ระเบียงรถใหม่
AUDI A2 E-TRON รถสองชีวิตค่ายสี่ห่วง ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลกว่า 600 กม.
เวลาล่วงเลยไปเร็วเหลือเกิน เหลืออีกเดือนเดียวปีม้าก็จะเปลี่ยนเป็นปีแพะแล้ว เดือนนี้นำเรื่องราวของรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ มาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งหนึ่ง เป็นรถ 5 สายพันธุ์ คือ รถเยอรมัน รถอังกฤษ รถสวีเดนผสมจีน และรถของสาธารณรัฐเชค เป็นผลงานของผู้ผลิตรถยนต์ 5 ราย คือ AUDI (เอาดี), ROLLS-ROYCE (โรลล์ส-รอยศ์), LAND ROVER (แลนด์ โรเวอร์), POLESTAR (โพลสตาร์) และ SKODA (สโกดา)
รายแรก คือ AUDI เจ้าของเครื่องหมายการค้า “สี่ห่วง” เป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับหรูที่ขณะนี้ผลิต และจำหน่ายรถยนต์เพียง 2 ประเภท คือ รถเก๋ง กับ รถกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่มีรถสปอร์ท ไม่มีรถตู้ ไม่มีรถพิคอัพ และไม่มีรถประเภทอื่นๆ เป็นบริษัทรถยนต์ที่ปัจจุบันใช้ตัวเลข 9 ตัว และตัวอักษรเพียง 2 ตัว ในการตั้งชื่อรุ่น หรืออนุกรมของรถ
คือ ใช้อักษร A กับตัวเลขหลักเดียว ในการตั้งชื่อรุ่น หรือชื่ออนุกรมของรถเก๋ง และใช้อักษร Q กับตัวเลขหลักเดียว กับ SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้ง มีข้อยกเว้นเพียง 2 กรณี คือ รถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งเริ่มผลิตเมื่อปี 2020 และยังมีจำหน่ายอยู่ในขณะนี้ คือรถ AUDI E-TRON GT (เอาดี อี-ทรอน จีที) กับรถสปอร์ทผลิตจำนวนจำกัดเพียง 499 คัน ติดป้ายชื่อ AUDI NUVOLARI (เอาดี นูโวลารี) ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 และขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มการผลิต และจำหน่าย
ในขณะที่กำลังจิ้มนิ้วบนคีย์บอร์ดอยู่นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนในกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัดในสยามประเทศกำลังต่อสู้กับน้ำ เมื่อเปิดเวบไซท์ที่ทำไว้สำหรับผู้คนในเยอรมนี คือ audi.de ก็พบว่า รถเก๋งติดตรา “สี่ห่วง” ที่เวบไซท์เสนอขายอยู่นั้น มี 7 อนุกรม คือ AUDI A1-AUDI A2-AUDI A3- AUDI A5-AUDI A6-AUDI A8 และ AUDI E-TRON GT ส่วน SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้ง มี 8 อนุกรม คือ AUDI Q2-AUDI Q3-AUDI Q4- AUDI Q5-AUDI Q6-AUDI Q7-AUDI Q8 และ AUDI Q9
จึงเกิดคำถามว่า AUDI A4 หายไปไหน ? AUDI A7 หายไปไหน ? AUDI A9 หายไปไหน ? และ AUDI Q1 หายไปไหน ? ค้นหาข้อมูลจากความทรงจำและจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วก็อธิบายอย่างย่นย่อได้ดังนี้
(1) AUDI A4 เป็นรถเก๋งระดับหรูขนาดเล็กกะทัดรัด หรือขนาดกลาง ที่มีการผลิตรวม 5 รุ่น ระหว่างปี 1994-2024 แล้วก็มีรถรุ่นใหม่มาแทนที่ แต่เปลี่ยนชื่อเป็น AUDI A5 และเป็นรถที่ยังมีจำหน่ายอยู่ในขณะนี้ (2) AUDI A7 เป็นรถเก๋งซีดาน และลิฟท์แบคขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ที่ผลิต และจำหน่ายในเยอรมนีรวม 2 รุ่น และยุติไปเมื่อปี 2025 แต่ยังมีการผลิตต่อไปในสาธารณรัฐประชาชนจีน (3) AUDI A9 และ AUDI Q1 เป็นรถที่ยังไม่เคยมีการผลิต จึงไม่ได้หายไปไหน
อีกคำถามที่ผู้อ่านอาจอยากถามก็คือ AUDI A2 E-TRON (เอาดี เอ 2 อี-ทรอน) ที่กำลังอวดตัวอยู่นี้ สำคัญอย่างไร ? จึงนำเรื่องราวมาบรรจุไว้ใน “ระเบียงรถใหม่” เดือนนี้ คำตอบก็คือ เป็นรถเก๋งแบบใหม่ล่าสุดของค่าย AUDI ที่มีชื่อรอง คือ E-TRON ห้อยท้ายอยู่ด้วย ก็เพื่อให้ทราบว่าเป็นรถพลังไฟฟ้า
ในอดีต เจ้าของเครื่องหมายการค้า “สี่ห่วง ”เคยทำรถติดป้ายชื่อ AUDI A2 มาก่อนแล้ว แต่ชื่อนี้หายไปนานจนผู้คนแทบจะจำกันไม่ได้แล้ว ตามข้อมูลของสารานุกรมออนไลน์ WIKIPEDIA (วิคิพีเดีย) รถดังกล่าวเข้าสู่สายการผลิตเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1999 ในฐานะรถรุ่นปี 2000 เป็นสายการผลิตของโรงงานซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง NECKARSULM (เนกคาซูล์ม) ในภาคใต้ของเยอรมนี เป็นรถเก๋งแฮทช์แบคขนาดซูเพอร์มีนี ในตัวถังยาว 3.826 ม.กว้าง 1.673 ม. และสูง 1.553 ม. นั่งได้ 4 หรือ 5 คน ที่ออกแบบโดย LUC DONCKERWOLKE (ลุค ดองเคอร์โวลเค) นักออกแบบสายเลือดเปรู/เบลเยี่ยมวัย 61 ปี ซึ่งปัจจุบันทำงานให้แก่ HYUNDAI MOTOR GROUP (ฮันเด มอเตอร์ กรุพ) ในเกาหลีใต้ เป็นรถหนัก 830 กก. ที่รูปทรงองค์เอวตัวถังดูเหมือนกับนำ MPV หรือรถตู้อเนกประสงค์มาย่อส่วน ไม่เหมือนหรือแม้แต่คล้ายกับรถติดตรา “สี่ห่วง” แบบใดๆ ที่มีขายในขณะนี้
รถ AUDI A2 แบบดังกล่าว ซึ่งเป็นรถ 5 ที่นั่งแบบแรกที่จำหน่ายในทวีปยุโรป และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่ำกว่า 3 ลิตร/100 กม. หรือ 33.3 กม./ลิตร อยู่ในสายการผลิตจนถึงเดือนสิงหาคม 2005 แล้วก็ถูกปลดโดยไม่มีรถรุ่นใหม่มาแทนที่
หลังจากหายไปนานกว่า 2 ทศวรรษ AUDI A2 ก็กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ในตัวถังที่ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากรถรุ่นแรก แต่ดูสวยงาม และน่าใช้กว่ากันเยอะ เป็นตัวถัง 5 ประตูแฮทช์แบค 5 ที่นั่ง ที่มีขนาดโตกว่ารถรุ่นดั้งเดิมในทุกมิติ คือ ยาว 4.324 ม. กว้าง 1.789 ม. และสูง 1.548-1.583 ม. มีช่วงฐานล้อยาว 2.770 ม. และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำสุด 0.24
เป็นตัวถังที่ออกแบบโดยใช้พแลทฟอร์มที่ค่าย VOLKSWAGEN GROUP (โฟล์คสวาเกน กรุพ) ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ AUDI พัฒนาขึ้นสำหรับรถพลังไฟฟ้าโดยเฉพาะ และตั้งชื่อในภาษาอังกฤษว่า MEB MODULAR PLATFORM (เอมอีบี โมดูลาร์ พแลทฟอร์ม) เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ใช้อยู่ก่อนแล้วในรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ร่วมค่ายร่วมเครือ เช่น AUDI Q4 E-TRON (เอาดี คิว 4 อี-ทรอน) VOLKSWAGEN ID.3 NEO (โฟล์คสวาเกน ไอดี.3 นีโอ) และ SKODA ELROQ (สโกดา เอลรค)
เปิดตัวเมื่อต้นเดือนกันยายนที่เพิ่งผ่านพ้นไป และเปิดรับการสั่งจองแล้วจากผู้ซื้อในเยอรมนี แต่ต้องรอจนถึงเดือนธันวาคมของปีม้าหน้าเปียกน้ำ จึงจะเริ่มการส่งมอบรถให้แก่ผู้ซื้อ ตำแหน่งในตลาดจะเป็น ENTRY MODEL (เอนทรี โมเดล) หรือรถโมเดลเริ่มต้น แทนที่รถเก๋งแฮทช์แบคขนาดซูเพอร์มีนี AUDI A1 และรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ AUDI Q2 ที่เลิกการผลิตไปพร้อมๆ กันเมื่อเดือนเมษายน 2026
เป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งเมื่อเริ่มการจำหน่ายมีรถให้เลือกรวม 4 โมเดล ตามขนาดมอเตอร์ไฟฟ้า คือ A2 E-TRON 125 KW (เอาดี เอ 2 อี-ทรอน 125 กิโลวัตต์) AUDI A2 E-TRON 140 KW (เอาดี เอ 2 อี-ทรอน 140 กิโลวัตต์) AUDI A2 E-TRON 170 KW (เอาดี เอ 2 อี-ทรอน 170 กิโลวัตต์) และ AUDI A2 E-TRON 240 KW (เอาดี เอ 2 อี-ทรอน 240 กิโลวัตต์) ทุกโมเดลเป็น SINGLE MOTOR ELECTRIC CAR (ซิงเกิล มอเตอร์ อีเลคทริค คาร์) หรือรถพลังไฟฟ้าติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าชุดเดียว และอุปกรณ์ป้อนพลังไฟฟ้าที่ใช้คือแบทเตอรี LITHIUM- ION (ลิเธียม-ไอออน)
โมเดลเริ่มต้น AUDI A2 E-TRON 125 KW ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 125 กิโลวัตต์/170 แรงม้า และแบทเตอรีขนาดความจุ 52 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ความจุใช้งาน 50 กิโลวัตต์ชั่วโมง) มีน้ำหนักรถพร้อมขับรวมผู้ขับ 1,915 กก. มีระยะเดินทาง 376-423 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้า 13.7-15.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 6.37-7.30 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง เมื่อวัดตามมาตรฐาน WLTP สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม.
AUDI A2 E-TRON 140 KW ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 140 กิโลวัตต์/190 แรงม้า และแบทเตอรีขนาดความจุ 61 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ความจุใช้งาน 58 กิโลวัตต์ชั่วโมง) มีน้ำหนักรถพร้อมขับรวมผู้ขับ 1,915 กก. มีระยะเดินทาง 445-515 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้า 12.8-15.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 6.41-7.81 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง เมื่อวัดตามมาตรฐาน WLTP สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม.
AUDI A2 E-TRON 170 KW ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า และแบทเตอรีขนาดความจุ 84 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ความจุใช้งาน 79 กิโลวัตต์ชั่วโมง) มีน้ำหนักรถพร้อมขับรวมผู้ขับ 1,985 กก. มีระยะเดินทาง 580-646 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้า 13.9-15.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 6.37-7.19 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง เมื่อวัดตามมาตรฐาน WLTP สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม.
ส่วนรถโมเดลหัวกะทิ AUDI A2 E-TRON 240 KW ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 240 กิโลวัตต์/326 แรงม้า และแบทเตอรีขนาดความจุ 84 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ความจุใช้งาน 79 กิโลวัตต์ชั่วโมง) มีน้ำหนักรถพร้อมขับรวมผู้ขับ 2,005 กก. มีระยะเดินทาง 593-630 กม.และมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้า 14.2-15.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 6.62-7.04 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง เมื่อวัดตามมาตรฐาน WLTP สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.
ราคาค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 ของเมืองเบียร์ โมเดลพื้นฐาน AUDI A2 E-TRON 125 KW เริ่มต้นที่ 38,200 ยูโร หรือประมาณ 1.49 ล้านบาทไทย เมื่อคิดว่าต้องใช้เงินไทย 39 บาทถ้วน หากต้องการเงินฝรั่ง 1 ยูโร ส่วนรถโมเดลหัวกะทิ AUDI A2 E-TRON 240 KW ตัวเลขพุ่งขึ้นเยอะเลย คือ 51,200 ยูโร หรือประมาณ 2.00 ล้านบาทไทย
AUDI A2 E-TRON
- รถเก๋งแฮทช์แบคขนาดเล็กกว่าเล็กกะทัดรัด ขับล้อหลังด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ
- มิติตัวถัง 4.324x1.789x1.548-1.583 ม. สัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.24
- มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ชุด 125 กิโลวัตต์/170 แรงม้า-240 กิโลวัตต์/326 แรงม้า
- แบทเตอรี LITHIUM-ION ขนาดความจุ 52/50-84/79 กิโลวัตต์ชั่วโมง
- ราคารวมภาษีในเยอรมนี เริ่มต้นที่ 38,200 ยูโร (ประมาณ 1.49 ล้านบาทไทย)







