัน
Omoda X คือรถยนต์แนวครอสโอเวอร์สายลุยสไตล์ออฟโรดดีไซน์เหลี่ยมสัน (Rugged Mid-size Crossover) รหัสพัฒนา T1QC จาก Chery Group ที่เพิ่งเผยโฉมระดับโลกในงาน International User Summit ที่เมืองอู๋หู ประเทศจีน โดยถูกวางตำแหน่งไว้เหนือกว่า Omoda 7 และเน้นภาพลักษณ์ผจญภัย ผสานเทคโนโลยีแบบไซเบอร์พังก์
ข้อมูลจำเพาะและจุดเด่นทางเทคนิคที่ประกาศแล้ว
รูปแบบตัวถัง Mid-size Rugged SUV / Off-road Crossover
ระบบส่งกำลัง (ขุมพลัง) รองรับ 3 รูปแบบ: BEV (ไฟฟ้าล้วน), PHEV (ปลั๊กอินไฮบริด) และ HEV (ไฮบริด) (ยังไม่เปิดเผยตัวเลขแรงม้า/ความจุแบตเตอรี่อย่างเป็นทางการ)
ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance) 200 มม.
ระยะลุยน้ำสูงสุด (Wading Depth) > 700 มม.
ความสามารถในการลากจูง (Towing Capacity) 1,800 กก. (1.8 ตัน)
การรับน้ำหนักแร็คหลังคา (Roof-Rack Rating) 75 กก.
ล้อและยาง (คันโชว์) ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว รัดด้วยยาง All-Terrain (Pirelli Scorpion AT Plus 255/55 R19)
ระบบขับเคลื่อน โหมดการขับขี่ปรับแต่งพิเศษ X Mode สำหรับทางลุย
ไฮไลต์เทคโนโลยีและห้องโดยสาร (Mecha Starship Cockpit)
- กล้องตรวจจับความร้อน (Thermal Imaging Camera): สามารถตรวจจับสิ่งมีชีวิตและสัตว์ป่าในที่มืดได้ระยะไกลสูงสุดถึง 90 เมตร เพิ่มความปลอดภัยเวลาขับลุยเส้นทางธรรมชาติ
- หน้าจอแสดงผล: จอดิจิทัลแสดงข้อมูลผู้ขับขี่ขนาด 10.25 นิ้ว จับคู่กับหน้าจอกลางแนวตั้งขนาด 13.2 นิ้ว พร้อมระบบ AI LLM สั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ
- ระบบความบันเทิง Omoda Open Mic: คาราโอเกะแบบไมโครโฟนบิลท์อินในตัวรถ แยกพื้นที่รับเสียงอิสระ 4 โซน (4 voice zones)
- คู่หูอัจฉริยะ Mecha Pet: อุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อผ่าน NFC แบบยึดแม่เหล็ก ตอบโต้กับผู้ขับขี่
- ช่องเก็บสัมภาระ: ออกแบบช่องใส่ของและจัดระเบียบภายในห้องโดยสารมากถึง 39 จุด
- หลังคาแก้ว Cool Tech: กระจกพาโนรามาเคลือบสารกันความร้อนพิเศษ ช่วยลดอุณหภูมิในห้องโดยสารลงได้ราว 7°C เมื่อจอดกลางแดด
- สีตัวถัง ProGloss Plus: เทคโนโลยีเคลือบสีแบบ Self-healing ช่วยสมานรอยขีดข่วนบาง ๆ ได้ด้วยตัวเอง
(หมายเหตุ: ขนาดมิติตัวถัง กว้าง×ยาว×สูง รวมถึงตัวเลขแรงม้าและสเปกแบตเตอรี่แบบละเอียด ทาง Omoda จะทยอยประกาศอย่างเป็นทางการตามแผนเปิดตัวแต่ละประเทศในลำดับถัดไป)


