ทดลองขับ
ทดลองขับ ลุยป่า ข้ามห้วย ด้วย iCAUR V27 REEV

iCAUR V27 REEV ยอดจองไปไกล ได้รับการตอบรับดีมาก รวมถึงเสียงชื่นชมจากเจ้าของรถที่ได้รับรถไปแล้วHighlight
iCAUR V27 REEV (ไอคาร์ วี 27 อาร์อีอีวี) นับตั้งแต่วันเปิดตัว มียอดจองสะสมแล้วกว่า 2,000 คัน ถือว่าทำได้เกินเป้าที่ตั้งไว้ราว 1,000 คัน ทำให้ V27 นับเป็นโมเดลแรกของแบรนด์ iCAUR ในประเทศไทย ที่สร้างความสำเร็จได้อย่างทันที
Autoinfo Online จะพาทุกคนไปลองขับรถเทคโนโลยี REEV กระแสร้อนแรงคันนี้ว่าทำได้ดีแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ กระแสตอบรับของคนที่รับรถไปแล้วค่อนข้างเป็นบวก โดยเฉพาะการขับขี่ที่มีเสียงชื่นชมค่อนข้างมาก สำหรับจุดหมายปลายทางของเราทริพนี้ คือ ชุมชนบ้านป่าหมาก อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์
งานออกแบบของ iCAUR V27 นับได้ว่าเป็นรถที่ถูกพูดถึงในเรื่องของการออกแบบนับตั้งแต่วันเปิดตัว บางคนบอกได้กลิ่นอายของรถแบรนด์หรูอย่าง Land Rover (แลนด์ โรเวอร์) ซึ่งก็ต้องยอมรับ ว่าคล้าย ถ้าคุณลองหรี่ตามลงสักครึ่งหนึ่ง อาจทำให้เข้าใจผิดได้เลยเหมือนกัน เอาดีๆ
แต่หากไม่พูดถึงเรื่องคล้าย หรือไม่คล้าย iCAUR V27 ถือได้ว่ามีการออกแบบที่ค่อนข้างลงตัว สัดส่วนตัวรถต่างๆ มีความน่ามองตามสไตล์ของรถทรง Boxy แบบจริงๆ จังๆ ไฟหน้าทรงเหลี่ยม แต่ด้านในโคมออกแบบให้ไฟ DRL เป็นทรงกลม ส่วนไฟท้ายเป็นก้อนทรงเหลี่ยมแนวคลาสสิค
แต่จุดที่ต้องชื่นชม คือ iCAUR สามารถทำให้ V27 ที่ดีไซจ์นเหมือนจะต้านลม แต่รับมือกับเสียงภายในห้องโดยสารได้ดีเอามากๆ ความเร็วระดับ 150-160 กม./ชม. ภายในห้องโดยสารยังคงความเงียบ และสามารถฟังเพลงจากชุดเครื่องเสียง Pioneer ได้อย่างราบรื่นขั้นสุด
ภายในห้องโดยสารคันที่เราได้ทดลองขับเป็นรุ่น 4WD Prestige รุ่นย่อยทอพสุดของ iCAUR V27 ซึ่งถ้าสีภายนอกเป็นสี Classic Sand จะสามารถเลือกภายในเป็นสี Oak Brown ได้ ทำให้ภายในตัวรถค่อนข้างโดดเด่นเป็นพิเศษ และดูจะเข้ากันได้ดีกับสีภายนอกเป็นอย่างมาก
ระบบเอนโฟเทนเมนท์ต่างๆ มีมาให้ค่อนข้างครบ หน้าจอกลางขนาด 15.4 นิ้ว มาตรวัดคนขับขนาด 8.8 นิ้ว (ถ้าเพิ่มขนาดขึ้นอีกนิดจะดีมากๆ)
การใช้งานฟังค์ชันผ่านหน้าจอ มีจุดที่อยากให้มีการปรับเล็กน้อย โดยเฉพาะบางระบบที่ยังหายาก และต้องเข้าไปค่อนข้างลึก อาทิ การเปิดใบปัดน้ำฝนด้านหลัง ที่ไม่สามารถควบคุมผ่านก้านหลังพวงมาลัย หรือฟังค์ชันการแสดงผลในโหมดออฟโรด การบอกองศาต่างๆ ควรมีมาให้
แต่เรื่องพวกนี้ปรับปรุงได้ไม่ยาก เพราะเป็นเรื่องของระบบซอฟท์แวร์เป็นหลัก คิดว่าทาง iCAUR น่าจะมีการปรับปรุงตามเสียงตอบรับของลูกค้าในอนาคต ด้วยการอัพเดทเฟิร์มแวร์เป็นระยะอยู่แล้วตรงจุดนี้
แผงคอนโซลหน้า ออกแบบได้กลิ่นอายสไตล์รถสายลุยที่มีความพรีเมียม วัสดุการตกแต่งภายในถือว่าทำได้เฉียบขาดไม่น้อย ผิวสัมผัสให้ความรู้สึกที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว
อีกจุดที่โดดเด่น คือ หลังคา Panoramic Glass Roof แบบคู่ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ และไม่ค่อยเห็นในรถรุ่นอื่นๆ แม้จะเปิดไม่ได้ แต่มีข้อดีที่ตัวกระจกมีการเคลือบสารที่สามารถกันความร้อนได้จริงมาให้จากโรงงานแล้ว โดยไม่ต้องนำไปติดฟีล์มจากภายนอกเพิ่มเติม
ความกว้างภายในห้องโดยสารของ iCAUR V27 นับว่าจัดสรรพื้นที่ได้น่าประทับใจ โดยเฉพาะที่นั่งแถว 2 ที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะมาก คนที่มีรูปร่างสูงใหญ่สามารถนั่งได้ 3 คนแบบไม่อึดอัดแน่นอน
กระจกบานหลังตรงตำแหน่งแถว 2 มีขนาดใหญ่ ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกได้แบบสบายตา ผลดี คือ ทำให้คนที่เมารถง่ายสามารถใช้ชีวิตได้ในระยะที่เดินทางได้ไกลขึ้น แต่ถ้าผ่านทางคดเคี้ยวเยอะๆ บวกกับตัวรถที่มีอาการโคลงอยู่บ้าง ก็อาจยังมีอาการเมารถเกิดขึ้นได้
สำหรับ iCAUR V27 REEV จะมีทั้งรุ่นมอเตอร์เดี่ยว (2WD Pride, 2WD Prime) และมอเตอร์คู่ (4WD Prestige) คันที่ทางเราได้ทดสอบเป็นรุ่นมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบตลอดเวลา พละกำลังรวม 455 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 505 นิวทันเมตร ถ้าตามตัวเลขถือว่าเรี่ยวแรงไม่เบาเลยทีเดียว
หลังจากขับแล้วรู้สึกว่าแรงมากหรือไม่ ? คำตอบ คือ ไม่ได้รู้สึกว่านี่คือรถแรง แต่มันคือรถที่มีพละกำลังเหลือๆ ที่พาไปในที่ที่เข้าถึงยากได้แบบสบายใจ เส้นทางที่ตอบคำถามนี้ได้ชัด คือ การขับลุยข้ามลำน้ำเชี่ยว ที่น่าจะมีความลึกราวๆ 40 ซม.
ในขณะข้ามลำน้ำด้วยโหมดออฟโรด พร้อมเปิดโหมดลุยน้ำ (Wading Mode) ที่จะทำการดับเครื่องยนต์ และปิดบางระบบที่อ่อนไหวต่อการลุยน้ำให้หยุดทำงาน เป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้
พละกำลังจากมอเตอร์ทำให้ล้อหมุน และตะกุยหินด้านล่าง ทำให้ตัวรถสามารถเคลื่อนที่ผ่านอุปสรรคไปอย่างง่ายดาย ในขณะที่ทางขึ้นจากลำธารเป็นโขดหินที่มีความลื่น และเปียกแฉะ ก็ไม่สามารถขวางกั้นเจ้ารถคันนี้ได้ ผ่านไปแบบสบายๆ
สำหรับเส้นทางแบบถนนเรียบ พละกำลังไม่ได้สะท้อนความแรงแบบรถสปอร์ท แต่มันเป็นการปล่อยพลังออกมาแบบต่อเนื่อง ในย่านความเร็วสูง ตัวรถยังสามารถตอบสนอง และเพิ่มความเร็วได้แบบไม่เค้น เรียกภาษาง่ายๆ ว่าไม่แผ่วปลายให้เห็น
เร่งแซงอาจเผื่อระยะสักนิดเพราะตัวรถหนัก และมีขนาดใหญ่ แต่ถ้าความเร็วลอยตัวเมื่อใด รับรองวิ่งได้ไม่เบาเลยทีเดียว
iCAUR V27 ให้ระบบความปลอดภัยมาสูงสุด 19 ระบบ ถือว่าครอบคลุมกับสถานการณ์การใช้งานต่างๆ ทางเราได้ทำการทดสอบใช้งานกับฟังค์ชันระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ผลออกมาค่อนข้างน่าพอใจ จังหวะรักษาความเร็วตามคันหน้า และจังหวะเร่งความเร็ว ทำได้ค่อนข้างเนียนไม่กระชากจนน่าเวียนหัว
ส่วนการเตือนต่างๆ เตือนการชน หรือจะการเตือนออกนอกเลน ก็ไม่ได้เตือนจนวุ่นวาย ทำได้กำลังพอดีไม่น่ารำคาญเหมือนรถยนต์จากประเทศจีนในยุคแล้ว หรือจะเลือกปิดระบบได้เลย และตัวรถก็จำค่าที่เจ้าของรถตั้งค่าไว้เสมอ จุดนี้ดีมากๆ
เรื่องระยะทางไม่สามารถตอบได้แบบตรงๆ เพราะเราไม่ได้ทำการทดสอบวิ่งเพื่อหาระยะทางเป็นหลัก ตามสเปค iCAUR V27 REEV เคลมว่าระยะทางวิ่งรวม (น้ำมัน+ชาร์จไฟฟ้าเต็ม) ได้ราว 1,000 กม. โดยที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ราว 150 กม. ในรุ่น 4WD Prestige คัน (มาตรฐาน NEDC)
แต่ถ้าถามถึงอัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ย ตอบได้ว่าทำได้ค่อนข้างในระดับดี กับตัวเลขเฉลี่ยราว 12-13 กม./ลิตร กับการเดินทางผ่านเส้นทางทุกรูปแบบ ทั้งทางเรียบ และออฟโรด พร้อมกับผู้โดยสาร 3 ท่าน
ภาพรวม iCAUR V27 REEV ก็น่าจะสร้างความประทับใจได้ไม่น้อยอยู่แล้ว ดูได้จากยอดจองที่เข้ามาจนเกินเป้าที่ตั้งไว้ ดังนั้นในเรื่องของงานดีไซจ์นต้องบอกว่าสอบผ่านอย่างแน่นอน
ส่วนความรู้สึกหลังลองขับ มีทั้งส่วนที่ชอบมาก และมีอยากให้ปรับเล็กน้อย อย่างเช่น ช่วงล่างที่อยากให้เฟิร์มขึ้นอีกนิด น่าจะทำให้ขับบนทางเรียบได้สนุกมากขึ้น หรือจะน้ำหนักพวงมาลัยที่แม้จะมีให้ปรับเป็นแบบสปอร์ท แต่ภาพรวมก็ยังค่อนข้างเบา แต่อาจเพื่อชดเชยกับขนาด และน้ำหนักตัวรถ
ส่วนที่ค่อนข้างประทับใจ คือ การขับทางออฟโรด ทำได้ดีเอามากๆ การตกแต่งภายใน และขนาดพื้นที่ใช้สอยของห้องโดยสารที่ทำได้ดีเลยทีเดียว
ความคิดเห็นส่วนตัวต้องบอกว่า ถ้าอยากได้รถที่ขับแล้วรู้สึกแตกต่าง มีเอกลักษณ์ สามารถพาลุยออฟโรดแบบท่องเที่ยวชิลล์ๆ ถือได้ว่า iCAUR V27 REEV ตอบโจทย์ได้ดีแน่นอน
ส่วนถ้าอยากได้แบบลุยสายโหด อาจต้องเอามาปรับแต่งเพิ่มหน่อย อย่างน้อยล้อ และยางชุดใหม่ต้องมีแน่ๆ และก็เรื่องแบทเตอรีใต้ท้อง ที่อาจต้องระวังเป็นพิเศษหากต้องขับลุย


