ธุรกิจ
Staria Hybrid ขับง่าย พร้อมทุกการเดินทาง

The New Staria Hybrid คันใหญ่ แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขับง่ายกว่าที่คิด พร้อมพื้นที่ให้ทุกคนเดินทางไปด้วยกัน มั่นใจขึ้นด้วยเทคโนโลยีช่วยขับที่ลดความกังวล และพื้นที่ที่พาคนทั้งบ้านเดินทางไปด้วยกันHighlight
ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย)ฯ ชวนมาทำความรู้จัก The New Staria Hybrid รถครอบครัวขนาดใหญ่ หรือรถตู้จาก Hyundai ที่อาจทำให้ผู้ขับหลายคนกังวลตั้งแต่ก่อนขึ้นนั่งหลังพวงมาลัย ด้วยขนาดที่สูง และใหญ่กว่ารถคันอื่นๆ ที่เคยขับ จึงอาจทำให้เกิดความกังวล ไม่ว่าจะเป็นการกะระยะ เลี้ยวในพื้นที่แคบ เปลี่ยนเลน หรือหาที่จอด แต่เมื่อได้ทำความคุ้นเคยกับรถมากขึ้น ภาพของ MPV ขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะขับยากก็เปลี่ยนไป เพราะหนึ่งในความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้หลังอยู่หลังพวงมาลัย คือ “ขับง่ายกว่าที่คิด” แม้ตัวรถจะมีพื้นที่รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 11 ที่นั่ง
ความขับง่ายของ The New Staria Hybrid ไม่ได้เกิดจากระบบใดระบบหนึ่ง แต่เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของการออกแบบทัศนวิสัยที่ช่วยให้กะตำแหน่งรถได้ง่ายขึ้น กล้องมองภาพรอบคัน เทคโนโลยีช่วยขับ การตอบสนองของขุมพลัง Turbo Hybrid และเสถียรภาพของตัวรถ ทำให้ Staria Hybrid ทำความคุ้นเคยได้ไม่ยาก ทั้งในการขับในเมือง บนทางด่วน และระหว่างการเดินทางไกลกับครอบครัว
หนึ่งในความกังวลหลักของการขับรถคันใหญ่ คือ การกะตำแหน่งของหัวรถ ท้ายรถ และด้านข้าง โดยเฉพาะเมื่อต้องเคลื่อนตัวในพื้นที่จำกัดหรือเข้าช่องจอด The New Staria Hybrid จึงมาพร้อม Surround View Monitor ที่ช่วยแสดงภาพบริเวณรอบตัวรถ ประกอบกับเซนเซอร์กะระยะด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ช่วยให้ผู้ขับมองเห็นตำแหน่งรถ และสิ่งกีดขวางรอบข้างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เมื่อต้องเปลี่ยนเลน ระบบ Blind-Spot View Monitor จะแสดงภาพจากกล้องบริเวณด้านข้างบนหน้าจอเรือนไมล์เมื่อเปิดไฟเลี้ยว ช่วยเพิ่มข้อมูลประกอบการตรวจสอบรถ หรือรถจักรยานยนต์ที่อาจอยู่บริเวณด้านข้าง ควบคู่กับการใช้กระจกมองข้าง และการตรวจสอบสภาพการจราจรก่อนเปลี่ยนเลน
เมื่อมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบตัวรถได้ชัดขึ้น การเข้าช่องจอด เลี้ยวในพื้นที่แคบ หรือเปลี่ยนเลนท่ามกลางการจราจรจึงรู้สึกจัดการได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับสมาชิกในครอบครัวที่ปกติขับรถขนาดเล็กกว่า หรือยังไม่คุ้นเคยกับการขับรถ MPV ขนาดใหญ่
นอกจากการมองเห็นรอบตัวรถแล้ว ความมั่นใจหลังพวงมาลัยยังมาจากเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนผู้ขับในสถานการณ์ต่างๆ โดย Hyundai SmartSense ประกอบด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ และระบบความปลอดภัยหลายรายการ เช่น Smart Cruise Control with Stop & Go ซึ่งช่วยควบคุมความเร็ว และรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าตามเงื่อนไขการทำงาน ทั้งในช่วงการจราจรติดขัด และระหว่างการเดินทางไกล
ขณะที่ Lane Following Assist ช่วยสนับสนุนการควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเมื่อระบบตรวจพบเส้นแบ่งช่องทาง พร้อมระบบช่วยเตือน และช่วยเบรกฉุกเฉินที่ช่วยเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านหน้า รวมถึงขณะเลี้ยวผ่านทางแยกตามเงื่อนไขการทำงานของแต่ละระบบ
เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ Hyundai Staria ขับง่ายขึ้น โดยการลดภาระของผู้ขับในระหว่างการขับขี่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า การรักษาตำแหน่งในช่องทาง และการเฝ้าระวังสถานการณ์โดยรอบ ทำให้การขับรถในเมือง บนทางด่วน หรือระหว่างการเดินทางไกลรู้สึกผ่อนคลาย และเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ความรู้สึกขับง่ายไม่ได้หมายถึงเพียงการเลี้ยว หรือเข้าจอดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่รถตอบสนองได้ต่อเนื่อง และคาดเดาได้ในจังหวะออกตัว เร่งแซง หรือขึ้นทางลาดชัน
The New Staria Hybrid มาพร้อมขุมพลัง Turbo Hybrid ให้กำลังรวมสูงสุด 242 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 367 นิวทันเมตร โดยแรงบิดที่มาในรอบต่ำช่วยให้รถเคลื่อนตัว และเร่งความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง แม้มีผู้โดยสาร และสัมภาระหลายชิ้น ผู้ขับจึงสามารถควบคุมจังหวะของรถได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งในการใช้งานประจำวัน และการเดินทางบนเส้นทางต่างจังหวัด
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยี e-Motion Drive ยังช่วยสนับสนุนการควบคุม และเสถียรภาพของตัวรถ รวมถึงช่วยลดการสั่นสะเทือน และการโยนตัวในบางจังหวะของการขับขี่ เมื่อเส้นทางเริ่มคดเคี้ยว หรือมีการเปลี่ยนทิศทางต่อเนื่อง ผู้ขับจึงควบคุมรถได้อย่างมั่นใจขึ้น ขณะที่ความนิ่งของตัวรถยังช่วยให้ผู้โดยสารด้านหลังรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง
นอกจากกำลัง และความนิ่งที่ช่วยให้การเดินทางไกลทำได้อย่างมั่นใจแล้ว อีกด้านที่ช่วยให้ The New Staria Hybrid เหมาะกับการใช้งานของครอบครัว คือ ความประหยัดในการเดินทาง โดยจากการทดสอบของสื่อมวลชน พบว่าอัตราสิ้นเปลืองที่ดีที่สุดอยู่ที่ 19 กม./ลิตร โดยมีอัตราบริโภคน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15 กม./ลิตร สะท้อนให้เห็นว่ารถ MPV ขนาดใหญ่ที่ต้องรองรับทั้งผู้โดยสารและสัมภาระ ยังสามารถบาลานศ์ระหว่างพละกำลังกับการใช้พลังงานได้ดีในเส้นทางจริง
แม้ห้องโดยสารจะรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 11 ที่นั่ง แต่คุณค่าของพื้นที่ไม่ได้อยู่ที่การนั่งให้ครบทุกตำแหน่งในทุกการเดินทาง หากอยู่ที่ความยืดหยุ่นในการปรับพื้นที่ให้เหมาะกับจำนวนสมาชิก สัมภาระ และแผนการเดินทางที่แตกต่างกันในแต่ละวัน บางทริพอาจเดินทางกันเพียง 6-7 คน และใช้พื้นที่ที่เหลือสำหรับกระเป๋า หรืออุปกรณ์ต่างๆ ขณะที่บางวันอาจมีญาติ หรือเพื่อนร่วมเดินทางเพิ่มขึ้น โดยทุกคนยังสามารถเดินทางไปด้วยกันได้ในรถคันเดียว
เบาะนั่งสำหรับผู้โดยสารแถว 2 และ 3 ได้รับการออกแบบใหม่ให้รองรับสรีระได้ดียิ่งขึ้น ช่วยประคองร่างกายในท่านั่งที่เป็นธรรมชาติ พร้อมพนักพิงศีรษะที่ช่วยรองรับช่วงคอ ระหว่างเดินทางผู้โดยสารด้านหลังยังสามารถจัดการความสบายของตัวเองได้ ทั้งอุณหภูมิ แสงแดด และการชาร์จอุปกรณ์
นอกจากนี้ ประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้ง 2 ด้าน และ Smart Power Tailgate ยังช่วยให้การขึ้นลงรถ และการขนสัมภาระสะดวกยิ่งขึ้น รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางพร้อมเด็ก หรือผู้สูงอายุ ตลอดจนทริพครอบครัวที่มีทั้งผู้โดยสาร และสัมภาระจำนวนมาก
The New Staria Hybrid ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะจำนวนผู้โดยสาร หรือพื้นที่ภายใน แต่ยังออกแบบประสบการณ์การเดินทางให้สมดุลระหว่างคนขับ และคนที่นั่งไปด้วยกัน ทัศนวิสัย การตอบสนองของรถ และเทคโนโลยีช่วยขับ ช่วยให้ผู้ขับจัดการกับตัวรถได้อย่างมั่นใจ และเป็นธรรมชาติมากขึ้น ขณะที่พื้นที่ห้องโดยสาร เบาะนั่ง และความนิ่งของตัวรถช่วยให้ผู้โดยสารทุกแถวรู้สึกผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง
เพราะรถครอบครัวที่ดีอาจไม่ได้วัดเพียงว่านั่งได้กี่คน แต่ต้องทำให้คนหลังพวงมาลัยอยากขับ และทำให้คนทุกแถวอยากร่วมเดินทางไปด้วยกัน
The New Staria Hybrid มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Modern ราคา 2,099,000 บาท และรุ่น Premium ราคา 2,399,000 บาท พร้อม Staria Hybrid Privilege Package รวมมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท(2)


