การพัฒนาเทคโนโลยีนั้น ไม่มีวันจบสิ้น หลายๆ เทคโนโลยีที่ดูเหมือนจะไปได้ด้วยดี กลับต้องหยุดชะงัก ด้วยเหตุผลหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความทนทาน เทคโนโลยีด้านโลหะวิทยา หรือแม้แต่เรื่องของต้นทุน
หลายๆ เทคโนโลยีที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน อาจเป็นเทคโนโลยีที่มีแนวคิดหลายสิบปีที่แล้ว ณ วันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้ากำลังมาแรง หลายประเทศโดยเฉพาะในแถบยุโรป มีการวางแผนในการยกเลิกการใช้เครื่องยนต์สันดาป แต่สุดท้ายก็มีอันต้องเลื่อน หรือปรับแผนใหม่ เพราะในการใช้งานจริงอาจไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะการใช้งานรถไฟฟ้าในภูมิประเทศที่หนาวจัด หรือร้อนจัด ปัญหาการเก็บประจุไฟของแบทเตอรี การใช้งานระบบอีเลคทรอนิคส์ต่างๆ อาจเกิดปัญหาขึ้น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้หมายความว่า จะต้องหยุดการพัฒนา เพียงแค่หยุด เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมของหลายๆ อย่างด้วยกัน
ในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หัวใจสำคัญอยู่ที่สองชิ้นส่วนหลัก นั่นก็คือ “แบทเตอรี” และ “มอเตอร์ขับเคลื่อน” รถยนต์ไฟฟ้าในอุดมคติ คือ แบทเตอรีต้องวิ่งได้ไกล ประจุไฟได้เร็ว มีความปลอดภัยสูง และมีต้นทุนต่ำ ส่วนมอเตอร์ขับเคลื่อนนั้นแทบไม่ต่างกัน ต้องมีขนาดกะทัดรัด สมรรถนะสูง ประหยัดพลังงาน ทนทาน และต้นทุนต่ำเช่นเดียวกัน ในปัจจุบันหัวใจสำคัญอย่างแบทเตอรียังสามารถพัฒนาได้อีกไกล และเทคโนโลยีในอุดมคติเมื่อสักสิบปีที่แล้ว ก็ยังไม่สามารถผลิตออกมาใช้งานได้จริง เทคโนโลยีของแบทเตอรี ณ วันนี้ ยังไม่ถึงขีดสุด เพราะข้อจำกัดมีหลากหลายด้าน โดยเฉพาะแร่ธาตุที่หายาก และมีราคาแพง บางเทคโนโลยีสามารถใช้งานจริงได้ในห้องแลบ แต่การใช้งานจริง อาจจะยังขาดในเรื่องของความปลอดภัย และเรื่องของต้นทุน
มอเตอร์ขับเคลื่อนสามารถพัฒนาได้ง่ายกว่าแบทเตอรีเยอะ เพื่อให้ได้มอเตอร์ที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา มีความทนทานสูง มีสมรรถนะที่เยี่ยมยอด และราคาไม่แพง YASA ENGINEERING REVOLUTION AXIAL FLUX จาก YASA เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง มีขนาดกะทัดรัดประหยัดพลังงาน สามารถผลิตแรงม้าได้สูงสุดถึง 1,000 แรงม้า ด้วยน้ำหนักตัวแค่ไม่ถึง 13 กิโลกรัม นอกจากมีสมรรถนะสูงแล้ว ในเรื่องของการ REGENERATIVE BRAKING หรือการชาร์จไฟกลับไปยังแบทเตอรี ก็มีประสิทธิภาพสูงไม่แพ้กัน ในจังหวะที่ยกคันเร่งการชาร์จไฟกลับสามารถสร้างแรงหน่วงของตัวรถได้มากจนแทบไม่ต้องใช้ระบบเบรค และยังสามารถผลิตกระแสไฟกลับไปยังแบทเตอรีได้เข้มข้นอีกด้วย นอกจากเทคโนโลยีในการพัฒนามอเตอร์จนมีน้ำหนักที่เบา และมีสมรรถนะสูงแล้ว ในส่วนของชุด “อินเวอร์เตอร์” สำหรับการแปลงไฟก็มีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามาก มีน้ำหนักเบาเพียง 15 กิโลกรัม สามารถรองรับกำลังไฟได้ถึง 1,500 กิโลวัตต์ เป็นต้นแบบเทคโนโลยีที่รถยนต์ชั้นนำของโลกให้ความไว้วางใจ

