ข่าวรอบโลก
Mercedes-AMG GLE 63 และ GLS 63 รุ่นล่าสุด มาพร้อมกับขุมพลัง วี 8 สูบ บลอคใหม่

ขุมพลัง วี 8 สูบ บลอคใหม่ ให้กำลัง 450 กิโลวัตต์/604 แรงม้า และแรงบิด 850 นิวทันเมตร/86.7 กก.ม. ผสานระบบไมลด์ไฮบริดพร้อมสตาร์ทเตอร์เจเนอเรเตอร์รุ่นใหม่ ให้กำลัง 17 กิโลวัตต์/23 แรงม้า และแรงบิด 204 นิวทันเมตร/20.8 กก.ม.Highlight
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า Mercedes-AMG เคยแจ้งว่า ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี จะเป็นรถกลุ่มแรกที่ได้ใช้เครื่องยนต์ วี 8 สูบ รุ่นใหม่ และได้รับการยืนยันแล้วว่าจะมาพร้อมกับรุ่นสมรรถนะสูงของ GLE และ GLS ด้วยเครื่องยนต์แบบ วี 8 สูบ ทวินเทอร์โบ ความจุ 4.0 ลิตร พร้อมระบบเพลาข้อเหวี่ยงแนวระนาบ (Flat-Plane Crank)
จากข้อมูลแจ้งว่าเครื่องยนต์นี้ให้กำลัง 450 กิโลวัตต์/604 แรงม้า และแรงบิด 850 นิวทันเมตร/86.7 กก.ม. ผสานระบบไมลด์ไฮบริดพร้อมสตาร์ทเตอร์เจเนอเรเตอร์รุ่นใหม่ ให้กำลัง 17 กิโลวัตต์/23 แรงม้า และแรงบิด 204 นิวทันเมตร/20.8 กก.ม. พร้อมอัตราเร่งทันใจ โดย GLE 63 S อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 3.6 วินาที ส่วน GLS 63 ซึ่งมีขนาดใหญ่ และหนักกว่า เร่งถึงระดับความเร็วเดียวกันที่ 3.9 วินาที ทั้งสองรุ่นถูกจำกัดความเร็วสูงสุดที่ 174 ไมล์/ชม. (280 กม./ชม.)
สำหรับ Mercedes-AMG เวอร์ชัน GLE, GLE Coupe และ GLS ได้รับการปรับรูปลักษณ์ต่างจากรุ่นธรรมดา ทั้งกริลล์หน้าใหม่ ไฟหน้าดีไซจ์นใหม่ ด้านหลังมีปลายท่อไอเสียคู่เอกลักษณ์ของ AMG พร้อมล้อลายใหม่สำหรับรุ่นปี 2027
ส่วน Mercedes-AMG GLE 63 S และ GLS 63 ได้อัพเกรดโครงสร้างใหม่ เพื่อระบบรองรับ AMG Ride Control+ ที่มีการออกแบบด้านวิศวกรรมให้การขับขี่เหนือระดับทั้งในความเร่งสูง หรือเส้นทางออฟโรด ระบบรองรับถุงลมปรับลดระดับลง 0.4 นิ้ว/1 ซม. ในโหมด Sport หรือ Sport+ และปรับยกสูงขึ้น 2.2 นิ้ว/5.6 ซม. ในโหมด Trail และอยู่ในระดับปกติในโหมด Comfort แต่จะปรับลดระดับลง 0.4 นิ้ว/1 ซม. เมื่อใช้ความเร็วเกิน 75 ไมล์/ชม. 120 กม./ชม.
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับระบบควบคุมความเอียงของตัวรถขณะเข้าโค้ง (Active Roll Stabilization) และระบบลอคเฟืองขับหลังอีเลคทรอนิคส์ ที่จะทำงานในขณะขับด้วยอัตราเร่ง หรือในเส้นทางทุรกันดาร เพื่อการยึดเกาะในทุกสถานการณ์ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี หรูทั้งสองรุ่นจะไปถึงในฝั่งสหรัฐอเมริกาช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้


