เขาว่า... : น้ำท่วมรถ ไม่ควรสตาร์ทเครื่อง...จริงไหม ?
จริง : เพราะหากอุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ต่างๆ ในรถเกิดน้ำเข้า หากเราสตาร์ทเครื่อง หรือแค่ ON ระบบไฟก็อาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้
ฝนตกหนักจนน้ำท่วมสูง หากเราจอดรถทิ้งไว้จนน้ำท่วมรถ เราจะสามารถสตาร์ทรถ แล้วขับออกไปได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ เราต้องทำอย่างไร ไปทำความเข้าใจเรื่องนี้กันครับ
ใครที่อยู่ในสถานการณ์นี้คงเข้าใจดี และคันไม้คันมืออยากลองสตาร์ทดูว่ามันจะติดหรือไม่ ผมอยากให้ยับยั้งชั่งใจสักนิดครับ เพราะผลร้ายอาจมากเกินคาดคิด เหตุที่ไม่ควรสตาร์ท ก็เพราะเรายังไม่รู้ว่าน้ำได้ท่วมเข้าไปในส่วนไหน อุปกรณ์อะไรของรถบ้าง เพราะในรถยนต์ยุคใหม่ มักมีอุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์มากมาย ในการควบคุมการทำงานของรถ ระบบเหล่านี้แม้จมน้ำเพียงครู่เดียวก็อาจเกิดการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าได้แล้ว ไม่ถึงกับต้องสตาร์ทรถหรอกครับ แค่บิดสวิทช์กุญแจไปที่ ON ก็แย่แล้ว
ดังนั้นสิ่งที่ควรทำ คือ “ถอดขั้วแบทเตอรีออกก่อน” เพื่อตัดระบบการจ่ายไฟ หลังจากนั้นดึงพวกสวิทช์ และฟิวส์ต่างๆ ออกให้หมด แล้วค่อยเป่าด้วยลม และใช้สเปรย์ไล่ความชื้นฉีดในชิ้นส่วนนั้นๆ เชคเครื่องยนต์ และระบบหล่อลื่น ถ้าน้ำท่วมสูงมากๆ น้ำก็อาจเข้าเครื่องยนต์ได้ ต้องขึ้นรถสไลด์ หรือลากเข้าอู่ให้ช่างผ่าเครื่องออกมาเชคดูความเสียหาย แต่ถ้าน้ำไม่สูงมาก ก็แค่ถ่ายน้ำมันทุกชนิดที่อยู่ภายในรถออกให้หมด ทั้งน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันคลัทช์ (ถ้ามี) น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ น้ำมันเบรค น้ำมันเฟืองท้าย เป็นต้น แล้วนับ 1 ใหม่ เพราะถ้ามีน้ำเข้าไปปนแล้ว จะเกิดความเสียหายในระยะยาวได้
สุดท้ายก็อย่าลืมตรวจเชคช่วงล่าง เช่น ลูกหมากที่เป็นยางต่างๆ ว่ามีน้ำเข้าไปอยู่หรือไม่ หรือพวกที่ต้องมีจารบีอัดไว้ ให้อัดจารบีเข้าไปใหม่ ส่วนระบบเบรค ต้องถอดออกมาดูว่ามีน้ำค้างอยู่หรือไม่ ลูกปืนเป็นสนิมหรือเปล่า แล้วไล่เปลี่ยนน้ำมันเบรคใหม่อีกครั้ง
นอกจากที่กล่าวข้างต้นแล้ว ยังต้องทำความสะอาดชิ้นส่วนต่างๆ อีก เช่น เบาะ พรม ชิ้นส่วนภายใน ภายนอก และถ้าหากจะนำรถเข้าซ่อม ควรเลือกศูนย์บริการ หรืออู่ที่ได้มาตรฐาน มีความเชี่ยวชาญในรถรุ่นนั้นๆ จะดีที่สุดครับ
บทความแนะนำ

