ธุรกิจ
Omoda & Jaecoo แนะนำ Omoda 4

Omoda & Jaecoo ฉลองยอดขายทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคัน เปิดตัวพร้อมเดินหน้าผลิต Omoda 4 ตอกย้ำความสำเร็จ Omoda 7 และ Jaecoo 7 ในงาน Auto China 2026Highlight
ในโอกาสครบรอบ 3 ปี Omoda & Jaecoo ได้ประกาศยอดขายสะสมทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคัน ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์รุ่นใหม่ที่บรรลุเป้าหมาย 1 ล้านคันได้เร็วที่สุด จากความสำเร็จนี้ แบรนด์จึงเร่งขับเคลื่อนแผนธุรกิจ “From Million to Annual Million” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายยอดขาย 1 ล้านคัน/ปีภายในปี 2570 โดยจะใช้กลยุทธ์ผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การพัฒนาเทคโนโลยีไฟฟ้า และการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้
งาน Auto China 2026 กรุงปักกิ่ง Omoda & Jaecoo เปิดตัวเฟสใหม่ของการขยายตัวสู่ตลาดโลกผ่านไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น นำโดย Omoda 4, Omoda 7 และ Jaecoo 7 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ 2 แนวทางของแบรนด์อย่างชัดเจน คือ ครอสส์โอเวอร์ที่เน้นดีไซจ์นแฟชัน และรถออฟโรดระดับพรีเมียม ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ทั่วโลก
เปิดตัวครั้งแรกในงาน และเดินหน้าสู่การผลิตสำหรับ Omoda 4 กำหนดเป้าหมายไปที่กลุ่ม “Cyber Lohas” ด้วยสไตล์ Cyber-Mecha ที่โดดเด่นพร้อมห้องโดยสารอัจฉริยะที่ออกแบบมาตอบโจทย์สำหรับคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ระบบ AI Cabin ผสานความบันเทิงแบบอินเตอร์แอคทีฟ การสื่อสารด้วยเสียงที่มีอารมณ์ และระบบนำทางอัจฉริยะเพื่อการขับขี่ในชีวิตประจำวันที่สะดวกสบาย
เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 Omoda & Jaecoo ได้ตอกย้ำความสำเร็จด้วยพิธีส่งมอบ Omoda 4 คันแรกจากสายการผลิต และลูกค้าชาวไทยที่กำลังรอการเปิดตัว Omoda 4 ทาง Omoda & Jaecoo ประเทศไทย เตรียมนำรถไฟฟ้าสำหรับรุ่นนี้เข้าสู่ตลาดไทยในฐานะรุ่นเรือธงของแบรนด์ภายในปีนี้ ผู้บริโภคชาวไทยจะได้สัมผัสเอสยูวีสุดล้ำที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับดีไซจ์นแห่งอนาคต พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่อย่างแท้จริง สะท้อนความพร้อมในการนำเข้าสู่ตลาดไทย ติดตามข่าวสาร และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดตัว Omoda 4 ในประเทศไทยได้เร็ว ๆ นี้
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวแผนธุรกิจ “From Million to Annual Million” อย่างเป็นทางการ ซึ่งจัดขึ้นควบคู่ไปกับงาน Chery International Business Summit โดยนำเสนอวิสัยทัศน์การเติบโตระดับโลก และแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของแบรนด์ในระยะต่อไป ในขณะเดียวกัน Omoda & Jaecoo ยังคงเร่งพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ติดตั้งเทคโนโลยี VPD (Valet Parking Driver) เป็นระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ สามารถเรียกรถจากระยะไกล และจอดรถอัตโนมัติได้อย่างชาญฉลาด พร้อมกันนี้ยังเปิดตัว Omoda 4 Ultra เวอร์ชันสมรรถนะสูงสำหรับลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่แรงกว่า และตื่นเต้นยิ่งขึ้น
ตั้งแต่เปิดตัวทั่วโลกในปี 2566 Omoda & Jaecoo ได้เติบโต และขยายการดำเนินงานเข้าสู่ 69 ตลาดสำคัญทั่วโลก และสร้างเครือข่ายผู้จำหน่ายกว่า 1,364 แห่ง โดยยุโรปกลายเป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยส่วนแบ่งการตลาดกว่า 40 % ของยอดขายทั่วโลก ขณะที่ตลาดอื่นๆ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง การขยายตัวในระดับโลกนี้ ประกอบกับไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และเทคโนโลยีไฮบริดขั้นสูง ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้แบรนด์มีความมั่นใจในการบรรลุเป้าหมายยอดขาย 1 ล้านคัน/ปีภายในปี 2570
นอกจากนี้ ในสหราชอาณาจักร Omoda & Jaecoo อยู่ในอันดับที่ 6 ของยอดขายแบรนด์ ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 4.7 % โดยมียอดขาย 17,951 คันในเดือนเดียว ยืนยันความเชื่อมั่นของผู้ใช้ Jaecoo 7 SHS-P ได้กลายเป็นมาตรฐานระดับโลกสำหรับรถยนต์พลัก-อิน ไฮบริด (PHEV) และ Jaecoo 5 EV มียอดขาย 20,000 คัน/เดือนภายในเวลาเพียง 9 เดือนหลังเปิดตัว และครองอันดับ 1 ในยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในหลายตลาด รวมถึงอินโดนีเซีย และไทย ซึ่งประเทศไทยมียอดจดทะเบียน Jaecoo 5 EV เป็นอันดับ 1 ติดต่อกัน 5 เดือน (ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568-มีนาคม 2569 แยกรายโมเดล) และ Omoda 5 SHS-H มียอดขายสะสมทั่วโลกเกิน 400,000 คัน โดยรุ่นไฮบริด (HEV) ติดอันดับ 3 ในหลายตลาดหลัก
สำหรับประเทศไทย ได้เปิดตัว The New Omoda C5 EV อย่างเป็นทางการในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ตอกย้ำภาพลักษณ์รถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของตัวตน ผ่านดีไซจ์นที่โดดเด่น และเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดย The New Omoda C5 EV ถูกออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด Robo Shark Design พร้อมไฟหน้า LED และไฟท้ายพาดยาวเต็มคัน ภายในห้องโดยสารมาพร้อมหน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K ระบบเสียง Sony ฟิลเตอร์อากาศ PM 0.3 และเบาะนั่งอัจฉริยะ เสริมความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบช่วยขับขี่ ADAS 19 ฟังค์ชัน กล้องรอบคัน 540° และรองรับระยะทางสูงสุด 422 กม./การชาร์จ
นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ และการเติบโตที่แข็งแกร่งของแบรนด์ Omoda & Jaecoo ที่ไม่เพียงพัฒนา และต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงคำนึงถึง และตอบโจทย์ผู้ใช้งานอย่างแท้จริง


