5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของรถ SUV หรือ CROSSOVER SUV กลายเป็นตัวเลือกสำคัญของผู้บริโภค ที่ต้องการรถที่ตอบโจทย์การใช้งาน และครอบคลุมทุกกิจกรรมไลฟ์สไตล์ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้รถ SUV หรือ CROSSOVER SUV กลายมาเป็นฟันเฟืองสำคัญในตลาดรถยนต์ทั้งในประเทศไทย และทั่วโลก
รถ SUV แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มก้อนใหญ่ๆ คือ SUV พันธุ์แท้ที่พัฒนามาจากรถพิคอัพ จากการใช้พแลทฟอร์มเดียวกัน และ SUV แบบ CROSSOVER ที่ใช้พแลทฟอร์มของรถนั่ง รถประเภทนี้กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก เนื่องจากว่าตัวรถมีความคล่องตัว สะดวกสบาย ตอบสนองการใช้งานในเมือง หรืองานลุยเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงระดับปานกลางได้ถ้าจำเป็น แต่ไม่ว่าจะเป็น SUV ที่มีให้เลือกใช้หลากหลายสัญชาติ เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลี, สหรัฐอเมริกา หรือยุโรป แต่รถ SUV สัญชาติจีนกลายเป็นตัวเลือกใหม่ ที่ส่งผลให้ตลาดรถมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
ย้อนหลังไปในปี 2564 รถใหม่ในประเทศไทย มียอดจำหน่ายรวม 759,119 คัน ในจำนวนนั้นเป็นรถ SUV ประมาณ 70,879 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 9.3 % โดยรถ SUV ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด อันดับ 1 TOYOTA FORTUNER (โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์) อันดับ 2 HONDA CR-V (ฮอนดา ซีอาร์-วี) อันดับ 3 MAZDA (มาซดา) อันดับ 4 MG (เอมจี) และอันดับ 5 GWM (กเรท วอลล์ มอเตอร์) ปี 2564 เป็นปีแรกที่รถจากเมืองจีนรายนี้บุกตลาดไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี HAVAL H6 HYBRID (ฮาวัล เอช 6 ไฮบริด) เป็นขุนพลหลัก
ปี 2565 มียอดจำหน่ายรวม 849,388 คัน แบ่งเป็นรถ SUV 82,602 คัน เพิ่มขึ้น 11,723 คัน หรือเพิ่มขึ้น 16.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 9.7 % แชมพ์ยังคงเป็น TOYOTA ตามด้วย HONDA, MAZDA, MG และ GWM ปีนี้มีการประกาศใช้มาตรการ EV 3.0 โดยรัฐจะให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ซื้อรถ EV สูงสุด 150,000 บาท/คัน ขึ้นอยู่กับขนาดของแบทเตอรีไฟฟ้าที่รถรุ่นนั้นใช้ รวมถึงลดภาษีนำเข้า และภาษีสรรพสามิตให้แก่ค่ายรถที่นำเข้ารถ EV แต่ค่ายรถนั้นต้องผลิตรถ EV ในประเทศชดเชยการนำเข้าในสัดส่วน 1:1 ภายในปี 2567 และ 1:1.5 ในปี 2568...นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดรถ SUV กลายเป็นกำลังหลักในการผลักดันให้ตลาดรถในประเทศ เดินหน้าเติบโตท่ามกลางวิกฤตการณ์ต่างๆ
ปี 2566 ตลาดรถในประเทศไทย มียอดจำหน่ายรวม 775,780 คัน เป็นรถ SUV 114,486 คัน เพิ่มขึ้น 31,592 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 14.8 % รถ SUV ของค่าย HONDA พลิกกลับมาคว้าแชมพ์ยอดจำหน่ายสูงสุด ขณะที่รถจากเมืองจีน BYD (บีวายดี) รุกตลาดเต็มตัว ปิดยอดขายได้ในอันดับ 3 โดย MAZDA หลุดออกไปจาก TOP 5 การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เริ่มคลี่คลายจนถูกประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่น อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อยานยนต์ และการขาดแคลนวัตถุดิบอย่างเซมิคอนดัคเตอร์ ที่สำคัญต่อรถยนต์ยุคใหม่ ทำให้ยอดจำหน่ายรถที่ผลิตในประเทศหลายยี่ห้อ ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
ปี 2567 ยอดจำหน่ายรถยนต์รวมทั้งปี 572,675 คัน เป็นรถ SUV 110,438 คัน ลดลง 3,810 คัน หรือลดลง 3.3 % แต่ส่วนแบ่งการตลาดกลับเพิ่มขึ้นเป็น 19.3 % นอกจาก TOYOTA และ HONDA ยังรักษาตำแหน่งหัวแถวเบอร์ 1 และเบอร์ 2 CHANGAN (ฉางอัน) ก็เป็นอีกหนึ่งบแรนด์ใหญ่ของจีน ที่เข้ามารุกตลาดรถ SUV อย่างเป็นทางการ และจบการขายปีนั้น โดยคว้าอันดับ 4
ปี 2568 ยอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 622,483 คัน เป็นรถ SUV 158,854 คัน เพิ่มขึ้น 43,165 คัน หรือเพิ่มขึ้น 37.3 % ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 25.5 % รถ SUV ยอดนิยม 5 อันดับแรกประกอบด้วย TOYOTA, HONDA, CHANGAN, MG และ GWM เป็นปีที่ก้าวสู่ยุครถ EV เต็มตัว และรถ SUV พลังงานไฟฟ้าเริ่มมีเข้ามามากหน้าหลายตา ทั้งนำเข้าจากจีน และผลิตในประเทศ ขณะที่ผู้บริโภคส่วนหนึ่งเริ่มนอกใจรถพิคอัพ, รถเก๋ง เปลี่ยนมาเป็นรถ SUV มากขึ้น เนื่องจากสงครามราคา และพโรโมชันที่ถล่มทลายเป็นตัวล่อให้ผู้บริโภคอยากลองของใหม่
และปี 2569 รถ SUV ยังคงเป็นกำลังหลักที่เสริมความแข็งแรงให้ตลาดรถในประเทศเติบโต “กูรู” การตลาดประเมินว่าปีนี้ยอดจำหน่ายรถในบ้านเราจะแตะ 630,000 คัน คาดการณ์ว่ารถประเภทนี้จะทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถ SUV สัญชาติจีน นอกเหนือจากรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว มีความสปอร์ทในตัวเอง, เทคโนโลยีทันสมัย และปลอดภัย ราคาจำหน่ายก็ยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รถจากเมืองจีน เดินหน้าเติบโตได้อย่างที่ผู้นำตลาดอย่าง TOYOTA และ HONDA จะพลาดไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว !.
บทความแนะนำ

