ธุรกิจ
Ceer เปิดตัว Exobot
ซาอุดีอาระเบีย รุกตลาดรถยนต์ เปิดตัว Ceer พร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นเรือธง Exobot โดดเด่นเหนือใครHighlight
เจดดาห์, ซาอุดีอาระเบีย-เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมาร นายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Public Investment Fund- PIF) เสด็จเปิดตัวรถยนต์ Exobot รุ่นซีดาน และเอสยูวีอย่างเป็นทางการ โดยหลังจากพิธีเปิดตัว Ceer ได้เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการออกแบบ และคุณสมบัติของรถยนต์เรือธง ในงาน World Premiere ณ Ceer Manufacturing Complex (CMC)
เปิดตัว Exobot
Exobot คือ รถยนต์เรือธงรุ่นแรกของ Ceer และเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการพัฒนารถยนต์ 7 รุ่นภายในปี 2030 ครอบคลุมรถยนต์ขนาดกลาง และขนาดกะทัดรัด พร้อมระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และกลุ่มราคาที่แตกต่างกัน รถยนต์ดังกล่าวจะผลิตที่ Ceer Manufacturing Complex (CMC) ใน King Abdullah Economic City (KAEC) ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นโรงงานผลิตที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง และเป็นหนึ่งในโรงงานที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในโลก
Exobot มีให้เลือก 2 รูปแบบตัวถัง ได้แก่ ซีดานไฟฟ้า และเอสยูวีไฟฟ้า โดยแต่ละรุ่นสะท้อนนวัตกรรมของซาอุดีอาระเบีย และความมุ่งมั่นของประเทศ ผ่านการผสานการออกแบบแห่งอนาคต เทคโนโลยีขั้นสูง สมรรถนะที่โดดเด่น และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
การออกแบบของ Exobot ได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิประเทศของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย มีรากฐานจากวัฒนธรรม และสะท้อนวิสัยทัศน์ของประเทศ รถยนต์ได้รับการออกแบบ และพัฒนาทางวิศวกรรมภายในประเทศ โดยพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศของซาอุดีอาระเบีย และภูมิภาคตะวันออกกลาง
Exobot ถือเป็นก้าวแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของการเดินทาง และช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ซาอุดีอาระเบียในฐานะหนึ่งในกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาค
การออกแบบแห่งอนาคต
รูปลักษณ์ภายนอกของ Exobot โดดเด่นด้วยอัตลักษณ์ที่โดดเด่นแบบซาอุดีอาระเบีย ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนที่มีความพลิ้วไหวเป็นพิเศษ และรูปทรงด้านข้างที่ออกแบบยกสูงขึ้นในด้านท้าย ถ่ายทอดให้เห็นความพร้อมพุ่งทะยานแม้ขณะจอดนิ่ง รูปทรงของรถผสานส่วนที่ได้รับการขึ้นรูปอย่างเฉียบคมบริเวณด้านหน้า และด้านท้ายเข้ากับพื้นผิวที่โค้งพลิ้วอย่างสง่างามบริเวณห้องโดยสาร ก่อให้เกิดรูปลักษณ์ในแนวชีวกลศาสตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมโบราณของ Hegra1 ดีไซจ์นด้านหน้าให้ความรู้สึกที่ดุดัน และมุ่งมั่น ผสานกับเอกลักษณ์ของไฟแนวนอนที่เพรียวบาง ช่วยให้ตัวรถดูกว้างขวาง และสร้างภาพลักษณ์ที่โดดเด่นบนท้องถนน
Exobot ซีดานมีความยาว 5.26 ม. กว้าง 2.1 ม. และสูง 1.43 ม. ขณะที่ Exobot เอสยูวีมีความยาว 5.02 ม. กว้าง 2.1 ม. และสูง 1.69 ม. จัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดใหญ่
Exobot มาพร้อมกระจกหน้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา2 โดยมีความยาว 2.4 ม. และติดตั้งในมุมลาดเอียง 15 องศา ซึ่งเป็นมุมที่ลาดเอียงมากที่สุดในระดับเดียวกัน กระจกลามิเนทที่มีความบางเป็นพิเศษ และมีสารเคลือบสะท้อนแสงขั้นสูงนี้ ช่วยยกระดับประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ และทัศนวิสัย ปกป้องผู้โดยสารจากแสงแดด และลดการสะสมความร้อนจากแสงอาทิตย์ การออกแบบที่โดดเด่นยังสะท้อนความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของซาอุดีอาระเบีย ผ่านรายละเอียดต่างๆ รวมถึงแถบไฟเอกลักษณ์จำนวน 32 แถบ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากปี 1932 ซึ่งเป็นปีที่ซาอุดีอาระเบียรวมประเทศ และกลายเป็นราชอาณาจักร
ล้ออลูมิเนียมขึ้นรูปน้ำหนักเบาที่มีเอกลักษณ์ช่วยเติมเต็มการออกแบบภายนอกของรถให้สมบูรณ์ โดดเด่นด้วยลวดลายรูปสามเหลี่ยมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากช่องเปิดสไตล์ Al-Lahuj3 ซึ่งพบในสถาปัตยกรรมทั่วราชอาณาจักร และยังช่วยเสริมท่วงท่าของ Exobot ให้ดูโฉบเฉี่ยว ทรงพลัง และทะมัดทะแมงมากยิ่งขึ้น
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนอันเงียบสงบ เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมมากมายที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร โดยมุ่งสร้างพื้นที่เสมือนโอเอซิสสุดพิเศษ และเป็นส่วนตัวที่ผสานความสะดวกสบายเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว
เมื่อเข้าสู่ห้องโดยสาร จะพบกับแผงควบคุมที่โอบเข้าหาผู้ขับขี่ พวงมาลัยแบบก้านที่มีขนาดกะทัดรัดช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมฟังค์ชันสำคัญต่างๆ ได้เพียงปลายนิ้ว และสามารถเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างราบรื่น กระจกบริเวณส่วนล่างของประตูสามารถเปลี่ยนจากแบบมีสีเป็นแบบทึบได้ทันทีด้วยการสัมผัสเพียงครั้งเดียว ให้ผู้โดยสารสามารถเลือกได้ระหว่างห้องโดยสารที่สว่างพร้อมมุมมองที่กว้างขึ้น หรือความเป็นส่วนตัวอย่างเต็มที่
Shahin Wing Doors
หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของ Exobot คือ ประตู Shahin Wing Doors ที่มีความยาวเกือบ 3 ม. ได้รับแรงบันดาลใจจากการโผบินอย่างสง่างามของเหยี่ยว Shahin สามารถเปิดจากระยะไกลผ่านรีโมทกุญแจ หรือสั่งงานด้วยการสัมผัสเบาๆ ที่ปุ่มควบคุมซึ่งติดตั้งอย่างแนบเนียนบนประตู โดยประตูจะเปิดออกอย่างนุ่มนวลเป็นแนวโค้ง 60 ซม. เพื่อสร้างช่องทางเข้า-ออกที่กว้าง และสะดวกสำหรับผู้โดยสารทั้งด้านหน้า และด้านหลัง
สมรรถนะเร้าใจ
Exobot ได้รับการพัฒนาบนสถาปัตยกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่ใช้มอเตอร์ 3 ตัว และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ถ่ายทอดแรงบิดที่ตอบสนองในทันที และพละกำลังอันดุดัน ให้กลายเป็นสมรรถนะการขับขี่ที่แม่นยำเฉียบคมดั่งรถแข่งบนสนาม ระบบควบคุมการกระจายแรงบิดอย่างต่อเนื่อง (Continuous Torque Vectoring) และระบบควบคุมช่วงล่างแบบแอคทีฟจะทำงานสอดประสานกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพ ความคล่องตัว และการควบคุมที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพการขับขี่ ในรุ่นสเปคสูงสุด Exobot ให้กำลังสูงถึง 1,111 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,500 นิวทันเมตร เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ในระดับที่เหนือชั้น ด้าน Exobot รุ่นซีดานสัดส่วนตัวถังที่ต่ำ และปราดเปรียว สามารถทำความเร็วจากการจอดนิ่งถึง 100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.4 ขณะที่รุ่นเอสยูวีสามารถทำความเร็วจากการจอดนิ่งถึง 100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.4
พัฒนามารับมือกับภูมิอากาศร้อนจัด
Exobot ได้รับการพัฒนาให้สามารถรับมือกับสภาพอากาศร้อนจัด แสงแดดอันร้อนแรง และการขับขี่ทางไกลที่ท้าทายในภูมิภาคนี้ โดยได้รับการออกแบบให้มีความทนทานต่อความร้อนในระดับสูง ด้วยระบบทำความเย็นขั้นสูง Halo Cooling Exobot มอบประสิทธิภาพการทำความเย็นในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม และสามารถทำได้ดีกว่าค่ามาตรฐานทั่วไปเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรง ในสภาพอากาศร้อนจัดตามแบบฉบับของซาอุดีอาระเบีย อุณหภูมิภายในห้องโดยสารสามารถลดลงจาก 65 องศาเซลเซียสเหลือ 32 องศาเซลเซียสภายใน 10 นาที5 การสะสมความร้อนจากแสงแดดลดลงได้ด้วยฟีล์มชนิดพิเศษ ผสานกับกระจกเคลือบเงิน 3 ชั้น ที่มาพร้อมระบบทำความร้อน และไล่ฝ้าในตัว รวมถึงการออกแบบอากาศพลศาสตร์บริเวณหลังคาที่ช่วยให้อากาศไหลเวียนได้อย่างเหมาะสมช่วยป้องกันการสะสมความร้อนเมื่อทำงานร่วมกับระบบปรับอากาศทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ผู้โดยสารในทุกที่นั่งจึงสัมผัสได้ถึงความเย็นสบายที่กระจายตัวอย่างรวดเร็ว และทั่วถึง มอบความสะดวกสบายในทุกสภาพอากาศ
นิยามใหม่ของการควบคุม
Exobot มาพร้อมเทคโนโลยีระบบบังคับเลี้ยวด้วยไฟฟ้า (Steer-by-Wire) ที่ตัดแกนพวงมาลัยแบบดั้งเดิมออกไป มอบอิสระอย่างเต็มที่ทั้งในด้านการออกแบบ การจัดวางอุปกรณ์ตามหลักสรีรศาสตร์ และการตอบสนองของระบบบังคับเลี้ยวองศาการหมุนของพวงมาลัยลดลงจาก 400 องศา เหลือ 160 องศา ให้ผู้ขับขี่รู้สึกเสมือนกำลังควบคุมรถซูเพอร์คาร์ นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบเลี้ยวล้อหลัง เพื่อช่วยให้วงเลี้ยวแคบลง และเพิ่มความคล่องตัวสำหรับการขับขี่ในเมือง เพิ่มเสถียรภาพเมื่อใช้ความเร็วสูง และเพิ่มความแม่นยำขณะเข้าโค้ง
ระบบ HMI และการเชื่อมต่อ
ดีไซจ์นคอนโซลกลางแบบลอยตัว (Cantilevered) ออกแบบมาให้ผสานปุ่มควบคุม และหน้าจอดิจิทอลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องละสายตาจากถนน พร้อมการตอบสนองที่แม่นยำ และรวดเร็วเมื่อสัมผัส
Exobot มาพร้อมหน้าจอ Digital Horizon Display แบบโค้งขนาด 48 นิ้ว ซึ่งทอดยาวจากเสาด้านซ้ายถึงเสาด้านขวาของรถ ความละเอียด 8K พร้อมหน้าจอควบคุมกลางขนาด 10.4 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 8 นิ้ว ช่วยเนรมิตประสบการณ์ดิจิทอลในแบบฉบับของ Ceer ให้แก่เจ้าของรถ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามกว้างไกลดุจฉากในภาพยนตร์ของเส้นขอบฟ้ากรุงริยาด
Exobot นำเทคโนโลยี Virtual Voice Assistant ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในห้องโดยสาร ซึ่งเป้นเทคโนโลยีที่สามารถทำความเข้าใจ และตอบสนองได้อย่างคล่องแคล่วทั้งภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ
นอกจากนี้ Exobot ยังเชื่อมต่อกับ Ceer App ได้อย่างราบรื่น เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงระบบสำคัญของรถได้อย่างปลอดภัย และแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่การตรวจสอบสถานะการชาร์จ การตั้งอุณหภูมิห้องโดยสารล่วงหน้า ไปจนถึงการควบคุมการจอดรถจากระยะไกล โดย Ceer App จะเข้ามาช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์อย่างครบวงจร
วิศวกรรมความปลอดภัยในทุกระบบ
การปกป้องผู้ขับขี่ และผู้โดยสารได้รับการติดตั้งไว้ในทุกองค์ประกอบของ Exobot เพื่อสร้างห้องโดยสารที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนภายในรถ โดยมีระบบความปลอดภัยทั้งเชิงป้องกัน และเชิงปกป้องอย่างครบถ้วน ซึ่งสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ความปลอดภัยระดับโลกไปอีกขั้น เทคโนโลยีความปลอดภัยประกอบไปด้วยเทคโนโลยีแบทเตอรีแบบ Cell-to-Pack ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน และมีความท้าทาย ระบบถุงลมนิรภัย 7 จุด รวมถึงโครงสร้าง Space Frame ที่ใช้กระบวนการหล่อ และรีดขึ้นรูปอลูมิเนียมขั้นสูง ผสานเข้ากับตัวถัง และประตูเป็นหนึ่งเดียว
ระบบความบันเทิงอัจฉริยะ
ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ ผสานเทคโนโลยีขั้นสูง ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ และฟังค์ชันด้านความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกัน ทุกการเดินทางของเจ้าของรถจะเริ่มต้นด้วยกุญแจดิจิทอล ที่เชื่อมต่อการทำงานร่วมกับสมาร์ทวอทช์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Exobot ผสานอินเตอร์เฟศดิจิทอลล้ำสมัยเข้ากับปุ่มควบคุมที่จัดวางอย่างพิถีพิถันสำหรับฟังค์ชันสำคัญต่างๆ เช่น การเปลี่ยนเกียร์ ระบบปรับอากาศ และการปรับระดับเสียง ส่งผลให้เกิดประสบการณ์การใช้งานที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยให้ความสำคัญทั้งกับนวัตกรรม และการใช้งานจริง
ระบบเสียงใน Exobot มอบประสบการณ์ที่แตกต่าง ด้วยเทคโนโลยี SoundStage Audio ซึ่งใช้ตัวกำเนิดคลื่นเสียง (Exciters) เพื่อเปลี่ยนส่วนต่างๆ ภายในห้องโดยสารให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เสียง โดยทำงานร่วมกับชุดอุปกรณ์เครื่องเสียงเฉพาะจุด เพื่อสร้างบรรยากาศเสียงรอบทิศทาง 360 องศา เสมือนกำลังนั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์ Exobot ยังมาพร้อมระบบกระจายกลิ่นตามความชอบส่วนบุคคล พร้อมมอบกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันได้ถึง 3 กลิ่น เพื่อสุนทรียภาพทุกการเดินทาง
อัพเดตทอย่างต่อเนื่องด้วย OTA
Exobot ยังคงพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องแม้หลังออกจากโรงงานแล้ว ด้วยระบบ Over-the-Air (OTA) ที่อัพเดทซอฟท์แวร์เองได้อย่างไร้รอยต่อ เทคโนโลยี OTA ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการอัพเดทระบบจากระยะไกล แต่ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของรถ ปลดลอคฟังค์ชันใหม่ และเติมเต็มประสบการณ์การใช้งาน โดยทั้งหมดสามารถดำเนินการได้จากระยะไกลโดยไม่จำเป็นต้องนำรถเข้าศูนย์บริการ Exobot ทุกคันจะยิ่งทวีความชาญฉลาด มีขีดความสามารถที่สูงขึ้น และตอบสนองรูปแบบการใช้งานส่วนบุคคลได้ดียิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป มอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ผู้ใช้ในอนาคต
ความสามารถด้านการขับขี่อัตโนมัติ
Exobot มอบระบบช่วยเหลืออัจฉริยะที่ผู้ขับขี่สามารถสั่งการได้ตามต้องการ ตั้งแต่ระบบช่วยขับขี่แบบแฮนด์ฟรี ระบบเปลี่ยนช่องทางเดินรถอัตโนมัติ ไปจนถึงระบบขับขี่อัตโนมัติบนทางหลวงที่อาศัยการนำทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง Exobot นำเสนอระบบการขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงที่ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยขับขี่ เพิ่มความปลอดภัย ลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และสร้างความมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้น
ความมุ่งมั่นในประเทศเพื่อการเข้าถึงที่รวดเร็ว
Ceer ผลิตรถยนต์ในประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยกลยุทธ์การผลิตภายในประเทศของ Ceer มุ่งให้สามารถเข้าถึงรถยนต์ได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการผลิตภายในประเทศที่ King Abdullah Economic City พร้อมตั้งเป้าหมายให้ระยะเวลาตั้งแต่การสั่งซื้อจนถึงการส่งมอบอยู่ในระยะเวลาสัปดาห์แทนที่จะเป็นเดือน แบรนด์มุ่งมั่นที่จะเพิ่มสัดส่วนวัสดุที่ผลิตในประเทศในรถยนต์เป็น 45 % ภายในปี 2034 โดยมีห่วงโซ่อุปทานรองรับ เพื่อรับประกันการบริการหลังการขายที่รวดเร็ว และเชื่อถือได้ด้วยชิ้นส่วนอะไหล่ที่จัดหาได้ในประเทศ Exobot จึงเป็นเสมือนใบเบิกทางที่สำคัญให้ที่ช่วยขับเคลื่อนความมุ่งมั่นของซาอุดีอาระเบียในการก้าวสู่เวทีอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก
Exobot Collection
Exobot Collection จะเปิดตัวด้วย Exobot First Edition และตามด้วย Exobot Plus
Exobot First Edition
รุ่นลิมิเทดเอดิชันที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการเอกสิทธิ์สุดเอกซ์คลูซีฟอย่างแท้จริง โดย First Edition มีให้เลือกทั้งรุ่นซีดาน และเอสยูวี ซึ่งทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมสเปคขั้นสูงสุด และจะไม่มีการผลิตซ้ำอีกในอนาคต
Exobot First Edition ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลัง 850 แรงม้า และแรงบิด 1,000 นิวทันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.[4] ได้ภายใน 2.6 วินาทีสำหรับรุ่นซีดาน และ 2.9 วินาทีสำหรับรุ่นเอสยูวี4 มาพร้อมแบทเตอรีขนาด 112 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 560 กม.6 สำหรับรุ่นเอสยูวี และ 670 กม.5 สำหรับรุ่นซีดาน พร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 โวลท์ รองรับการชาร์จแบบความเร็วสูงจาก 10-80 % ได้ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที
รุ่น First Edition ผสานรายละเอียดการออกแบบภายนอก และภายในที่พิถีพิถัน รูปลักษณ์ภายนอกมอบเอกลักษณ์ที่แตกต่างด้วยคาลิเพอร์เบรคสีแดงจับคู่กับชุดตกแต่ง Black Color Pack ห้องโดยสารภายในเป็นเบาะหนัง Nappa สีดำ และแดง โดยพนักพิงศีรษะตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์ First Edition ประทับลงบนหนัง พร้อมพรมปูพื้นแบบพิเศษ และแผ่นป้าย First Edition ที่ออกแบบเฉพาะรุ่น เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของรถ
Exobot First Edition ทุกคันจะมาพร้อมแผ่นป้ายหมายเลขเฉพาะ ซึ่งตรงกับหมายเลขตัวถัง VIN เพื่อสะท้อนความพิเศษของรุ่น ผู้ซื้อสามารถเลือกสีภายนอกแบบพิเศษได้ 2 สี ได้แก่ Harrat Grey และ White Musk ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่น และมีระดับ
หมายเหตุ:
[1] สถาปัตยกรรม Hegra หรือที่รู้จักกันในชื่อ Al-Hijr เลื่องชื่อในด้านสถาปัตยกรรมแบบ Nabataean ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ สุสานหินแกะสลัก และด้านหน้าอาคารที่ประดับประดาอย่างงดงาม โดดเด่นด้วยองค์ประกอบการตกแต่งต่างๆ เช่น หัวเสาแบบขั้นบันได หน้าบันทรงสามเหลี่ยม และลวดลายเชิงสัญลักษณ์
[2] Exobot จะติดตั้งกระจกบังลมหน้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการผลิตมาสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
[3] Al-Lahuj เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมในภูมิภาคตอนกลางของประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะการทำช่องผนังรูปสามเหลี่ยมซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้ในการสังเกตการณ์ การระบายอากาศ และการรับแสงธรรมชาติเป็นหลัก
[4] ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบ และรับรองมาตรฐานยานยนต์ (Vehicle Homologation)
[5] ตัวเลขสมรรถนะดังกล่าวได้จากการวัดผลในสภาพแวดล้อมการทดสอบที่มีการควบคุม
[6] อ้างอิงภายใต้เงื่อนไขการทดสอบในห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน New European Driving Cycle (NEDC)
รับชมการเปิดตัว Exobot ได้ทาง YouTube Channel ของ CEER Motors และสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://ceermotors.com/news/



