ธุรกิจ
ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์/19June 2026
ข่าวเด่นประจำสัปดาห์นี้ อุตสาหกรรมยานยนต์เดินทางมาเกือบครึ่งปีแรก ส่อทิศทางตลาดน่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น หลายค่ายแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ สร้างความคึกคักในตลาด รวมถึงยังมีกิจกรรมสนับสนุนการตลาดในรูปแบบต่างๆ ต่อเนื่องHighlight
MG ประกาศราคา Urban เริ่มต้น 529,900 บาท
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายรถยนต์ MG ในประเทศไทย เปิดตัว New MG Urban รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบครุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ภายใต้นิยาม “Life Easy” สะท้อนแนวคิดการใช้ชีวิตเมืองยุคใหม่ ให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย ผ่าน 4 หัวใจหลัก ได้แก่ Park Easy-จอดง่าย Drive Easy-ขับง่าย Live Easy-ใช้ชีวิตง่าย และ Go Far Easy-ไปได้ไกลกว่า New MG Urban ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ด้วยการผสานดีไซจ์นที่โดดเด่น เทคโนโลยีอัจฉริยะ และฟังค์ชันการใช้งานที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของทุกคนอย่างลงตัว พร้อมประกาศราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 529,900 บาท
New MG Urban ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็น Global Model ที่ผลิตในประเทศไทย (CKD) ด้วยฝีมือคนไทย และซัพพลายเชนในประเทศ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมการใช้งานของคนไทยอย่างแท้จริง และยังเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “Made in Thailand, for the World”
ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว New MG Urban คือ บทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป โดย MG ตั้งใจนำเทคโนโลยีระดับพรีเมียมอย่างระบบ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ระดับ L2 และ Smart Auto Parking Solution มาใส่ไว้ในรถที่คนไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อเปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ว่าความสะดวกสบายระดับสูงต้องจ่ายในราคาหลักล้านเท่านั้น นอกจากตัวรถที่สมบูรณ์แบบ MG ยังพร้อมส่งมอบประสบการณ์ Life Easy ผ่านบริการ MG Smile มาตรฐานการบริการรูปแบบใหม่ที่เน้นความสะดวก และอุ่นใจ ในทุกช่วงเวลาของการใช้งาน เพราะเราเชื่อว่ารถยนต์ควรเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มชีวิตให้ง่าย และสนุกมากขึ้น New MG Urban จึงเป็นตัวแทนของคนยุคใหม่ที่เลือกใช้ชีวิตอย่างฉลาด ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของเทคโนโลยี ความคุ้มค่า และไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นอย่างลงตัว
ทั้งนี้ New MG Urban พร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าชาวไทยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเปิดให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ผ่านการทดลองขับแล้วที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ MG ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ MG ยังเตรียมจัดกิจกรรมโรดโชว์เพื่อให้ผู้บริโภคในหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศได้สัมผัส New MG Urban อย่างใกล้ชิด
...........................................................................................................................
Hongqi เปิดตัว E-HS9 ราคา 2,990,000 บาท
Metro Group จำหน่ายรถยนต์ Hongqi อย่างเป็นทางการ ส่ง Hongqi E-HS9 เอสยูวีสุดหรู อวดโฉม พร้อมจองทดสอบได้ที่ Hongqi Showroom ณ One Bangkok และ Hongqi Mansion ถนนพระราม 2 ตั้งเป้าขยายดีเลอร์รวม 10 แห่งภายใน 3 ปี เปิดราคาพิเศษเฉพาะ 400 คันแรกเท่านั้น ราคาจำหน่าย 2,990,000 บาท
บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Metro Group เปิดเผยว่า Metro Group ได้รับความไว้วางใจจาก China FAW Group Corporation ให้เป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ Hongqi อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมเปิดตัว "Hongqi E-HS9" รุ่นพวงมาลัย รถสปอร์ทอเนกประสงค์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ที่รวมเทคโนโลยีล้ำสมัย และความภูมิฐานเข้าด้วยกัน ด้วยเอกลักษณ์กระจังหน้าเป็นโครเมียมแนวตั้งทรงน้ำตก และสัญลักษณ์ธงแดง เส้นแถบไฟสีแดงที่ลากยาวผ่านกึ่งกลางฝากระโปรงหน้าห้องโดยสารแบบ 6 ที่นั่ง ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียมจาก Bose พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง หรูหราเหมาะสำหรับนักธุรกิจ ผู้บริหาร และครอบครัวยุคใหม่
"Hongqi E-HS9" เป็นผลงานการออกแบบของ Giles Taylor นักออกแบบรถยนต์ชาวอังกฤษ ผู้เคยออกแบบให้ Rolls-Royce ที่หลอมรวมความคลาสสิคเข้ากับความล้ำสมัยได้อย่างลงตัว ด้วยขุมพลังการขับเคลื่อน AWD กำลังมอเตอร์คู่สูงสุด 362 กิโลวัตต์ 493 แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุด 606 นิวทันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.5 วินาที แบทเตอรี Ternary Lithium ความจุสูง 120 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 760 กม. (CLTC) รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 140 กิโลวัตต์ พร้อม 7 โหมดการขับขี่ และระบบช่วยเหลือการขับขี่อัตโนมัติที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะรอบคัน
รถรุ่นนี้ได้ผ่านบทพิสูจน์ขั้นสุดของการทดสอบยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ "หนึ่งเส้นทาง หนึ่งการเชื่อมโยง One Belt One Road" ผ่านความท้าทายกว่า 6,000 กม. จากกำแพงเมืองจีน ผ่าน สปป.ลาว เข้าสู่กรุงเทพฯ ด้วยความราบรื่น ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
Metro Group มีแผนเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายรวม 10 แห่ง ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยปักธงในพื้นที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ทั่วทุกภูมิภาค ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นรอบด้าน ทั้งกิจกรรมการตลาดเชิงรุก และการยกระดับบริการหลังการขายที่ครบวงจร พร้อมการันตีความพร้อมในการจัดสรรอะไหล่สำรองอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ยังมอบความอุ่นใจสูงสุด ภายใต้กลยุทธ์ “ใกล้ไกล...เราใกล้คุณ” เพื่อทลายทุกข้อจำกัดเรื่องระยะทาง ผ่านบริการระดับเอกซ์คลูซีฟที่จะส่งตรงความสะดวกสบายให้ถึงหน้าบ้านลูกค้า
Metro Group มอบข้อเสนอสุดพิเศษช่วงแนะนำสำหรับ Hongqi E-HS9 เฉพาะ 400 คันแรก รับสิทธิ์ซื้อรถในราคาพิเศษ 2,990,000 บาท พร้อมรับแพคเกจของแถม และความคุ้มครองเหนือระดับ ประกอบด้วย ประกันภัยชั้น 1 ฟรี ! 1 ปี ฟรี ! เครื่องชาร์จติดตั้งบนผนัง (Wall Charger) ฟรี ! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชม. (Roadside Assistance) นานถึง 5 ปี รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. และรับประกันแบทเตอรี 8 ปี หรือ 160,000 กม.
Hongqi E-HS9 มาพร้อมตัวเลือกสีสันที่สะท้อนความหรูหราอย่างลงตัว โดยมีสีภายนอกให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงิน Pacific Blue สีขาว White Jade และสีดำ Imperial Black จับคู่กับห้องโดยสารภายในที่เลือกสรรได้ 3 สไตล์ ได้แก่ สีน้ำตาล Saddle Brown สีดำ Graphite Black และสีทูโทน Mysterious Gray/Crystal White
"ด้วยความมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของ Hongqi E-HS9 ผนวกกับศักยภาพของ Metro Group และผู้จำหน่ายในแต่ละภาค ผมมั่นใจว่า "Hongqi E-HS9" จะเปิดประสบการณ์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้าชาวไทยได้อย่างแน่นอน"
ร่วมสัมผัส และเปิดประสบการณ์ความหรูหราที่มาพร้อมสมรรถนะของ Hongqi E-HS9 คันจริงได้ที่ Hongqi Showroom ณ One Bangkok ชั้น G โซน The Storeys และ Hongqi Mansion ถนนพระราม 2 ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน เป็นต้นไป
............................................................................................................................
Changan ฉลองโรงงานไทย ผลิตรถครบ 20,000 คัน
Changan Automobile ฉลองครบรอบ 1 ปีของ Changan Automobile Rayong Factory พร้อมสร้างความสำเร็จครั้งใหม่ด้วยการผลิตรถยนต์คันที่ 20,000 จากสายการผลิตในประเทศไทย ชูศักยภาพของโรงงานในฐานะฮับแห่งการผลิตของภูมิภาค และฐานการผลิตสำหรับส่งออกไปยังตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาทั่วโลก อีกทั้งสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะจิกซอว์สำคัญที่ช่วยยกระดับ Changan จาก “แบรนด์ที่ก้าวสู่ระดับสากล” สู่การเป็น “ผู้นำอุตสาหกรรมระดับโลก”
เติ้ง จื้อเทา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซาท์อีส เอเชีย จำกัด กรรมการผู้จัดการ และประธานบริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ คอมโพเนนท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็น Strategic Location ของ Changan ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ "Vast Ocean Plan หรือการขยายธุรกิจสู่ระดับโลก" ของ Changan โดย Changan Automobile Factory จังหวัดระยอง ถือเป็นถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานในประเทศไทย โดยเป็นฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์สำหรับตลาดอาเซียน และตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาทั่วโลก สำหรับการผลิตรถยนต์ครบ 20,000 คันภายในเวลาเพียง 1 ปี นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญของฉางอาน ที่สะท้อนถึงศักยภาพการผลิต ความแข็งแกร่งของ Changan ในประเทศไทย และความเชื่อมั่นจากลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และภาครัฐที่มีต่อ Changan
ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา โรงงานแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของ Changan ในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ การสร้างงานกว่า 30,000 ตำแหน่งตลอดห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ และการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมจากประเทศจีนสู่บุคลากรไทย
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของ Changan ที่ผลิตในประเทศไทยรุ่นแรก ได้แก่ Deepal S05 ซึ่งเป็น Hero Product ของแบรนด์ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยดีไซจ์นสวยทันสมัย เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ ตามด้วย Nevo Q05 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 2 ที่ออกจากสายการผลิตในประเทศไทย โดยเป็นรถ SUV อัจฉริยะเจเนอเรชันใหม่ ภายใต้แนวคิด "รถสมาร์ท ขับสบาย" ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ฟังค์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน และสมรรถนะการขับขี่ที่ช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย และชาญฉลาดยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา Nevo Q05 กวาดยอดจองได้กว่า 2,200 คัน ภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ สะท้อนถึงกระแสตอบรับที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์ Changan
Changan ยังคงเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการผลิต การวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร ตลอดจนการขาย และการบริการ พร้อมมุ่งสร้าง Ecosystem ด้านยานยนต์พลังงานใหม่อย่างครบวงจร ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิต และส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก
............................................................................................................................
ธนบุรีพานิชฯ พร้อมจำหน่าย Maybach อย่างเป็นทางการ
บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการได้รับความไว้วางใจ และแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในผู้แทนจำหน่าย Mercedes-Maybach อย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ Mercedes-Benz Thailand มีต่อมาตรฐานการดำเนินงาน ความเชี่ยวชาญในการดูแลลูกค้า และศักยภาพในการส่งมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องกับคุณค่า และปรัชญาของแบรนด์ Mercedes-Maybach ซึ่งเป็นยนตรกรรมระดับสูงสุดภายใต้แบรนด์ Mercedes-Benz
ปภณ วิริยะพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด กล่าวว่า การได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Maybach ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของธนบุรีพานิชฯ ในการต่อยอดความแข็งแกร่ง จากประสบการณ์การดำเนินธุรกิจร่วมกับ Mercedes-Benz มาอย่างยาวนาน พร้อมยกระดับการให้บริการสู่ตลาด Ultra Luxury เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความเป็นเลิศทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ การบริการ และประสบการณ์เฉพาะบุคคลในระดับสูงสุด
Mercedes-Maybach ถือเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมของ Mercedes-Benz และได้รับการยอมรับทั่วโลกในฐานะสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ความสง่างาม และภาวะผู้นำ ด้วยการผสานงานออกแบบอันประณีต เทคโนโลยีล้ำสมัย ความสะดวกสบายระดับ First Class และงานฝีมือที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียดเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จนกลายเป็นมาตรฐานสูงสุดของยนตรกรรมลักชัวรีในระดับสากล และเป็นทางเลือกของผู้นำองค์กร นักธุรกิจระดับแนวหน้า และผู้ประสบความสำเร็จทั่วโลกที่มองหายานยนต์ซึ่งสะท้อนตัวตน วิสัยทัศน์ และคุณค่าแห่งความสำเร็จได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“Mercedes-Maybach คือ ที่สุดแห่งยนตรกรรมที่สะท้อนความสำเร็จ วิสัยทัศน์ และรสนิยมอันโดดเด่นของผู้ครอบครอง เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในฐานะสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศ ความประณีต และความสง่างามเหนือกาลเวลา การได้รับความไว้วางใจในครั้งนี้จึงเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับธนบุรีพานิชฯ และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เรายังคงยกระดับมาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบในทุกจุดสัมผัสแก่ลูกค้า Mercedes-Maybach”
เพื่อรองรับการดูแลลูกค้า Mercedes-Maybach โดยเฉพาะ ธนบุรีพานิชฯ ได้เตรียมความพร้อมอย่างครบวงจร ทั้งด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ มาตรฐานการบริการ และประสบการณ์การดูแลลูกค้าในระดับ Personalized Luxury Experience ที่ออกแบบขึ้นเฉพาะบุคคล โดยให้ความสำคัญกับทุกช่วงเวลาของการเป็นเจ้าของรถยนต์ ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การส่งมอบรถยนต์ การดูแลหลังการขาย ตลอดจนบริการต่างๆ ที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละราย โดยสามารถรับชมยนตรกรรม Mercedes-Maybach ได้ที่โชว์รูม Mercedes-Benz ธนบุรีพานิชฯ สาขาลุมพินี ซึ่งได้รับการเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานการบริการและประสบการณ์ลูกค้า เพื่อสะท้อนคุณค่าแห่งความเป็นเลิศ และความหรูหราเหนือระดับตามมาตรฐานของ Mercedes-Maybach สำหรับรุ่น Mercedes-Maybach S 580 e Premium ราคาเริ่มต้น 10.2 ล้านบาท
ปัจจุบัน ธนบุรีพานิชฯ เป็นหนึ่งในผู้แทนจำหน่าย Mercedes-Benz ที่มีประวัติยาวนานที่สุดของประเทศไทย พร้อมเครือข่ายโชว์รูม และศูนย์บริการครบวงจร ประกอบด้วย โชว์รูม และศูนย์บริการลุมพินี และงามวงศ์วาน รวมถึงศูนย์บริการราชดำเนิน และบางพลัด โดยยังคงเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าในทุกกลุ่ม พร้อมรองรับการเติบโตของตลาดลักชัวรี และ Ultra Luxury ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน
การได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนจำหน่าย Mercedes-Maybach อย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของธนบุรีพานิชฯ ในการเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้านการส่งมอบประสบการณ์ลักชัวรีระดับโลก พร้อมสานต่อพันธกิจในการดูแลลูกค้าด้วยมาตรฐานสูงสุด ภายใต้คุณค่าแห่งความเป็นเลิศ ความไว้วางใจ และการบริการเหนือระดับ ที่ธนบุรีพานิชฯ และ Mercedes-Benz ร่วมยึดมั่นมาอย่างยาวนานกว่า 85 ปี
............................................................................................................................
สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย พร้อมอวดโฉมมรดกโลก
สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48” ภายใต้แนวคิด “มรดกนวัตกรรม-Legacy of Innovation” ชมรถโบราณหลากยุค หลายสมัย ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า งานประกวดรถโบราณ เป็นงานระดับประเทศที่จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 48 โดยแนวคิดของงานปีนี้ คือ “มรดกนวัตกรรม-Legacy of Innovation” เนื่องจากเหล่าบรรดายานยนต์โบราณ คือ ผู้ส่งมอบนวัตกรรม ซึ่งเป็นรากฐานของเทคโนโลยีล้ำสมัยให้แก่ยานยนต์ยุคปัจจุบัน เช่น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบกลไก กลายเป็นระบบ AWD อัจฉริยะที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ระบบช่วงล่างพื้นฐาน กลายเป็นระบบกันสะเทือนไฟฟ้าที่ตอบสนองตามสภาพถนนแบบเรียลไทม์ ขุมพลังดั้งเดิม กลายเป็นระบบไฮบริด พลัก-อิน ไฮบริด และไฟฟ้า ฯลฯ นวัตกรรมจากอดีตจึงเป็นมรดกของยานยนต์โบราณที่ทรงคุณค่ายิ่ง
กัลยา กมลรัตน์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ กล่าวว่า ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ได้ร่วมกับสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทยจัดงานประกวดรถโบราณอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 โดยงานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมคุณภาพที่สะท้อนความหลากหลายของไลฟ์สไตล์ และเปิดโอกาสให้ผู้คนทุกเจเนอเรชันได้ร่วมสัมผัสคุณค่า และเสน่ห์ของยานยนต์คลาสสิค ผู้เข้าชมจะได้พบกับรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 100 คัน บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 4,000 ตรม. บริเวณชั้น G
การประกวดรถโบราณแบ่งเป็น 7 ประเภท ตามมาตรฐานของสมาพันธ์รถโบราณสากล (FIVA) ได้แก่ รถรุ่นบรรพบุรุษ (ก่อนปี 1904) รถรุ่นผ่านศึก (ปี 1905-1918) รถโบราณ (ปี 1919-1930) รถรุ่นก่อนสงคราม (ปี 1931-1945) รถรุ่นหลังสงคราม (ปี 1946-1960) รถคลาสสิค (ปี 1961-1970) และรถคลาสสิคร่วมสมัย (ปี 1971-ปัจจุบัน ย้อนหลัง 30 ปี)
สำหรับรถเด่นในงานปีนี้ ได้แก่ รถโบราณอายุเฉียด 100 ปี Rolls-Royce 20hp Saloon ปี 1929/รถบนโพสเตอร์งานประกวด Austin 7 Saloon ปี 1933/รถนำเข้ามาจากต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายเพื่อการอนุรักษ์ Porsche 911 Carrera Super Sport 3.2 Targa ปี 1986 และ Porsche 911 Carrera Super Sport 3.2 Cabriolet ปี 1989
นอกจากนั้น ยังมีการประกวดอีกหลายประเภท อาทิ รถจำลอง รถดัดแปลง รถประดิษฐ์พิเศษ รถแจกวาร์ รถมีนี รถโฟล์คสวาเกน รถอเมริกัน และรถเฟียต พร้อมรถที่นำมาแสดงเป็นพิเศษ
ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ก็มีมากมาย เช่น เสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับรถโบราณ หัวข้อ “ไทยเปิดนำเข้ารถโบราณปีแรก ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ?” พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษตลอดงาน ไม่ว่าจะเป็นการออกตามล่ารถไฮไลท์ผ่านกิจกรรม Lucky Rally Scan สะสมภารกิจลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ หมุนวงล้อแห่งความโชคดีเพื่อลุ้นรับโมเดลรถโบราณสุดน่ารัก รวมถึงเก็บภาพความประทับใจที่ Photo Booth ในบรรยากาศวินเทจสุดคลาสสิค ที่จะช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึง และเรียนรู้เรื่องราวของรถยนต์ระดับตำนานที่สนุกมากยิ่งขึ้น คอนเสิร์ทเพลงฮิทในอดีต จำหน่ายสินค้าวินเทจ หนังสือ นิตยสาร แสตมพ์รถโบราณ รถโบราณจำลอง ฯลฯ
ผู้สนใจสามารถส่งรถเข้าประกวดได้ที่ imc.co.th/vintagecarclub/vcct ภายในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 หรือสอบถามรายละเอียดที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub และเชิญชมงานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569
............................................................................................................................
BRIC ปล่อยหมัดเด็ด “Racing Manga” ปลุกจักรวาล “ฮีโรนักบิด”
บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด (BRIC) ในฐานะพโรโมเตอร์ผู้สร้างสรรค์อีเวนท์ความเร็วระดับพรีเมียมของไทย ประกาศเปิดตัวฤดูกาลใหม่ของศึกดวลความเร็วสองล้อชิงแชมพ์ประเทศไทยรายการ “Nexzter BRIC Superbike 2026” ภายใต้คอนเซพท์สุดล้ำที่ไม่มีใครคาดถึง ยกระดับจากรายการ Local สู่พแลทฟอร์มที่เชื่อมโยงมิติของกีฬา ธุรกิจ พร้อมเตรียมกิจกรรมส่งเสริมไทยเพาเวอร์ ผนวกเข้าไว้ด้วยกัน
หากเอ่ยชื่อทีมหลังบ้านของ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท ทั่วโลกต่างยอมรับในฐานะไอเดียดีไซเนอร์ผู้เปลี่ยนภาพจำมอเตอร์สปอร์ทให้กลายเป็น Destination Marketing ระดับโลก ผลงานมาสเตอร์พีศที่ผ่านมาล้วนเป็นไวรอลสะท้านโลก ไม่ว่าจะเป็น
- Tuk Tuk Challenge และรถอีแต๋น Shuttle Service ในศึก MotoGP (ThaiGP) ที่ Dorna Sport ถึงกับออกปากชม
- คาร์นิวัล "รถแห่บุกพิทวอล์ค" ในศึก Asia Road Racing (ARRC) ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ทีมแข่งต่างชาติ
- Key Visual (KV) ระดับโลกในงาน MotoGP ตั้งแต่ธีมรามเกียรติ์ ซ่อนกิมมิคแบบ Thai Authentic ไปจนถึงธีม "ปราสาทหินพนมรุ้ง" สไตล์ Modern Collage ที่ส่งออกสายตาคนกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก
ฤดูกาล 2026 นี้ ทีมพโรโมเตอร์ BRIC ได้ระเบิดไอเดียกระหึ่มอีกครั้งด้วยการเปิดตัวธีม Racing Manga ภายใต้แนวคิด “Anyone can be a Hero ใครๆ ก็เป็นฮีโรนักบิดสายเลือดไทยได้” ถ่ายทอดจิตวิญญาณการต่อสู้บนทแรคผ่านลายเส้นการ์ตูนญี่ปุ่นสุดเฟี้ยว ซึ่งสะท้อนถึงการหลอมรวมพันธมิตรแบรนด์ระดับ World Class ระหว่าง ไทย และญี่ปุ่น ที่เกื้อหนุนกันมาอย่างยาวนาน เช่น Nexzter, Honda, Yamaha และ IRC ถือเป็นดีไซจ์นที่ฉีกกรอบเดิมๆ ล้ำเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดว่าทัวร์นาเมนท์ระดับประเทศจะผสมผสานศิลปะ Pop Culture ข้ามชาติได้ลงตัวขนาดนี้
ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท กล่าวว่า วงการมอเตอร์สปอร์ทไทยไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความเร็วบนทแรคเพียงอย่างเดียว แต่ถูก “ออกแบบ” อย่างตั้งใจผ่านความคิดสร้างสรรค์ของทีมงานเบื้องหลัง ซึ่งทำหน้าที่ในฐานะพโรโมเตอร์ระดับแนวหน้าของเอเชีย สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่การแข่งขันอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นต้นแบบของการผสานกีฬา คอนเทนท์ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา BRIC พิสูจน์ตัวเองบนเวทีระดับโลกอย่าง MotoGP ผ่านการสร้าง “ภาพจำ” ด้วยงาน Key Visual ที่โดดเด่น ตั้งแต่การหยิบวรรณคดีรามเกียรติ์มาตีความเป็นศึกแห่งความเร็ว ไปจนถึงการพัฒนาแนวคิด “ไทยโมเดิร์น” ที่ผสานศิลปะร่วมสมัยเข้ากับแลนด์มาร์คอย่างปราสาทหินพนมรุ้งอย่างมีชั้นเชิง ถ่ายทอดสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก
นอกจากนี้ ยังมี “ไอเดียกิจกรรม” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งลายเซ็นสำคัญที่ทำให้สนามประเทศไทยแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็น Tuk Tuk Challenge ที่ดึงนักบิดระดับโลกมาซิ่งสามล้อไทย, รถอีแต๋น Shuttle ที่กลายเป็นไวรอล หรือกิจกรรมมวยไทยที่ผสาน Thai Power เข้ากับกีฬาความเร็วอย่างลงตัว สะท้อนวิธีคิดของ BRIC ที่มองมอเตอร์สปอร์ทเป็น “ประสบการณ์” ที่ต้องเล่าเรื่องได้
แนวทางนี้ถูกต่อยอดอย่างชัดเจนในศึก Asia Road Racing Championship กับธีม “รถแห่บุกพิทวอล์ค” ที่สร้างภาพจำใหม่ทั่วเอเชีย ก่อนยกระดับอีกขั้น กับการเปิดตัว Nexzter BRIC Superbike ในงานแถลงข่าวที่ One Bangkok ด้วยการเปิดตัวอดีตแชมพ์ประจำปีที่แล้ว 10 คน ที่มาร่วมพูดคุยบนเวที บรรยากาศถูกออกแบบให้เหมือน “ตัวละครหลุดออกมาจากหน้าหนังสือการ์ตูน” สอดรับกับธีม Racing Manga ได้อย่างชัดเจน สร้างภาพจำใหม่ให้แก่เวทีมอเตอร์สปอร์ทไทยตั้งแต่ซีนเปิดตัว
ภายใต้ธีม “Racing Manga” นี้เรียกว่าพลิกภาพการแข่งขันระดับประเทศ ไปสู่การวางตำแหน่งแบรนด์ใหม่ เชื่อมโยง BRIC Superbike เข้ากับอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ทเอเชีย ผ่านลายเส้นซูเพอร์ฮีโรที่ถ่ายทอด “จิตวิญญาณนักบิดไทย” สะท้อนรากฐานเทคโนโลยี และแบรนด์ญี่ปุ่นที่มีบทบาทต่อวงการมาอย่างยาวนาน
ขณะเดียวกัน ยังขยายความร่วมมือสู่ระดับภูมิภาค ทั้งไทย ญี่ปุ่น และจีน ผ่านการเข้ามาของ MFZ Racing ในฐานะพันธมิตรระยะยาว พร้อมเดินหน้าบุกตลาดจีนเต็มรูปแบบ ผ่านพแลทฟอร์ม Douyin, Weibo, iQIYI และ Huya นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับ BRIC Superbike จาก National Championship สู่ International Racing Platform
ในมุมการสื่อสารแบรนด์ สิ่งที่ BRIC ทำมาอย่างต่อเนื่อง คือ การเปลี่ยน “Local” ให้กลายเป็น “Global” จากรากวัฒนธรรมไทยสู่การตีความในภาษาสากล และล่าสุดกับการเชื่อมโยงวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างมีทิศทาง ไม่ใช่เพียงเพื่อความแปลกใหม่ แต่เพื่อสะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ทในระดับเอเชีย





























