ธุรกิจ
Ford เผยที่มาของ Super Duty

Ford เผยที่มาชื่อ Ranger Super Duty สานต่อตำนาน F-SeriesHighlight
สำหรับ Ford (ฟอร์ด) คำว่า Super Duty ไม่ใช่เพียงชื่อรุ่น หรือกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้แก่รถรุ่นใหม่ แต่คือ ปรัชญาการทำงาน ที่บ่งบอกถึงรถสมรรถนะสูง เบื้องหลังชื่อนี้ คือ รากฐานความแกร่งที่ฝังลึกถึงระดับโครงสร้าง ผ่านบทพิสูจน์ความทรหด และการทำงานหนักมาอย่างยาวนาน
กำเนิดจากขุมพลังดีเอนเอพันธุ์แกร่ง
ตำนานเริ่มขึ้นในทศวรรษที่ 1950 เมื่อวิศวกรของ Ford ตระหนักว่าลูกค้ากลุ่มรถบรรทุกหนักต้องการพละกำลัง และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม จึงได้พัฒนาเครื่องยนต์ V8 พร้อมประทับตรา Super Duty เพื่อการันตีสมรรถนะในการแบกรับภารกิจสุดโหด และถูกนำไปติดตั้งในรถบรรทุก Extra Heavy Duty ของ Ford แม้เวลาผ่านไป แต่ปรัชญาดังกล่าวยังคงอยู่ ดังปรากฎในโบรชัวร์ปี 1993 ที่ระบุว่า "สิ่งที่อยู่ใต้โครงสร้างตัวรถของคุณต่างหากคือหัวใจสำคัญ…F-Super Duty คือ นิยามของความแข็งแกร่ง ความทนทาน สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ"
จุดเปลี่ยนปี 1999: แยกไลน์เพื่อตอบโจทย์ที่ใช่
ในปี 1997 Ford เริ่มนำชื่อ Super Duty มาใช้กับรถกระบะ F-350 ซึ่งมาพร้อมตัวเลือกทั้งแบบแคบแชสซีส์ในระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และแบบแชสซีส์เปล่าในระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งรุ่นย่อยนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัว "F-Series Super Duty" แยกออกมาอย่างชัดเจน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่ใช้งานทั่วไป และกลุ่มที่ต้องการรถเพื่อภารกิจหนัก แนวคิดการยกไลน์อัพผลิตภัณฑ์นี้เองที่ทำให้ Ford ครองใจผู้งานทั่วโลก เพราะช่วยให้ลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มได้รับรถที่ตรงกับความต้องการสูงสุด โดยไม่ต้องลดทอนประสิทธิภาพด้านในด้านหนึ่งลง
บทพิสูจน์ความทรหด : จาก F-Series สู่ Ranger
เพื่อรองรับชื่อของ F-Series Super Duty โดย Ford ได้ยกระดับมาตรฐานการทดสอบความทนทานขึ้นใหม่ ทั้งการสร้างสนามทดสอบซิลเวอร์ ครีก และการใช้ "หุ่นยนต์" ขับทดสอบอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชม. บททดสอบสุดโหดเหล่านี้ถูกนำมาใช้กับ Ford Ranger Super Duty ที่สนามทดสอบของ Ford ออสเตรเลีย เหมือนกัน เพื่อให้มั่นใจว่า Ranger รุ่นนี้สืบทอดความ "เกิดมาแกร่ง"ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Ford Ranger Super Duty: มาตรฐานใหม่ของรถกระบะ !
เช่นเดียวกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ F-Series ในปี 1999 วันนี้ Ford นำแนวคิดดังกล่าวมาใช้กับ Ranger โดยแบ่งเป็นรุ่นสำหรับใช้งานทั่วไป และ Ford Ranger Super Duty สำหรับผู้ที่ต้องการลากจูง และบรรทุกหนักโดยเฉพาะ นี่ไม่ใช่เพียงการนำรถเดิมมาดัดแปลง แต่คือ รถกระบะสมรรถนะสูงที่ผลิตออกมาจากโรงงาน ด้วยการออกแบบโครงสร้างแชสซีส์ใหม่ทั้งหมด เพื่อรองรับภารกิจที่ท้าทายยิ่งกว่า ให้มาเป็นรถคู่ใจที่ Ford ส่งตรงถึงมือลูกค้าเพื่อตอบรับทุกเสียงเรียกร้องที่ต้องการ "มากกว่า" รถกระบะทั่วไป


