ธุรกิจ
ส.อ.ท. ประกาศยอดผลิตรถเดือนมิถุนายน ลดลงร้อยละ 7.55
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประกาศยอดผลิตรถเดือนมิถุนายน 2569 ลดลงร้อยละ 7.55 ผลิตได้ 120,391 คัน แบ่งเป็นผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 252.38 ผลิตรถกระบะไฟฟ้า 270 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 500.00 เผยทิศทางรถไฟฟ้ายังส่อเค้าสดใสHighlight
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประกาศเดือนมิถุนายน 2569 ผลิตรถยนต์ 120,391คัน ลดลงร้อยละ 7.55 ผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 12,634 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 282.38 ผลิตรถกระบะไฟฟ้า 270 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 500.00 ขาย 58,724 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.26 ขายรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) 22,275 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 140.47 ขายรถกระบะไฟฟ้า 274 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 149.09 ส่งออก 81,526 คัน ลดลงร้อยละ 7.45 ส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า 292 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7,200 ส่งออกรถกระบะไฟฟ้า 19 คัน ลดลงร้อยละ 61.22
สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนมิถุนายน 2569
การผลิต
รถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมิถุนายน 2569 มีทั้งสิ้น 120,391 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 7.55 โดยลดลงเพราะผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์นั่ง และรถกระบะ ลดลงร้อยละ 50.11 และ 8.07 ตามลำดับ จากการส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงไป 7,727 คัน คิดเป็นร้อยละ 38.35 จากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว รวมทั้งผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศลดลงร้อยละ 17.04 ส่งผลให้ยอดผลิตรวมลดลงร้อยละ 7.55 จากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
รถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 717,212 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 1.04
รถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 48,317 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 5.30 โดยแบ่งเป็น
รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 9,582 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 64.54
รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 12,634 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 282.38
รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 1,571 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 395.58
รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 24,530 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 20.37
ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 มีจำนวน 252,371 คัน เท่ากับร้อยละ 35.19 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 4.65
รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 84,051 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 29.21
รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 34,030 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 43
รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 12,319 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 23.97
รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 121,971 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 8.71
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ในเดือนมิถุนายน 2569 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ไม่มีการผลิต
รถยนต์บรรทุก เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 72,074 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 9 และตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 464,841 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 1.04
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 70,539 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 10.13
ตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 456,157 คัน เท่ากับร้อยละ 63.60 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 0.10
รถกระบะบรรทุก 74,901 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 2.40
รถกระบะดับเบิลแคบ 285,978 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 2.38
รถกระบะดับเบิลแคบ BEV 2,101 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 2,234.44
รถกระบะ PPV 93,177 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 4.10
รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน-มากกว่า 10 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 1,535 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 115.59 รวมเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 8,684 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 98.76
ผลิตเพื่อส่งออก
เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 67,784 คัน เท่ากับร้อยละ 56.30 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 20.18 และเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 449,161 คัน เท่ากับร้อยละ 62.63 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 5.44
รถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออก 12,201 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 50.11 และตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 93,885 คัน เท่ากับร้อยละ 37.20 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 3.78
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 55,583 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 8.07 และตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 355,276 คัน เท่ากับร้อยละ 77.89 ของยอดการผลิตเพื่อการส่งออก
ผลิตรถกระบะ ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 5.87
รถกระบะบรรทุก 37,003 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 10.91
รถกระบะดับเบิลแคบ 248,857 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 6.39
รถกระบะ PPV 69,416 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 0.94
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 52,607 คัน เท่ากับร้อยละ 43.70 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 16.12 และเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 268,051 คัน เท่ากับร้อยละ 37.37 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 7.35
รถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 36,116 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 35.95 และตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 158,486 คัน เท่ากับร้อยละ 62.80 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ลดลงร้อยละ 5.15
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 14,956 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 17.04 และตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 100,881 คัน เท่ากับร้อยละ 22.11 ของยอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
การผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม- มิถุนายน 2568 ร้อยละ 28.94
รถกระบะบรรทุก 37,898 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 19.89
รถกระบะดับเบิลแคบ 39,222 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 44.19
รถกระบะ PPV 23,761 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 22.30
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ในเดือนมิถุนายน 2569 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ไม่มีการผลิต
รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน-มากกว่า 10 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 1,535 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 115.59 รวมเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 8,684 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 98.76
รถจักรยานยนต์
เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 213,232 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 3.73 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 183,370 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 4.11 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 29,862 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 1.46
ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,261,349 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 0.68 โดยแยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,020,194 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 2.09 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 241,155 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 5.79
ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 58,724 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2569 ร้อยละ 19.36 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 17.26 โดยตัวเลขยอดขายเพิ่มขึ้นเพราะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง รวมทั้งการส่งเสริมให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ของรัฐบาล รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ส่วนใหญ่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามาจากการนำเข้ามากกว่ารถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ส่งผลให้ 6 เดือนปีนี้ รถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในผลิตลดลงถึง 34,679 คัน หรือลดลงร้อยละ 29.21 จากตัวเลข 6 เดือนของปีที่แล้ว
รถกระบะซึ่งใช้ชิ้นส่วนในประเทศกว่าร้อยละ 90 ยังคงขายได้แค่ 10,805 คัน ลดลงร้อยละ 3.17 จากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว รถกระบะเคยขายได้เดือนละ 30,000 คัน ก่อนการระบาดของโรค COVID-19 ปัจจุบันขายได้เดือนละ 10,000 คัน ลดลงทุกเดือนตลอด 3 ปีมาแล้ว จากการเข้มงวดของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ผู้ผลิตชิ้นส่วน และซัพพลายเชนผลิตลดลงด้วย รายได้ และกำไรของบริษัทเหล่านี้ลดลง รัฐบาลเก็บภาษีสรรพสามิต และภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง รายได้คนงาน และพนักงานของผู้ผลิตชิ้นส่วน และซัพพลายเชนทั้งหลายก็มีรายได้ลดลง จึงระมัดระวังการใช้เงิน ส่งผลให้การลงทุน การจ้างงานชะลอตัวลง เศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ จึงขอให้รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ การจ้างงานจำนวนมาก เพื่อสร้างอำนาจซื้อให้มากขึ้น ใช้หนี้ได้มากขึ้น หนี้ครัวเรือนจะได้ลดลงอย่างแท้จริง รัฐบาลเก็บภาษีต่างๆ ได้มากขึ้น นำเงินภาษีไปลงทุน จ้างงานให้คนไทยมีรายได้มากขึ้น ทำให้ประเทศอยู่ในวัฏจักรเศรษฐกิจขาขึ้นเสียที
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์มีจำนวน 42,420 คัน เท่ากับร้อยละ 72.24 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 31.53
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 8,114 คัน เท่ากับร้อยละ 13.82 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 33.72
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 22,275 คัน เท่ากับร้อยละ 37.93 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 140.47
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 1,469 คัน เท่ากับร้อยละ 2.50 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 163.73
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV 58 คัน เท่ากับร้อยละ 0.10 ของยอดขายทั้งหมด ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 10,504 คัน เท่ากับร้อยละ 17.89 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 3.08
รถกระบะ (Pure Pickup) มีจำนวน 10,805 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 3.17 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 274 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 149.09 รถกระบะ REEV มีจำนวน 5 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 16.67 รถกระบะ HEV มีจำนวน 5 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 2,983 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 26.02 รถบรรทุก 5-10 ตัน มีจำนวน 1,496 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 10.57
รถบรรทุก 5-10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 1 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 735 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 37.02
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 178,028 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2569 ร้อยละ 23.89 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 15.37
ตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 รถยนต์มียอดขาย 346,966 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 14.63 แยกเป็น
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 240,426 คัน เท่ากับร้อยละ 69.29 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 24.13
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 54,506 คัน เท่ากับร้อยละ 15.71 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 24.83
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 104,418 คัน เท่ากับร้อยละ 30.09 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 93.07
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 6,023 คัน เท่ากับร้อยละ 1.74 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 20.36
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 839 คัน เท่ากับร้อยละ 0.24 ของยอดขายทั้งหมด ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 74,640 คัน เท่ากับร้อยละ 21.51 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 20.23
รถกระบะ (Pure Pickup) มีจำนวน 70,141 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 4.73 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 898 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 143.36 รถกระบะ REEV มีจำนวน 17 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 183.33 รถกระบะ HEV มีจำนวน 215 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย คิดเป็นร้อยละ 100 รถ PPV มีจำนวน 20,893 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 0.86 รถบรรทุก 5-10 ตัน มีจำนวน 9,115 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 26.49 รถบรรทุก 5-10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 72 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 5,189 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 26.81
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 953,353 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 5.21
การส่งออก รถยนต์สำเร็จรูป
เดือนมิถุนายน 2569 ส่งออกได้ 81,526 คัน ลดลงร้อยละ 7.45 โดยลดลงเพราะยังส่งออกไปตะวันออกกลาง ลดลงร้อยละ 38.35 จากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ส่วนแบ่งตลาดลดลงจากร้อยละ 20 ของปีที่แล้วเหลือร้อยละ 14 นอกจากนี้ ยังส่งออกลดลงในตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ยุโรป แต่ส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดแอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และอเมริกาใต้
รถกระบะ 53,646 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 65.80 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 2.44
รถกระบะ BEV 19 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.02 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 61.22
รถยนต์นั่ง ICE 5,947 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 7.29 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 64.97
รถยนต์นั่ง BEV 292 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.36 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 7,200.00
รถยนต์นั่ง PHEV 163 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.20 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก
รถยนต์นั่ง HEV 9,529 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 11.69 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 111.24
รถ PPV 11,930 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 14.63 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 3.25
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 58,239.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 1.39 และเครื่องยนต์ และชิ้นส่วนส่งออกมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,773.34 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 16.68
ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 13,476.70 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 17.89
อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,256.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 9.06
รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์เดือนมิถุนายน 2569 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 76,746.71 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 3.16
รถจักรยานยนต์
เดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวนส่งออก 61,705 คัน (รวม CBU+CKD) ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2569 ร้อยละ 24.19 และลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 6.23 โดยมีมูลค่า 4,434.19 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 12.61
ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 767.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 324.19
อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 263.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 14.87
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนมิถุนายน 2569 ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 5,464.88 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 0.36
เดือนมิถุนายน 2569 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 82,211.58 ล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 2.98
รถยนต์สำเร็จรูป
เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 421,144 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 8.32
รถกระบะ 264,105 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 62.71 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 10.47
รถกระบะ BEV 218 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.05 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 207.04
รถยนต์นั่ง ICE 37,276 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 8.85 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 47.22
รถยนต์นั่ง BEV 8,858 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 2.10 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 1,234.04
รถยนต์นั่ง PHEV 1,144 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.27 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก
รถยนต์นั่ง HEV 43,853 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 10.41 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 64.09
รถ PPV 65,690 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 15.60 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 0.88
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 289,187.70 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 8.01 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 18,527.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 0.16
ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 88,760.02 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 6.68
อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 11,628.45 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 11.90
รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 408,103.89 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 7.50
รถจักรยานยนต์
เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 463,444 คัน (รวม CBU+CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 6.25 มีมูลค่า 33,002.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 4.02
ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,709.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 58.33
อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,512.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 16.86
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 36,224.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 6.23
เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 444,328.41 ล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 6.51
การปรับประมาณการผลิตรถยนต์ปี 2569
จากการติดตามสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ และภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ปรับประมาณการผลิตรถยนต์ของประเทศไทยในปี 2569 ลงจากเดิม 1,500,000 คัน เหลือ 1,450,000 คัน หรือลดลงร้อยละ 3.33
โดยปรับลดประมาณการผลิตเพื่อการส่งออกจาก 950,000 คัน เหลือ 900,000 คัน หรือลดลงร้อยละ 5.26 ขณะที่ประมาณการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศยังคงไว้ที่ 550,000 คัน เท่าเดิม
การปรับประมาณการดังกล่าวมีสาเหตุสำคัญจากปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ได้แก่
1. สงครามในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน และมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยปริมาณการส่งออกรถยนต์ไปยังตะวันออกกลางในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ลดลงร้อยละ 38.35 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
2. มาตรการกีดกันการค้า และภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป โดยส่งผลต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน
3. การเข้ามาทำตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ส่งผลต่อการแข่งขันกับรถยนต์จากประเทศไทยในการส่งออกไปภูมิภาคต่างๆ ทั้งอาเซียน ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย รวมถึงภูมิภาคอื่นๆ
4. เกณฑ์การปล่อยมลพิษจากรถยนต์ของประเทศคู่ค้าเริ่มมีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น
การปรับประมาณการผลิตรถจักรยานยนต์ปี 2569
จากการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศ และแนวโน้มความต้องการของตลาดรถจักรยานยนต์อย่างต่อเนื่อง กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ปรับประมาณการผลิตรถจักรยานยนต์ของประเทศไทยในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากเดิม 2,000,000 คัน เป็น 2,050,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.50
โดยยังคงประมาณการผลิตเพื่อการส่งออกไว้ที่ 400,000 คัน ขณะที่ปรับเพิ่มประมาณการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศจาก 1,600,000 คัน เป็น 1,650,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.13
การปรับเพิ่มประมาณการผลิตรถจักรยานยนต์ในครั้งนี้ มีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ดังนี้
1. การผลิตเพื่อส่งออกยังคงเป้าเดิมที่ 400,000 คัน เนื่องจากตลาดรถจักรยานยนต์ที่ประเทศไทยส่งออกไป มีการส่งไปในหลายภูมิภาคทั่วโลก จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากสภาวะสงคราม ในปัจจุบันยังคงมียอดการสั่งซื้อตามแผน
2. การผลิตเพื่อขายในประเทศปรับขึ้น จาก 1.6 ล้านคัน เป็น 1.65 ล้านคัน (ประมาณการขายตลาดรวมในประเทศอยู่ที่ 1.75 ล้านคัน) โดยได้ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ “ไทยช่วยไทย พลัส” ทำให้มีการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้รถจักรยานยนต์ และการเกิดไฟแนนศ์ขนาดเล็กใหม่ๆ (Microfinance) ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ดีขึ้น
ข้อมูลจดทะเบียนที่ใช้เชื้อเพลิงต่างๆ เดือนมิถุนายน 2569 (เฉพาะ รย.1)
เดือนมิถุนายน 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 54,190 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 13.66 แบ่งเป็น
ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 19,767 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 53.16
ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 8,636 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 28.56
ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 9,223 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 6.12
ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 14,237 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 25.55
ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 2,327 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 53.19
อื่นๆ มีจำนวน 0 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 326,349 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 17.17 แบ่งเป็น
ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 103,087 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 84.73
ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 55,912 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 24.21
ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 67,320 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 1.76
ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 89,818 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 25.65
ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 10,206 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 9.75
อื่นๆ มีจำนวน 6 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 200
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนมิถุนายน 2569
เดือนมิถุนายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่ จำนวน 22,898 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 55.64 แบ่งเป็น
รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 19,958 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 49.92
รถยนต์นั่งจำนวน 19,777 คัน
รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 173 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 8 คัน
รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 29 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 83.71
รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 2,878 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 80.89
รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 2,878 คัน
รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 4 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 33.33
รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจำนวน 4 คัน
รถโดยสารมีทั้งสิ้น 11 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 10
รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 18 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 200
เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสม จำนวน 120,010 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 73.79 แบ่งเป็น
รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 105,280 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม- มิถุนายน 2568 ร้อยละ 84.61
รถยนต์นั่งจำนวน 103,132 คัน
รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 2,102 คัน
รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 20 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 26 คัน
รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 278 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 7.33
รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 25 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 127.27
รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจำนวน 25 คัน
รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 14,156 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 22.68
รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 14,154 คัน
รถจักรยานยนต์สาธารณะจำนวน 2 คัน
รถโดยสารมีทั้งสิ้น 79 คัน เพิ่มขึ้นเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 25.40
รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 192 คัน เพิ่มขึ้นเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 66.96
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนมิถุนายน 2569
เดือนมิถุนายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่ จำนวน 14,378 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 24.81 แบ่งเป็น
รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 14,247 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 25.15
รถยนต์นั่งจำนวน 14,237 คัน
รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 3 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 7 คัน
รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 131 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 3.68
รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 131 คัน
เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสม จำนวน 90,287 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 24.86 แบ่งเป็น
รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 89,878 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 25.29
รถยนต์นั่งจำนวน 89,818 คัน
รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 8 คัน
รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 10 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 42 คัน
รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 409 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ร้อยละ 29.12
รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 409 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนมิถุนายน 2569
เดือนมิถุนายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่ จำนวน 2,329 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 52.82 แบ่งเป็น
รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 2,329 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 52.82
รถยนต์นั่งจำนวน 2,327 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 2 คัน
เดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสม จำนวน 10,214 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 9.98 แบ่งเป็น
รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 10,214 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-มิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 9.98
รถยนต์นั่งจำนวน 10,206 คัน
รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 5 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 3 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 491,447 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 65.59 โดยแบ่งเป็นประเภท
รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 385,553 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 77.60
รถยนต์นั่งมีจำนวน 373,652 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 75.99
รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน มีจำนวน 8,664 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 142.83
รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 267 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 21.36
รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 349 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 71.92
รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 6 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 100
รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์มีจำนวน 2,615 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 232.70
รถกระบ ะและรถแวนมีจำนวน 1,823 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 54.36
รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 1,060 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 2.91
รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมีจำนวน 154 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 29.41
รถยนต์รับจ้างสามล้อมีจำนวน 906 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 0.55
รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 98,569 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 33.77
รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 98,374 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 33.82
รถจักรยานยนต์สาธารณะมีจำนวน 195 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 85.71
อื่นๆ
รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2,964 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 4.07
รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 1,478 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 45.62
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 694,320 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 28.02 โดยแบ่งเป็นประเภท
รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 684,023 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 28.44
รถยนต์นั่งมีจำนวน 681,987 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 28.39
รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 515 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 0.59
รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 259 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 34.20
รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 385 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 26.23
รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 10 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 42.86
รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์มีจำนวน 867 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 121.17
รถกระบะ และรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568
รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 10,294 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 5.17
รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 10,294 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 5.17
อื่นๆ
รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2 คัน ซึ่งเท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 91,441 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 22.65 โดยแบ่งเป็นประเภท
รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 91,441 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 22.65
รถยนต์นั่งมีจำนวน 91,347 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 22.68
รถยนต์โดยสารรับจ้างไม่เกิน 7 คน จำนวน 1 คัน ซึ่งเท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568
รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 42 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 30
รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 31 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 14.81
รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 1 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 8
รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์มีจำนวน 19 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 216.67











