New Honda City 2026
BYD Sealion 5 DM-i ทดลองขับภาค 2 เชียงใหม่ – ภูเก็ต
Forthing Friday เลือกได้ทั้งไฟฟ้า BEV และ REEV
MG Urban รถไฟฟ้าของคนเมือง
เปิดตัว Honda City ใหม่ สปอร์ทล้ำกว่าเดิม ราคาพิเศษคุ้มค่า โปรโมชันจัดเต็ม !
Chery Q เปิดตัวกับราคาพิเศษ 449,900-519,900 บาท มาเทียบกับคู่แข่ง Geely EX2 และ MG Urban
Chery Q รถ City EV คันเล็กน่ารักกะทัดรัด หาที่จอดง่าย
Hyundai เปิดตัว Ioniq 5 N Line รุ่นประกอบไทย ราคาพิเศษ 1.399 ลบ.
วิริยะประกันภัยฯ สานต่อบริการสุขภาพ
แซนดี พร้อมทวงบัลลังแชมพ์ GT3 Bangsaen Grand Prix
VIVO X300 Ultra
Sony Xperia 1 VIII คิดต่าง...สวนกระแส ทำให้แฟนๆ หลงรัก
OPPO Find X9 Ultra
เคาะ SUV เข้าไทย ปี 2027 เจอแน่ !
Porsche NOW Bangkok โชว์รูมป๊อบอัพ แห่งแรกในไทย
ส่องยานแม่จากอนาคต ! EXEED X-CONCEPT
ข่าวจากประเทศอังกฤษ ระบุว่า Jaguar Land Rover ปรับแผนชะลอการผลิตรถไฟฟ้า (BEV) ออกไป และเพิ่มการผลิตรถ PHEV (พลัก-อิน ไฮบริด) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น
เมื่อปี 2564 บริษัท JLR กำหนดเป้าหมายว่า ภายในปี 2569 บริษัทฯ จะผลิตรถไฟฟ้า Land Rover ทั้งหมด 6 รุ่น และ Jaguar อีก 2 รุ่น แต่เร็วๆ นี้ Adrian Mardell ผู้บริหารระดับสูงของ Jaguar Land Rover ได้กล่าวในการรายงานผลประกอบการของบริษัทฯ ว่า จะลดการผลิตรถไฟฟ้าเหลือ 4 รุ่น โดยมีรถไฟฟ้า Range Rover ที่จะเปิดตัวปลายปีนี้ และตามมาด้วยรถไฟฟ้า Range Rover Sport
แม้การเปิดตัวรถไฟฟ้ามีความล่าช้ากว่าแผนเล็กน้อย เนื่องจากทางบริษัทฯ ต้องการใช้เวลาในการพัฒนารถให้ดีที่สุดเท่าที่ทางบริษัทฯ เคยผลิตรถออกมา
จากนั้นบริษัทฯ จะเปิดตัวรถไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กกว่าออกมา โดยใช้พแลทฟอร์ม EMA ซึ่งเป็นพแลทฟอร์มใหม่ของบริษัทฯ ทราบว่าทั้ง 2 รุ่นจะมาแทน Range Rover Evoque และ Range Rover Velar ส่วน Defender EV น่าจะเปิดตัวได้ในปี 2573 ส่วน Jaguar จะเปิดตัวรถไฟฟ้า GT 4 ประตู ในปี 2568 จากนั้นจะมีรถไฟฟ้าเปิดตัวตามมาอีกรุ่น
Adrian Mardell แจ้งว่าความต้องการซึ้อรถไฟฟ้าล้วนของ JlR เริ่มลดลง ขณะเดียวกันบริษัทฯ ต้องเร่งผลิตรถ PHEV เพื่อสนองความต้องการเพิ่มขึ้น
แม้แต่ระดับ OEM เริ่มออกอาการชะงักงันกับสภาพการแข่งขันที่เปลี่ยนไปของตลาดรถ BEV ส่วนรถ PHEV สามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ที่ทำให้ JLR ต้องเร่งการผลิตรถ PHEV ให้มากเพียงพอกับความต้องการของตลาด
เมื่อปีที่แล้ว (2566) JLR ทำยอดขายแซงผู้ผลิตรถรายอื่น เฉพาะในยุโรปสามารถทำยอดขายได้ 45,224 คัน หรือเพิ่มขึ้น 68 % ในขณะที่แผนกำหนดให้ทำยอดขาย BEV ให้ได้ 60 % ของรถทั้งหมด ในปี 2573 ก่อนเพิ่มการผลิตรถไฟฟ้าเป็น 100 % ในปี 2579
บทความแนะนำ
Stellantis มีแผนผลิตรถขนาดเล็กแนวคิดคล้าย Kei Car ของญี่ปุ่น
Mercedes-AMG GLE 63 และ GLS 63 รุ่นล่าสุด มาพร้อมกับขุมพลัง วี 8 สูบ บลอคใหม่
Stellantis พัฒนาพแลทฟอร์มใหม่เพื่อผลิตรถราคาสุดคุ้ม
Ferrari จดสิทธิบัตรแผงโซลาเซลล์สำหรับรถไฟฟ้ารุ่นใหม่
Jaguar Type 01 วิ่งอวดโฉมที่โมนาโค
Freelander 8 เตรียมส่งมอบปลายปีนี้
Follow Motor Expo Club Network