ข่าวรอบโลก
Ferrari ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อให้เครื่องยนต์สันดาปภายในได้ไปต่อ

Ferrari เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 ซึ่งทีมงานจาก Maranello มุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายเช่นกัน การเพิ่มรุ่นรถไฮบริดถือเป็นความก้าวหน้าระดับหนึ่งHighlight
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ยังไม่เปลี่ยนเป็นสังคมรถไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์ แต่เครื่องยนต์สันดาปภายในเริ่มอยู่ยาก เพราะข้อกำหนดที่เข้มงวด ค่ายม้าลำพอง จึงต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
Ferrari ผลิตรถไฮบริดออกมา 2 รุ่น ได้แก่ 849 Testarossa, 296 GTB และ GTS แม้แต่ไฮเพอร์คาร์ F80 ก็เป็นไฮบริด โดยให้ความสำคัญกับสมรรถนะก่อนประสิทธิภาพ ทั้งผลิต Luce ออกมาสามารถลดค่าเฉลี่ยการสร้างมลพิษคาร์บอนของบริษัทลดลง
ขณะที่บริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิล และปรับห่วงโซ่อุปทาน แต่ Benedetto Vigna ซีอีโอ Ferrari ประกาศลดคาร์บอนด้วยวิธีการต่างออกไป
จากการประชุมผลประกอบการ Ferrari ได้จัดให้เชื้อเพลิงชีวภาพ อยู่ในประเภทของเชื้อเพลิงคาร์บอนเป็นกลาง โดยได้ทดสอบเชื้อเพลิงคาร์บอนเป็นกลางหลายชนิดกับเครื่องยนต์ของบริษัท ซึ่งทำงานได้ตามปกติ
การใช้เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ไม่ได้หมายความว่าเครื่องยนต์ของบริษัทจะไม่ปล่อยมลพิษ แต่มีการผลิตเชื้อเพลิงด้วยวิธีที่ไม่ก่อมลพิษ และนำไปชดเชยการเกิดมลพิษของเครื่องยนต์ ช่วยให้บริษัทมีค่าเฉลี่ยของความเป็นกลางทางคาร์บอนดีขึ้น
เขายืนยันความมุ่งมั่นของ Ferrari เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 ซึ่งทีมงานจาก Maranello มุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายเช่นกัน การเพิ่มรุ่นรถไฮบริดถือเป็นความก้าวหน้าระดับหนึ่ง
ผลการทดสอบเครื่องยนต์เชื้อเพลิงชีวภาพช่วยให้ Ferrari เข้าใกล้การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์มากขึ้น จากเวลาที่เหลืออีกราว 3 ปีครึ่ง รถไฟฟ้ารุ่นที่ 2 ได้เข้าสู่แผน แม้มีข่าวว่าโครงการถูกชะลอ แต่การมีรถไฟฟ้าเพิ่มอีกรุ่นจะช่วยให้ Ferrari จะไม่โดนโทษปรับจากการปล่อยมลพิษ ทั้งในยุโรป และส่วนอื่นของโลก
สำหรับเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพนั้น ในขณะนี้ยังไม่มีกำหนดเวลาเริ่มใช้งาน แต่เร็วๆ นี้ Ferrari จะมีรถรุ่นใหม่อีก 2 รุ่น ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ F80 Aperta ใช้ระบบไฮบริด โดยต้องเปิดตัวก่อนสิ้นสุดทศวรรษนี้


