Motorcycle
BRIC ปล่อยหมัดเด็ด “Racing Manga” ปลุกจักรวาล “ฮีโรนักบิด”

สนามช้างฯ เดินเกมผู้นำคอนเทนท์สนามแข่งเต็มตัว ขึ้นแท่น Trend Leader มอเตอร์สปอร์ท ปล่อยหมัดเด็ด “Racing Manga” ปลุกจักรวาล “ฮีโรนักบิด” สู่ภาพจำระดับอินเตอร์Highlight
บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด (BRIC) ในฐานะพโรโมเตอร์ผู้สร้างสรรค์อีเวนท์ความเร็วระดับพรีเมียมของไทย ประกาศเปิดตัวฤดูกาลใหม่ของศึกดวลความเร็วสองล้อชิงแชมพ์ประเทศไทยรายการ “Nexzter BRIC Superbike 2026” ภายใต้คอนเซพท์สุดล้ำที่ไม่มีใครคาดถึง ยกระดับจากรายการ Local สู่พแลทฟอร์มที่เชื่อมโยงมิติของกีฬา ธุรกิจ พร้อมเตรียมกิจกรรมส่งเสริมไทยเพาเวอร์ ผนวกเข้าไว้ด้วยกัน
หากเอ่ยชื่อทีมหลังบ้านของ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท ทั่วโลกต่างยอมรับในฐานะไอเดียดีไซเนอร์ผู้เปลี่ยนภาพจำมอเตอร์สปอร์ทให้กลายเป็น Destination Marketing ระดับโลก ผลงานมาสเตอร์พีศที่ผ่านมาล้วนเป็นไวรอลสะท้านโลก ไม่ว่าจะเป็น
ฤดูกาล 2026 นี้ ทีมพโรโมเตอร์ BRIC ได้ระเบิดไอเดียกระหึ่มอีกครั้งด้วยการเปิดตัวธีม Racing Manga ภายใต้แนวคิด “Anyone can be a Hero ใครๆ ก็เป็นฮีโรนักบิดสายเลือดไทยได้” ถ่ายทอดจิตวิญญาณการต่อสู้บนทแรคผ่านลายเส้นการ์ตูนญี่ปุ่นสุดเฟี้ยว ซึ่งสะท้อนถึงการหลอมรวมพันธมิตรแบรนด์ระดับ World Class ระหว่าง ไทย และญี่ปุ่น ที่เกื้อหนุนกันมาอย่างยาวนาน เช่น Nexzter, Honda, Yamaha และ IRC ถือเป็นดีไซจ์นที่ฉีกกรอบเดิมๆ ล้ำเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดว่าทัวร์นาเมนท์ระดับประเทศจะผสมผสานศิลปะ Pop Culture ข้ามชาติได้ลงตัวขนาดนี้
ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท กล่าวว่า วงการมอเตอร์สปอร์ทไทยไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความเร็วบนทแรคเพียงอย่างเดียว แต่ถูก “ออกแบบ” อย่างตั้งใจผ่านความคิดสร้างสรรค์ของทีมงานเบื้องหลัง ซึ่งทำหน้าที่ในฐานะพโรโมเตอร์ระดับแนวหน้าของเอเชีย สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่การแข่งขันอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นต้นแบบของการผสานกีฬา คอนเทนท์ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา BRIC พิสูจน์ตัวเองบนเวทีระดับโลกอย่าง MotoGP ผ่านการสร้าง “ภาพจำ” ด้วยงาน Key Visual ที่โดดเด่น ตั้งแต่การหยิบวรรณคดีรามเกียรติ์มาตีความเป็นศึกแห่งความเร็ว ไปจนถึงการพัฒนาแนวคิด “ไทยโมเดิร์น” ที่ผสานศิลปะร่วมสมัยเข้ากับแลนด์มาร์คอย่างปราสาทหินพนมรุ้งอย่างมีชั้นเชิง ถ่ายทอดสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก
นอกจากนี้ ยังมี “ไอเดียกิจกรรม” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งลายเซ็นสำคัญที่ทำให้สนามประเทศไทยแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็น Tuk Tuk Challenge ที่ดึงนักบิดระดับโลกมาซิ่งสามล้อไทย, รถอีแต๋น Shuttle ที่กลายเป็นไวรอล หรือกิจกรรมมวยไทยที่ผสาน Thai Power เข้ากับกีฬาความเร็วอย่างลงตัว สะท้อนวิธีคิดของ BRIC ที่มองมอเตอร์สปอร์ทเป็น “ประสบการณ์” ที่ต้องเล่าเรื่องได้
แนวทางนี้ถูกต่อยอดอย่างชัดเจนในศึก Asia Road Racing Championship กับธีม “รถแห่บุกพิทวอล์ค” ที่สร้างภาพจำใหม่ทั่วเอเชีย ก่อนยกระดับอีกขั้น กับการเปิดตัว Nexzter BRIC Superbike ในงานแถลงข่าวที่ One Bangkok ด้วยการเปิดตัวอดีตแชมพ์ประจำปีที่แล้ว 10 คน ที่มาร่วมพูดคุยบนเวที บรรยากาศถูกออกแบบให้เหมือน “ตัวละครหลุดออกมาจากหน้าหนังสือการ์ตูน” สอดรับกับธีม Racing Manga ได้อย่างชัดเจน สร้างภาพจำใหม่ให้แก่เวทีมอเตอร์สปอร์ทไทยตั้งแต่ซีนเปิดตัว
ภายใต้ธีม “Racing Manga” นี้เรียกว่าพลิกภาพการแข่งขันระดับประเทศ ไปสู่การวางตำแหน่งแบรนด์ใหม่ เชื่อมโยง BRIC Superbike เข้ากับอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ทเอเชีย ผ่านลายเส้นซูเพอร์ฮีโรที่ถ่ายทอด “จิตวิญญาณนักบิดไทย” สะท้อนรากฐานเทคโนโลยี และแบรนด์ญี่ปุ่นที่มีบทบาทต่อวงการมาอย่างยาวนาน
ขณะเดียวกัน ยังขยายความร่วมมือสู่ระดับภูมิภาค ทั้งไทย ญี่ปุ่น และจีน ผ่านการเข้ามาของ MFZ Racing ในฐานะพันธมิตรระยะยาว พร้อมเดินหน้าบุกตลาดจีนเต็มรูปแบบ ผ่านพแลทฟอร์ม Douyin, Weibo, iQIYI และ Huya นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับ BRIC Superbike จาก National Championship สู่ International Racing Platform
ในมุมการสื่อสารแบรนด์ สิ่งที่ BRIC ทำมาอย่างต่อเนื่อง คือ การเปลี่ยน “Local” ให้กลายเป็น “Global” จากรากวัฒนธรรมไทยสู่การตีความในภาษาสากล และล่าสุดกับการเชื่อมโยงวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างมีทิศทาง ไม่ใช่เพียงเพื่อความแปลกใหม่ แต่เพื่อสะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ทในระดับเอเชีย

บทความแนะนำ

