ธุรกิจ
Ford ย้ำมาตรฐานสี ด้วยคุณภาพ Sweet Spot

Ford ตอกย้ำมาตรฐานงานสี ด้วยบันทึกคุณภาพ ค้นหา Sweet Spot ยกระดับความแม่นยำ และความสม่ำเสมอHighlight
ในสายการผลิตรถยนต์ การควบคุมปัจจัยต่างๆ หรือ Factor Control อาจดูเป็นเรื่องพื้นฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (FTM) เลือกที่จะลงรายละเอียดให้ลึกกว่านั้น ด้วยการเปลี่ยนข้อมูลจากการผลิตประจำวันให้กลายเป็น "องค์ความรู้สะสม" ที่ต่อยอดได้จริง โดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา FTM เก็บ และวิเคราะห์รายละเอียดกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป้าหมายเดียว คือ การค้นหา และรักษามาตรฐานงานสีที่ดีที่สุดในทุกๆ วัน
ในห้องพ่นสีของ Ford สภาพแวดล้อม คือ ตัวแปรที่สำคัญมาก สีรถมีความอ่อนไหวสูง และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ความชื้นในอากาศ หรือแม้แต่ฝุ่นละอองขนาดเล็กมากที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทีมงานของ Ford จึงต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมปัจจัย (Factors) เหล่านี้ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เพื่อให้งานพ่นสีมีคุณภาพที่สม่ำเสมอ ไม่ว่าสภาพอากาศ หรือฤดูกาลจะเปลี่ยนไปอย่างไร
แทนที่จะตั้งเป้าแค่การควบคุมค่าต่างๆ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (Tolerance) ที่ถูกกำหนดไว้อย่างเข้มงวดอยู่แล้ว FTM เลือกเดินไปไกลกว่านั้น ทีมพ่นสีมองหาสภาวะที่ดีที่สุด หรือ "Sweet Spot" ซึ่งเป็นจุดที่ทุกปัจจัยทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว จนได้ผลงานที่สวยงาม และมีคุณภาพสูงสุด
วันรพี เรืองฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมควบคุมกระบวนการผลิต แผนกพ่นสี กล่าวว่า ในแต่ละวันจะมีช่วงเวลาที่ปัจจัยต่างๆ ลงตัวอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด การรักษา "Sweet Spot" ให้คงอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับคุณภาพงานสี ลดความแปรผันในกระบวนการ และส่งผลให้ขั้นตอนถัดไปดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เมื่อเราวางรากฐานของกระบวนการได้ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพสูงสุดที่เราตั้งไว้
เบื้องหลังความสม่ำเสมอของคุณภาพงานพ่นสี คือ การที่ FTM ไม่ได้หยุดอยู่แค่การควบคุมกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานในแต่ละวันเท่านั้น แต่ริเริ่มบันทึกคุณภาพ (Quality Records) ขึ้นมา เพื่อเก็บข้อมูลการผลิตในแต่ละวันอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 4 ปี ทีมงานนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อย้อนดู "วันที่งานออกมาดีที่สุด" เกิดจากปัจจัยใดบ้าง ตั้งแต่ความเร็วลมในห้องพ่นสี ความหนืดของสี ไปจนถึงการทำความสะอาดห้องอบสีในวันหยุด หรือแม้แต่รายละเอียดเล็กน้อยต่างๆ ที่มีผลต่อคุณภาพงาน ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาพัฒนาเป็นแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ช่วยลดการลองผิดลองถูก และทำให้ Ford Ranger และ Ford Ranger Raptor ทุกคันที่ออกจากสายการผลิต มีคุณภาพผิวสีในระดับมาตรฐานสากลอย่างสม่ำเสมอ แม้ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในแต่ละฤดูกาล
ปัญญพันธุ์ พูลภิญโญ ผู้จัดการทั่วไปแผนกพ่นสีของโรงงาน FTM กล่าวว่า เราไม่ได้แค่พ่นสีรถยนต์ แต่เราเรียนรู้จากงานที่เราทำในทุกๆ วัน การทบทวนบันทึกคุณภาพตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ช่วยให้ทีมงานเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่า เหตุใดบางวันจึงได้ผลลัพธ์ที่โดดเด่น จากนั้นเราก็นำเงื่อนไขเหล่านั้นกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อทำให้ทุกวันเป็นวันที่อยู่ใน Sweet Spot ของกระบวนการผลิต
ความสำเร็จในการถอดรหัส "Sweet Spot" และควบคุมปัจจัยการผลิตได้อย่างยอดเยี่ยมนี้เอง ที่ทำให้ FTM สามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ความแกร่งของ Ford Ranger และ Ford Ranger Raptor ผ่านเฉดสีทั้ง 8 สีได้อย่างเด่นชัด และมีพลัง ตอบโจทย์ลูกค้าในหลากหลายไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่สีที่ได้รับความนิยมสูงอย่างสีขาว Arctic White, สีดำ Absolute Black และสีเทา Meteor Grey ไปจนถึงสีที่เปิดตัวใหม่อย่างสีส้ม Ignite Orange รวมถึง Code Orange สีซิกเนเจอร์ของ Ford Ranger Raptor นอกจากนี้ ยังมีเฉดสีอย่าง Command Grey, Blue Lightning และ Aluminium Metallic ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเฉดสีใด ความท้าทายสำคัญ คือ การควบคุมคุณภาพงานพ่นสีให้มีความสวยงาม และสม่ำเสมอในมาตรฐานเดียวกันทุกคัน
จากสายการผลิตในประเทศไทย FTM ส่ง Ford Ranger และ Ford Ranger Raptor ออกเดินทางสู่กว่า 100 ประเทศทั่วโลก ภายใต้มาตรฐานคุณภาพเดียวกันเสมอ ข้อมูลการผลิตสะท้อนว่า สีขาว Arctic White, สีดำ Absolute Black และสีเทา Meteor Grey เป็น 3 สีที่มียอดการผลิตสูงสุด ซึ่งล้วนเป็นเฉดสีที่สะท้อนความแกร่งแบบเรียบหรู
นอกจากนี้ ข้อมูลคำสั่งผลิตในปี 2568 จนถึงไตรมาสแรกของปี 2569 ยังระบุว่า ลูกค้าชาวไทยให้ความนิยมสีดำ Absolute Black เป็นพิเศษ ขณะที่ตลาดออสเตรเลียเลือกสีขาว Arctic White เป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเหมาะกับสภาพภูมิประเทศ และสภาพอากาศที่ต้องการความทนทานสูง
การควบคุมปัจจัย และการรักษา Sweet Spot ในงานพ่นสีของ Ford มีเป้าหมายที่ชัดเจน และเรียบง่าย นั่นคือ การสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่า รถยนต์ทุกคันที่ออกจากโรงงาน FTM จะต้องมีความเงางาม ทนทานในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่ทฤษฎีการผลิต แต่เป็นคุณภาพที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง
ปัญญพันธุ์ กล่าวเสริม Sweet Spot เป็นมากกว่าแค่แนวคิดในโรงงาน แต่มัน คือ คุณภาพที่ลูกค้ามองเห็น และสัมผัสได้จริง ข้อมูลของเรายืนยันความสำเร็จนี้ โดยเราไม่พบรายงานปัญหาด้านคุณภาพเรื่องสิ่งแปลกปลอมในชั้นสีจากลูกค้าเลย สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อเราหาจุดสมดุลที่สมบูรณ์แบบเจอ เราจะสามารถส่งมอบผลลัพธ์ที่ไร้ที่ติได้อย่างแท้จริง
“เป้าหมายของเรา คือ ไม่ว่าลูกค้าจะเลือก Ford Ranger สีไหน หรือขับ Ford Ranger Raptor เฉดใด รถทุกคัน คือ ตัวแทนของความมุ่งมั่น และความพิถีพิถันในการรักษามาตรฐานคุณภาพสูงสุดของเรา”


