ทดลองขับ
Mazda CX-6e
มิติตัวถังขนาดใหญ่แค่ไหน
-
มิติตัวถังระดับ D-SUV Mazda CX-6e ความยาว 4,850 มม., กว้าง 1,935 มม., สูง 1,620 มม. และระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,902 มม.
ตารางเปรียบเทียบมิติตัวถังและพื้นที่ระหว่าง Mazda CX-6e, Honda e:N2 และ Toyota bZ4X แบบจุดต่อจุด
| มิติตัวถัง / พื้นที่จัดเก็บ | Mazda CX-6e | Honda e:N2 | Toyota bZ4X |
| ความยาว (มม.) | 4,850 (ยาวที่สุด) | 4,788 | 4,690 |
| ความกว้าง (มม.) | 1,935 (กว้างที่สุด) | 1,838 | 1,860 |
| ความสูง (มม.) | 1,620 | 1,570 (เตี้ยเพรียวสุด) | 1,650 (โปร่งสูงที่สุด) |
| ระยะฐานล้อ Wheelbase (มม.) | 2,902 (ยาวที่สุด) | 2,733 | 2,850 |
| ระยะต่ำสุดจากพื้น Ground Clearance | ~170 มม. | ~150 มม. | 200 – 201 มม. (ลุยได้ดีสุด) |
| ความจุที่เก็บสัมภาระท้าย (ลิตร) | 468 – 1,434 | 478 – 1,326 | 452 – 1,280 |
| ที่เก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า (Frunk) | มี (80 ลิตร) | ไม่มี | ไม่มี |
| รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด (เมตร) | 5.6 ม. | 5.5 ม. | 5.6 – 5.7 ม. |
Mazda CX-6e (ใหญ่ โอ่โถง สัดส่วน D-SUV แท้)
- ยาวที่สุดและกว้างที่สุด ตัวถังกว้างถึง 1,935 มม. ทำให้ภายในกว้างขวาง โดยเฉพาะระยะห่างระหว่างผู้โดยสารตอนหน้าและตอนหลัง
- ระยะฐานล้อ 2,902 มม. ยาวที่สุดในกลุ่ม (ยาวกว่า Honda e:N2 ถึง 16.9 ซม.) ส่งผลให้พื้นที่วางขา (Legroom) ด้านหลังโปร่งสบายที่สุด
- มี Frunk ด้านหน้า 80 ลิตร เป็นคันเดียวใน 3 รุ่นนี้ที่มีช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า สำหรับเก็บสายชาร์จหรือสัมภาระจุกจิก
Honda e:N2 (เพรียวยาว สไตล์ Fastback Crossover)
- เตี้ยที่สุด (1,570 มม.) สัดส่วนเน้นความลู่ลม หลังคาลาดทรงสปอร์ต ให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ คล่องตัวเหมือนขับรถเก๋ง
- ฐานล้อ 2,733 มม. สั้นที่สุดในกลุ่ม ทำให้ห้องโดยสารตอนหลังมีพื้นที่วางขากระชับกว่าอีกสองคัน แต่แลกมาด้วยความคล่องตัวและการเลี้ยวในเมืองที่คล่องตัวกว่า
Toyota bZ4X (ทรง SUV ดั้งเดิม ลุยได้ดีสุด)
- สูงที่สุด (1,650 มม.) และใต้ท้องรถสูง (200 มม.) ให้ทัศนวิสัยการมองเห็นด้านหน้าสูงแบบ SUV แท้ ตำแหน่ง Headroom ด้านบนโปร่ง และลุยทางขรุขระหรือผ่านแอ่งน้ำได้มั่นใจที่สุด
- สั้นที่สุด (4,690 มม.) ตัวรถสั้นกว่า CX-6e ถึง 16 ซม. ทำให้หาที่จอดเข้าซองง่ายกว่า แต่พื้นที่ Legroom ตอนหลังจะอยู่ตรงกลางระหว่าง CX-6e และ e:N2
ดีไซน์ล้ำสมัย (Reimagined KODO Design) อย่างไร
-
ไฟหน้า-ไฟท้าย Signature Wing ไฟหน้า Floating 3D Signature Wing และไฟท้าย Cross Wing รูปทรงปีกสองชั้นเอกลักษณ์ใหม่ของแบรนด์
-
ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ ล้อขนาด 21 นิ้วในรุ่น Premium Sports (และ 19 นิ้วในรุ่น Premium) เสริมความสปอร์ตเต็มซุ้มล้อ
เทคโนโลยีและดีไซน์ล้ำสมัย (Reimagined KODO Design) อย่างไร
- กระจกมองข้างดิจิทัล (Digital Side-View Mirrors) แสดงภาพผ่านกล้องไปยังหน้าจอภายในห้องโดยสาร ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยทั้งกลางวัน ฝนตก หรือกลางคืน พร้อมช่วยลดเสียงลมและแรงต้านอากาศ (Aerodynamics) ในรุ่น Premium Sports
- หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 26.45 นิ้ว ผสานจอแสดงผลข้อมูลและระบบความบันเทิงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว รองรับการสั่งการด้วยเสียงและท่าทาง (Gesture Control)
- หน้าจอ AR-HUD Windshield Active Driving Display แสดงข้อมูลการขับขี่และระบบนำทางเสมือนจริงบนกระจกหน้า
ความสะดวกสบายและความพรีเมียมในห้องโดยสารต่างอย่างไร
- เบาะนั่งพร้อมระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ เบาะคู่หน้ามีทั้ง Seat Ventilation และ Warmer (รุ่น Premium Sports เพิ่มระบบอุ่นและระบายอากาศสำหรับเบาะหลังด้วย)
- บรรยากาศห้องโดยสาร ภายในตกแต่งด้วยหนังทูโทน (สีม่วง-ขาว ในรุ่น Sports), กระจกมองหลังดิจิทัล, หลังคากระจก, ไฟ Ambient Light ปรับได้ 256 สี และระบบฟอกอากาศพร้อมกรองฝุ่น PM2.5
- Vehicle Modes มีโหมดอำนวยความสะดวก เช่น Relax Mode หรือ Rest Mode ปรับเบาะ อุณหภูมิ และแสงไฟ เพื่อการพักผ่อนระหว่างหยุดพักการเดินทาง
พื้นที่ใช้สอยพอไหม
- ระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,902 มม. ช่วยให้พื้นที่วางขาของผู้โดยสารตอนหลังกว้างขวาง นั่งสบาย
- ความจุสัมภาระ ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุ 468 ลิตร และขยายได้สูงสุดถึง 1,434 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง (พับได้แบบ 60:40) พร้อมช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ขนาด 80 ลิตร
สมรรถนะและการควบคุมตามปรัชญา “Jinba-Ittai”
-
ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวกำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร
-
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม.
-
ช่วงล่างสไตล์ Mazda เซ็ตติ้งระบบบังคับเลี้ยวและช่วงล่างเน้นความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับและตัวรถ (Jinba-Ittai) ตอบสนองแม่นยำ เป็นธรรมชาติ และขับขี่มั่นใจ
แบตเตอรี่และระบบชาร์จเร็ว (DC Fast Charge) เท่าไหร่
-
แบตเตอรี่ LFP ขนาด 77.9 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 555 กม. (รุ่น Premium) และ 524 กม. (รุ่น Premium Sports) ตามมาตรฐาน NEDC
-
ระบบชาร์จเร็วพิเศษ (DC) รองรับกำลังไฟ DC สูงสุดเกือบ 200 kW สามารถชาร์จจาก 30% - 80% ได้ในเวลาเพียง 15 นาที (หรือ 10% - 80% ภายใน 24 นาที)
-
ระบบจ่ายไฟ V2L (Vehicle-to-Load) จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 3.5 kW ตอบโจทย์สายแคมปิ้งและกิจกรรมเอาท์ดอร์
ระบบความปลอดภัยและความช่วยเหลือการขับขี่ครบครัน
-
ระบบความปลอดภัย ADAS Level 2 ทำงานร่วมกับเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร กล้องรอบคัน และเซ็นเซอร์อัลตราโซนิก เช่น ระบบควบคุมความเร็วแปรผันรักษาระยะห่างพร้อม Stop & Go (MRCC), ระบบช่วยประคองพวงมาลัยตามรถคันหน้า (CTS), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติหน้า-หลัง (SBS / SBS-RC), ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSM / RCTA / DOW)
-
กล้องมองรอบทิศทาง 360° แบบ See-Through View สามารถมองทะลุพื้นผิวใต้ท้องรถ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเข้าจอดและทางแคบ
-
ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง ครอบคลุมทั่วห้องโดยสาร รวมถึงถุงลมระหว่างเบาะคู่หน้า (Center Airbag)
ความคุ้มค่าด้านราคาและแพ็กเกจจับต้องได้ง่ายไหม
ราคาเปิดตัวในระดับที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับขนาดตัวถังและออปชัน
- CX-6e Premium 1,259,000 บาท
- CX-6e Premium Sports 1,299,000 บาท
มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถและรับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี พร้อมแถม Home Charger
เลือกรุ่นไหนเหมาะ
จุดต่าง 4 หมื่นบาท
- CX-6e Premium ก็เพียงพอกับความต้องการและการใช้งานแล้ว
- CX-6e Premium Sports จัดเต็ม ครบเครื่อง สปอร์ทกว่า คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายเพิ่ม
เปรียบเทียบ Mazda CX-6e ทั้งในมุมมอง เทียบกับรถ Mazda ด้วยกันเอง และ เทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม SUV ไฟฟ้า (D-SUV / Mid-size EV) สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
| Mazda CX-6e (EV) | Mazda CX-5, CX-30 (ICE) | Mazda MX-30 (EV รุ่นแรก) | |
| ขนาดตัวถังและพื้นที่ | กว้างที่สุด (ฐานล้อ 2,902 มม.) กว้างกว่า CX-5 ชัดเจน พื้นที่วางขาด้านหลังโปร่งที่สุดในตระกูล SUV ของ Mazda | CX-5 / CX-30 ห้องโดยสารด้านหลังค่อนข้างกระชับ เน้นโอบกระชับคนขับ | ตัวถังขนาดกะทัดรัด (B-SUV) พื้นที่จำกัด ประตูด้านหลังเป็นแบบตู้กับข้าว (Freestyle Door) |
| ขุมพลังและการใช้งาน | ไฟฟ้า 100% (258 แรงม้า), แบตเตอรี่ 77.9 kWh วิ่งไกล ~524–555 กม. (NEDC) | เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 / 2.5 เติมน้ำมัน ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ | แบตเตอรี่เล็กเพียง 35.5 kWh วิ่งได้เพียงราว 200 กม. |
| ปรัชญาการออกแบบภายใน | หน้าจอยักษ์พาดยาว 26.45 นิ้ว ไร้ปุ่มกดจริง ลดทอนปุ่มควบคุม Center Commander ออกไป | มีปุ่มหมุน Center Commander ควบคุมแอร์และจอง่าย ไม่ต้องละสายตาขณะขับขี่ | คอนโซลวัสดุไม้ก๊อกอนุรักษ์ธรรมชาติ เน้นความมินิมอล |
| ฟิลลิ่งการขับขี่ | ปรับจูนแบบ Jinba-Ittai น้ำหนักพวงมาลัยแม่นยำ แต่น้ำหนักตัวรถจะแน่นและหนักกว่าสไตล์ EV ขับหลัง | คล่องตัว น้ำหนักรถเบากว่า มั่นใจในโค้งตามแบบฉบับรถน้ำมันดั้งเดิม | ขับขี่เป็นธรรมชาติและนุ่มนวล แต่พละกำลังน้อย |
-
จุดที่ Mazda CX-6e เหนือกว่า พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางแก้จุดอ่อนเดิมของ Mazda ได้ทั้งหมด อัตราเร่งออกตัวทันใจ และค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรต่ำกว่ารถน้ำมันมาก
-
จุดที่แฟน Mazda ดั้งเดิมอาจต้องปรับตัว การสั่งการเกือบทั้งหมดไปอยู่ที่หน้าจอสัมผัส แทนที่จะเป็นปุ่มกดและปุ่มหมุน Center Commander ที่ใช้งานง่ายขณะขับขี่
เปรียบเทียบกับคู่แฝดแพลตฟอร์ม Deepal S07
(เนื่องจากทั้งคู่พัฒนาบนพื้นฐานวิศวกรรมร่วม EPA1 จาก Changan)
-
งานดีไซน์และบุคลิก
-
Mazda CX-6e มาในสไตล์หรูหรา สง่างาม (KODO Design ยุคใหม่) เส้นสายพริ้วไหว ภายในตกแต่งเน้นความพรีเมียม สปอร์ต และดูประณีตตามแบบฉบับ Mazda
-
Deepal S07 ดีไซน์สปอร์ตล้ำยุค สไตล์ Cyberpunk เหลี่ยมคม ชัดเจน ดุดันกว่า
-
-
เทคโนโลยีเฉพาะตัว CX-6e ให้ กระจกมองข้างแบบกล้องดิจิทัล (Digital Side Mirrors) และจอขนาดยาว 26.45 นิ้ว ในขณะที่ Deepal S07 เป็นกระจกปกติและใช้หน้าจอหมุนได้ตรงกลาง (Sunflower Screen) ควบคู่กับ AR-HUD
-
การขับขี่และแฮนด์ลิงก์
-
แม้พื้นฐานโครงสร้างจะคล้ายกัน แต่วิศวกร Mazda นำไปเซ็ตติ้งช่วงล่าง อัตราทดพวงมาลัย และการหน่วงคันเร่งใหม่ Mazda CX-6e จะให้ฟีลลิ่งการคุมรถที่คม เป็นธรรมชาติ และมีความเฟิร์มกระชับมากกว่า ในขณะที่ Deepal S07 จะเน้นไปทางนุ่มนวลซับแรงกระแทกเป็นหลัก
-
เปรียบเทียบกับคู่แข่งหลักในตลาด (BYD Sealion 7, Tesla Model Y, XPeng G6)
| รุ่น | Mazda CX-6e | BYD Sealion 7 | XPeng G6 | Tesla Model Y (RWD) |
| ระดับราคาโดยประมาณ | ~1.25 – 1.29 ล้านบาท | ~1.14 – 1.24 ล้านบาท | ~1.18 – 1.28 ล้านบาท | ~1.39 – 1.49 ล้านบาท |
| พละกำลัง / ขับเคลื่อน |
มอเตอร์เดี่ยว RWD 258 แรงม้า |
มอเตอร์เดี่ยว RWD (313 hp) / มอเตอร์คู่ AWD (530 hp) |
มอเตอร์เดี่ยว RWD 258 – 286 แรงม้า |
มอเตอร์เดี่ยว RWD ~299 แรงม้า |
| 0-100 กม./ชม. | 7.9 วินาที |
6.7 วินาที (RWD) 4.5 วินาที (AWD) |
6.6 – 6.9 วินาที | 6.9 วินาที |
| ความจุแบตเตอรี่ | 77.9 kWh (LFP) | 82.5 kWh (Blade LFP) | 66 – 87.5 kWh (800V) | ~60 kWh (LFP) |
| ระยะทางวิ่ง (NEDC/WLTP) | 524 - 555 กม. (NEDC) | 542 - 567 กม. (NEDC) | 505 - 570 กม. (WLTP) | 455 กม. (WLTP) |
| ระบบสถาปัตยกรรมชาร์จ |
400V Fast Charge (30-80% ใน 15 นาที) |
400V / สูงสุด 150 kW |
800V SiC Platform (ชาร์จเร็วสูงสุดเกือบ 300 kW) |
400V / Supercharger Eco-system |
จุดเด่น-จุดด้อย เมื่อเทียบกับคู่แข่งแต่ละกลุ่ม
-
เทียบกับ BYD Sealion 7
-
ข้อดีของ CX-6e ดีไซน์ภายนอกและงานตกแต่งภายในดูมีความพรีเมียม สไตล์ผู้ดีญี่ปุ่น ช่วงล่างเซ็ตพวงมาลัยตอบสนองเป็นธรรมชาติติดมือกว่า
-
จุดที่เป็นรอง Sealion 7 ให้สเปกความแรงมอเตอร์สูงกว่ามาก (มีตัวเลือก AWD 530 แรงม้า) แบตเตอรี่ลูกใหญ่กว่าเล็กน้อย และมีศูนย์บริการครอบคลุมกว่า
-
-
เทียบกับ XPeng G6
-
ข้อดีของ CX-6e มิติตัวถังยาวกว่า ฐานล้อยาวกว่า (2,902 มม. vs 2,890 มม.) ดีไซน์และภาพลักษณ์แบรนด์ดูภูมิฐานกว่า
-
จุดที่เป็นรอง XPeng G6 ใช้สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V ทำให้รับกำลังไฟชาร์จ DC ได้เร็วกว่ามาก และระบบซอฟต์แวร์อัจฉริยะ (ADAS / AI) ของ XPeng มีความก้าวหน้ามากกว่า
-
-
เทียบกับ Tesla Model Y
-
ข้อดีของ CX-6e ความคุ้มค่าด้านราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายกว่า, ออปชันความสะดวกสบายเยอะกว่า (เช่น เบาะระบายอากาศ/อุ่น หน้า-หลัง, จอเรือนไมล์และ AR-HUD ที่ไม่ต้องมองจอกลางอย่างเดียว)
-
จุดที่เป็นรอง ประสิทธิภาพการจัดการพลังงาน (kWh/100km), เครือข่าย Supercharger, Ecosystem ของแอปพลิเคชัน และความคุ้นเคยของตลาด EV ที่เทสลายังนำอยู่
-
บทสรุปการเลือกซื้อ
-
เลือก Mazda CX-6e หากชอบบุคลิกรถที่มีงานดีไซน์หรูหรา ภายในเนี้ยบกว้างขวาง ออปชันล้ำสมัย (กระจกกล้อง, จอยาว 26 นิ้ว) แต่ยังต้องการ ฟิลลิ่งการขับขี่ การบังคับเลี้ยวที่แม่นยำ ไม่ยวบยาบ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ Mazda ยังคงใส่มาให้เหนือกว่ารถ EV ทั่วไป
-
มองหาตัวเลือกอื่น หากคุณต้องการความแรงหลังติดเบาะระดับ 0-100 ต่ำกว่า 5 วินาที (ไป Sealion 7 AWD), ต้องการโครงสร้างชาร์จ 800V ไวสุดขั้ว (ไป XPeng G6), หรือชอบความคล่องตัวของปุ่มกดแอนะล็อกและการขับทางไกลไร้กังวลเรื่องชาร์จ (กลับไปหา CX-5 เครื่องน้ำมัน)
เปรียบเทียบ Mazda CX-6e กับคู่แข่งสายเลือดญี่ปุ่นอย่าง Honda e:N2 และ Toyota bZ4X มีความน่าสนใจมาก เพราะทั้งสามแบรนด์มีแนวทางพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และการวางตำแหน่งทางการตลาดในไทยที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
| รายละเอียด | Mazda CX-6e | Honda e:N2 | Toyota bZ4X |
| เซกเมนต์ / สไตล์ตัวถัง | D-Segment SUV ทรงท้ายลาด | C-Segment Crossover / Fastback ยกสูง | D-Segment Mid-size SUV |
| ขนาดตัวถัง (ยาว x กว้าง x สูง) | 4,850 x 1,935 x 1,620 มม. | 4,788 x 1,838 x 1,570 มม. | 4,690 x 1,860 x 1,650 มม. |
| ระยะฐานล้อ (Wheelbase) | 2,902 มม. (กว้างสุด) | 2,733 มม. | 2,850 มม. |
| ระบบขับเคลื่อน | มอเตอร์เดี่ยว ขับหลัง (RWD) | มอเตอร์เดี่ยว ขับหน้า (FWD) | มอเตอร์เดี่ยว FWD / มอเตอร์คู่ AWD |
| พละกำลัง / แรงบิด | 258 แรงม้า / 290 นิวตันเมตร | 204 แรงม้า / 310 นิวตันเมตร | 204–218 แรงม้า (AWD ~338 Nm) |
| ความจุแบตเตอรี่ | 77.9 kWh (LFP) | 68.8 kWh (NMC Ternary) | 71.4 - 73.1 kWh |
| ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC) | 524 – 555 กม. | 530 กม. | 570 – 600 กม. |
| กำลังการชาร์จ DC | ชาร์จเร็วมาก 194 kWh (30-80% ใน 15 นาที) | ชาร์จปกติ (30-80% ราว 40 นาที) | กำลังไฟ DC สูงสุด ~150 kWh |
| ช่วงราคาจำหน่ายในไทย | ~1,259,000 – 1,299,000 บาท | ~1,429,000 บาท | ~1,529,000 – 1,649,000 บาท |
Mazda CX-6e vs Honda e:N2
-
มิติตัวถังและพื้นที่ภายใน CX-6e ได้เปรียบชัดเจนทั้งความกว้าง ความยาว และระยะฐานล้อที่ยาวกว่าถึงเกือบ 17 ซม. (2,902 มม. vs 2,733 มม.) ทำให้เบาะหลังของ CX-6e โอ่โถงสไตล์ D-SUV ในขณะที่ e:N2 จะมีรูปร่างเพรียวเตี้ยกว่า เป็นลูกผสมระหว่างรถซีดานท้ายลาด Fastback และ Crossover
-
สมรรถนะและการขับเคลื่อน
-
CX-6e เป็น ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) 258 แรงม้า ให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่คม กระฉับกระเฉง และพละกำลังตีนปลายต่อเนื่องกว่า
-
e:N2 เป็น ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) 204 แรงม้า เน้นอัตราเร่งต้นที่ติดเท้าตามสไตล์แรงบิด 310 นิวตันเมตร การควบคุมจะคุ้นมือคนที่ชินกับรถเก๋งขับหน้าของ Honda มาก่อน
-
-
เทคโนโลยีและบรรยากาศ CX-6e เล่นใหญ่ด้วยจอยักษ์พาดยาว 26.45 นิ้ว และกระจกมองข้างแบบกล้องดิจิทัล ส่วน Honda e:N2 จะเน้นแนว Minimalist แดชบอร์ดเรียบ มีระบบน้ำหอมปรับอากาศ (Aroma Diffuser), เครื่องเสียง Bose 12 ลำโพง และมีจอสัมผัสแนวตั้งขนาด 12.8 นิ้ว
-
ความคุ้มค่า CX-6e ทำราคาเปิดตัวถูกกว่าราว 1.3 - 1.7 แสนบาท ทั้งที่ได้ตัวถังใหญ่กว่าและแบตเตอรี่ลูกใหญ่กว่า
Mazda CX-6e vs Toyota bZ4X
-
สถาปัตยกรรมและระบบขับเคลื่อน
-
CX-6e ใช้เลย์เอาต์มอเตอร์เดี่ยวขับหลัง (RWD) ให้อารมณ์การกระจายน้ำหนักหน้า-หลังแบบสปอร์ต
-
bZ4X พัฒนาบน e-TNGA มีจุดเด่นคือตัวเลือก ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) พร้อมระบบลุยทางขรุขระ X-MODE ร่วมกับ Subaru และมีระยะใต้ท้องรถ Ground Clearance สูงถึง 200–201 มม. เหมาะกับการใช้งานกึ่งลุยหรือข้ามสิ่งกีดขวางมากกว่า CX-6e ที่เน้นวิ่งทางเรียบ
-
-
การชาร์จแบตเตอรี่ CX-6e รองรับการอัดประจุเร็ว DC ช่วง 30-80% ภายใน 15 นาที ส่วน bZ4X ในการขับใช้งานจริงจะเน้นการถนอมอายุแบตเตอรี่ (Battery Degradation Protection) ค่อนข้างรัดกุม ทำให้กราฟการชาร์จเร็วจะลดทอนกำลังลงไวกว่าเมื่อแบตเตอรี่เริ่มอุ่น
-
ความคุ้นเคยและการใช้งาน
-
bZ4X มีจุดแข็งคือความเป็นรถ Toyota ดั้งเดิม ตำแหน่งปุ่มฟังก์ชันและระบบแอร์ยังเป็นกายภาพผสมหน้าจอสัมผัสขนาด 14 นิ้ว พวงมาลัยและแป้นเบรกเซ็ตมานุ่มนวล ขับง่ายตามสไตล์รถครอบครัว
-
CX-6e ภายในเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเกือบ 100% สวิตช์ฟังก์ชันย้ายไปอยู่ที่จอ 26 นิ้วทั้งหมด
-
-
ส่วนต่างราคา bZ4X วางราคาไว้พรีเมียมที่สุดในกลุ่ม (1.529 - 1.649 ล้านบาท) สูงกว่า CX-6e ร่วม 2.5 - 3.5 แสนบาท
เลือกซื้อรุ่นไหน
-
เลือก Mazda CX-6e หากต้องการรถ EV ขนาดตัวถังใหญ่ คุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบขนาดตัวรถกับราคา (งบประมาณราว 1.2 - 1.3 ล้าน) ชอบฟีลลิ่งการขับขี่แบบขับหลัง (RWD) เซ็ตติ้งเฟิร์มแม่นยำ และต้องการออปชันเทคโนโลยีที่ดูล้ำยุคที่สุดในบรรดารถญี่ปุ่น
-
เลือก Honda e:N2 หากชอบรูปทรงปราดเปรียวสไตล์ Fastback/Crossover ไม่เทอะทะ ต้องการฟีลลิ่งคันเร่งและเบรกที่เป็นธรรมชาติใกล้เคียงรถเก๋งเครื่องยนต์น้ำมัน และชอบดีไซน์ห้องโดยสารแบบเรียบหรูพร้อมระบบความปลอดภัย Honda SENSING
-
เลือก Toyota bZ4X หากต้องการรถที่มีความสามารถในการลุยทางขรุขระ/ลุยน้ำท่วมได้ดีกว่า (Ground Clearance สูง, มีระบบ AWD + X-MODE), เน้นความทนทานระยะยาว และให้ความสำคัญสูงสุดกับเครือข่ายศูนย์บริการ ความพร้อมของอะไหล่ และบริการหลังการขายของ Toyota ในไทย























