ธุรกิจ
Nissan เปิดตัว Nissan Kicks e-POWER ใหม่
กับคอนเซพท์ Kicks On. Game On. อิสระใหม่แบบคิคส์ มาพร้อมเทคโนโลยี ProPILOT เพื่อการขับขี่สนุกเร้าใจ ปลอดภัยเต็มพิกัดHighlight
Nissan ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์คอมแพคท์เอสยูวีรุ่นล่าสุด Nissan Kicks e-POWER (นิสสัน คิคส์ อี-เพาเวอร์) ใหม่ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ใหม่โฉบเฉี่ยว พร้อมนวัตกรรมล้ำยุค เครื่องยนต์ e-POWER ที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย และระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง ProPILOT ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมมอบโปรโมชันพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Nissan Kicks e-POWER ใหม่ ได้ง่ายยิ่งขึ้น
โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน Nissan ประเทศไทย และอาเซียน กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่น่าภาคภูมิใจของ Nissan เราได้เปิดตัวรถยนต์เทคโนโลยี e-POWER รุ่นที่ 4 ซึ่งได้รับการพัฒนา และผลิตขึ้นในประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการผลิตในประเทศ และการให้ความสำคัญกับลูกค้าในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน Nissan Kicks e-POWER ใหม่ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทันสมัย พร้อมจะเติมเต็มชีวิตให้ผู้ขับขี่สนุกกับทุกการเดินทางได้อย่างเต็มพิกัด และพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์พิเศษในทุกช่วงเวลาชีวิต”
Nissan Kicks e-POWER ใหม่ จะสร้างความประทับใจให้แก่คนรุ่นใหม่ ที่ใช้ชีวิตทันสมัย ด้วยคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น ติดตั้งเครื่องยนต์ e-POWER เอกสิทธิ์ของ Nissan และรองรับมาตรฐานยูโร 6 ที่เข้มงวดเรื่องการปล่อยแกสเรือนกระจก พร้อมทั้งให้ประสบการณ์ประทับใจกับเครื่องยนต์ที่ตอบสนองทันใจ ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Nissan Kicks e-POWER ใหม่ ได้รับการออกแบบให้ทันสมัย โฉบเฉี่ยว และมั่นใจ สะท้อนความปราดเปรียว แข็งแกร่ง และพรีเมียมมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เปี่ยมพลัง ด้านหน้า สะกดทุกสายตาด้วยกระจังหน้าแบบ V-Motion ที่เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยการถ่ายทอดออกมาในรูปแบบ 3 มิติ ไฟหน้าดีไซจ์นใหม่เพรียวบางเป็นพิเศษ ให้ประสิทธิภาพการส่องสว่างที่ดียิ่งขึ้น ไฟ Daytime Running Lights แบบหางลูกศรที่แยกส่วนกัน 3 เส้น ช่วยเพิ่มลุคทันสมัย และโดดเด่น ฝากระโปรงหน้าที่ยกสูง และกว้าง ช่วยเพิ่มคาแรคเตอร์ที่ทรงพลัง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเพิ่มความน่าสนใจให้ดีไซจ์นของตัวรถด้านล่างกับกันชน และซุ้มล้อที่ดูดุดันมากขึ้น
ด้านหลังออกแบบด้วยเส้นสายที่เรียบง่าย และทันสมัย ช่วยให้ตัวรถดูโดดเด่นแบบมีนีมอล ขณะที่ไฟท้ายทรงหกเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์แบบรถเอสยูวีของ Nissan ยิ่งช่วยเพิ่มความน่าจดจำ เห็นชัดสะดุดตาในทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะยามค่ำคืน
ห้องโดยสารดีไซจ์นใหม่ ซึ่งไม่เพียงให้บรรยากาศทันสมัย แต่ยังช่วยให้ใช้งานได้ง่าย จุดเด่นภายในตัวรถ อยู่ที่ Audio Display หน้าจอแสดงผลดิจิทอลความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมมาตรวัดความเร็วดิจิทอล เพิ่มความทันสมัย อ่านข้อมูลสำคัญได้สะดวก รวดเร็ว และชัดเจน พร้อมทั้งจัดการระบบอินโฟเทนเมนท์ NissanConnect ได้ง่ายดายเพื่อการเชื่อมต่อที่ราบรื่นแบบไร้สายกับ Apple CarPlay และ Android Auto หรือเชื่อมต่อผ่านสาย USB หรือบลูทูธได้สะดวก นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้แอพพลิเคชัน เลือกเพลง และระบบนำทางได้อย่างสะดวกในทุกเส้นทาง รวมทั้งยังมีที่ชาร์จไร้สาย เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อได้ตลอดการเดินทาง
ห้องโดยสารได้รับการปรับดีไซจ์นใหม่ตั้งแต่แผงคอนโซลหน้า คอนโซลกลาง ไปจนถึงแผงประตู และช่องแอร์ ทั้งหมดช่วยให้บรรยากาศภายในดูเป็นระเบียบ และใช้งานได้ง่ายขึ้นในทุกจุด พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนังที่มีในทุกรุ่นย่อย เสริมประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสบายให้แก่ผู้โดยสารด้วยเบาะนั่งแบบ Zero Gravity ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ลดความเมื่อยล้าในการเดินทางไกล หรือการขับขี่ในสภาพจราจรหนาแน่น พร้อมบุด้วยวัสดุสังเคราะห์สะท้อนความร้อน ช่วยให้เบาะนั่งสบายแม้ในสภาพอากาศร้อน เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ช่วยให้ผู้ขับขี่ปรับตำแหน่งที่เหมาะสม และรองรับสรีระได้ดีที่สุด เบาะหลังปรับปรุงใหม่ ปรับมุมพนักพิงให้นั่งสบายขึ้น พื้นที่โดยสารที่กว้างขวาง พนักพิงศีรษะขนาดใหญ่ และที่วางแขนตรงกลางพร้อมที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง กระจกมองหลังอัจฉริยะ Intelligent Rear View Mirror (IRVM) ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นด้านหลังได้อย่างชัดเจนแม้จะมีผู้โดยสารเบาะหลัง หรือสัมภาระที่บดบังทัศนวิสัย พื้นที่เก็บสัมภาระจุได้มากถึง 423 ลิตร รองรับกระเป๋าเดินทางหลากหลายขนาด หรือสัมภาระที่ใช้ประจำวันได้อย่างจุใจ
Nissan Kicks e-POWER ใหม่ ให้ความอุ่นใจกับระบบความปลอดภัย และระบบช่วยขับขี่ขั้นสูงมากมาย โดยเฉพาะ ProPILOT ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เป็นเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัตโนมัติ ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 เทคโนโลยี ได้แก่ Intelligent Cruise Control (ICC) ที่ช่วยควบคุมความเร็ว และรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า มาพร้อมกับระบบ Stop and Go และ Lane Keeping Assist (LKA) ที่ช่วยรักษาตำแหน่งรถให้อยู่ในเลน หากรถมีแนวโน้มออกนอกเลน ระบบจะเตือน และประคองรถกลับอย่างนุ่มนวล อีกทั้งยังสามารถหยุด และออกตัวได้ง่ายขึ้น ช่วยลดภาระในการขับขี่บนทางด่วน และทางไกล รวมถึงลดความเมื่อยล้าระหว่างเดินทางได้เป็นอย่างดี โดยระบบจะทำงานอย่างต่อเนื่องเมื่อผู้ขับจับพวงมาลัยตลอดเวลา
พร้อมกันนี้ ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ที่ช่วยป้องกัน และปกป้องเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เช่น ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Leading Car Departure Notification-LCDN) จะเตือนผู้ขับขี่เมื่อรถคันหน้าออกตัวแล้วแต่ผู้ขับขี่ยังคงหยุดรถอยู่ ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า (IFCW) ที่ช่วยตรวจจับการเคลื่อนที่ของรถยนต์ด้านหน้าได้ถึง 2 คัน และระบบช่วยเตือน และเบรคฉุกเฉินอัจฉริยะ Intelligent Emergency Braking with Pedestrian Detection (IEB) เทคโนโลยีเตือนรถในมุมอับสายตา Blind Spot Warning ที่ทำงานพร้อมกับเทคโนโลยีป้องกันการชนรถในจุดอับสายตา Intelligent Blind Spot Intervention เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง Lane Departure Warning และระบบ Lane Departure Prevention ระบบเบรคถอยหลังฉุกเฉินอัตโนมัติ Rear Automatic Emergency Braking (RAEB) ระบบตรวจสอบแรงดันลมยางอัตโนมัติ Tire Pressure Monitoring System (TPMS) นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์เสริมอีกมากมาย อาทิ เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถ Rear Cross Traffic Alert (RCTA) มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor พร้อมระบบเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน Moving Object Detection (MOD) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA) และระบบเตือนเมื่อผู้ขับขี่เมื่อยล้า Driver Attention Alert (DAA) เพื่อช่วยส่งเสริมการรับรู้ของผู้ขับขี่ และยกระดับความปลอดภัยไปอีกขั้น
เทคโนโลยี e-POWER ของ Nissan ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า และอินเวอร์เตอร์ไว้ในชุดเดียว มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ซึ่งรองรับน้ำมันหลากหลาย รวมถึง E20 ให้กำลัง 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 280 นิวทันเมตร มาพร้อมแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน 2.06 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้การเร่งที่นุ่มนวล ตอบสนองทันใจ เครื่องเดินเงียบ และให้ความรู้สึกขับขี่แบบรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก หรือเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่
ระบบ e-Pedal Step ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ e-POWER ของ Nissan ช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ โดยผู้ขับสามารถเร่ง และชะลอความเร็วได้ด้วยแป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียว ช่วยให้ควบคุมระยะห่าง เข้าโค้ง ลงทางลาด หรือผ่านลูกระนาดได้อย่างมั่นใจ รวมทั้งยังช่วยชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบทเตอรี (Regenerative Braking) ระหว่างการชะลอความเร็ว
Nissan Kicks e-POWER ใหม่ มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ V, VL และ SV พร้อมสีตัวถังภายนอก 6 สี ได้แก่ Electric Cyan (สีใหม่), Gray Sky Pearl (สีใหม่), Storm White, Radiant Red, Gun Metallic และ Black Star และมีตัวเลือก สีภายนอกแบบทูโทนหลังคาดำ สำหรับรุ่น VL และ SV สำหรับผู้ที่ต้องการความโดดเด่น และทันสมัยมากยิ่งขึ้น โทนสีภายในห้องโดยสาร เป็นโทนสีดำ-เทาเข้ม ในทุกรุ่นย่อย และเพิ่มทางเลือกโทนสีฟ้า-เทา Moonstone ที่มอบความรู้สึกหรูหรา ทันสมัย ในเกรด SV
ราคา และโปรโมชันพิเศษ “Say Yes”
Nissan Kicks e-POWER ใหม่ พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาที่เข้าถึงได้ เริ่มตั้งแต่ รุ่น V 839,000 บาท รุ่น VL ราคา 899,000 บาท และรุ่น SV ราคา 929,000 บาท พิเศษสุดเฉพาะช่วงเปิดตัว อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.49 % พร้อมอุ่นใจด้วยการรับประกันที่ครอบคลุม ได้แก่ รับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี หรือ 150,000 กม. และการรับประกันแบทเตอรี 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ฟรีประกันภัยชั้น 1 NPP เฉพาะรุ่น VL และ SV โดยต้องจองรถตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม-30 เมษายน 2569 และออกรถภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569
นอกจากการเปิดตัว Nissan Kicks e-POWER ใหม่ Nissan ยังได้นำรถยนต์หลักทุกรุ่นมาโชว์ในงาน ได้แก่ Nissan Serena e-POWER (นิสสัน เซเรนา อี-เพาเวอร์) สี Beige Cashmere Gold หลังคาดำ รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด Nissan Almera (นิสสัน อัลเมรา), Nissan X-Trail e-POWER e-Force (นิสสัน เอกซ์ทเรล อี-เพาเวอร์ อี-ฟอร์ศ), Nissan Serena (นิสสัน เซเรนา) และ Nissan Navara (นิสสัน นาวารา)





