รถล่าสุด
ลุยเมืองจีน ! ชมโรงงานของ Dongfeng Forthing และลองขับรถใหม่ TK5 และ TK7 กลุ่มแรกๆ ของโลก !
ทีมงาน Autoinfo Online ได้มีโอกาสร่วมทริพการเยี่ยมชมโรงงานของ Dongfeng Forthing ณ เมืองหลิ่วโจว ประเทศจีน รวมถึงการได้ลองขับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ Forthing TK5 และ TK7 ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Paris Motor Show 2026 ไม่นานมานี้ แม้ค่าย Forthing จะเป็นน้องใหม่ในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่จากประเทศจีน แต่หลังตากทริพนี้แล้ว เรามีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายประการที่อาจจะเปลี่ยนมุมมองของค่ายรถแห่งนี้โดยสิ้นเชิง ! มาชมกันเลย

แนะนำค่ายรถ Dongfeng Liuzhou และที่มาของแบรนด์ Forthing
หากพูดถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการยานยนต์ระดับโลก ชื่อของ Dongfeng Motor (ตงเฟิง มอเตอร์) ย่อมเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในส่วนของบริษัท Dongfeng Liuzhou Motor (ตงเฟิง หลิ่วโจว มอเตอร์หรือ DFLZM) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจีนที่มีประวัติศาสตร์การก่อตั้ง และดำเนินงานยาวนานกว่า 72 ปี โครงสร้างของบริษัทนี้เกิดจากการร่วมทุนอย่างแข็งแกร่ง โดยมี Dongfeng Motor Corporation ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 75 % และ Liuzhou Industrial Investment Co., Ltd. ถือหุ้นอีก 25 % ความยิ่งใหญ่ขององค์กรสามารถการันตีได้จากผลประกอบการในปี 2025 ที่มีรายได้รวมพุ่งสูงถึง 17.14 พันล้านหยวน โดยมียอดรายได้ที่มาจากตลาดส่งออกกว่า 6 พันล้านหยวน นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทแม่ยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในลำดับที่ 240 จากทำเนียบองค์กรระดับโลก Fortune Global 500 ประจำปีอีกด้วย ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นถึงรากฐานที่มั่นคงและความน่าเชื่อถือในระดับสากล

สำหรับแบรนด์ยานยนต์ที่ทำตลาดภายใต้การดูแลของบริษัทนั้น จะถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ แบรนด์ Chenglong ที่เน้นพัฒนายานยนต์เพื่อการพาณิชย์ และแบรนด์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลสมัยใหม่ที่กำลังมาแรงอย่าง Forthing (ฟอร์ธิง) ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทั้งซีรีส์ Lingzhi และ Xinghai แบรนด์ Forthing ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามและไม่ได้มีชื่อเสียงแค่ในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังได้ขยายเครือข่ายศูนย์บริการและช่องทางการจัดจำหน่ายมากกว่า 300 แห่งใน 100 ประเทศทั่วโลก โดยมีขอบเขตการทำตลาดที่ครอบคลุมทั้งภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ เอเชีย และแอฟริกา นอกเหนือจากนี้ แบรนด์ยังมีความพร้อมสูงสุดในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ด้วยสายการผลิตที่ครอบคลุมครบทุกขุมพลัง ทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) และกลุ่มยานยนต์พลังงานใหม่ (New Energy) อย่างเต็มรูปแบบ

ประสิทธิภาพของโรงงาน และนวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิต
ความน่าเชื่อถือ และคุณภาพของรถยนต์จาก Forthing เริ่มต้นจากฐานการผลิตแบบครบวงจรที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ด้วยพื้นที่ครอบคลุมกว่า 3,000,000 ตร.ม. ศูนย์การผลิตแห่งนี้มีศักยภาพ และกำลังการผลิตรถยนต์ได้สูงสุดถึง 500,000 คันต่อปี โดยหากเจาะลึกไปที่ฐานการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคล จะพบว่ามีพื้นที่กว่า 1.308 ล้าน ตร.ม. ซึ่งรองรับการประกอบรถยนต์ได้ 400,000 คัน และผลิตเครื่องยนต์ได้อีก 100,000 เครื่องต่อปี นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีโรงงานประกอบชิ้นส่วนที่สามารถรองรับการผลิตชุดประกอบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลได้ 50,000 ชุด และรถยนต์เชิงพาณิชย์อีก 30,000 ชุดต่อปี ด้วยกระบวนการทำงานที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทำให้แบรนด์สามารถควบคุมคุณภาพการผลิตได้ในทุกขั้นตอน

ในด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี (R&D) บริษัทยังได้ครอบครองขีดความสามารถแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างแพลทฟอร์ม การดีไซจ์นรูปทรงของรถยนต์ในเครือ การพัฒนาสมรรถนะของรถ ไปจนถึงการทดสอบระบบความปลอดภัย แพลทฟอร์มของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง รองรับตั้งแต่รถยนต์เซกเมนท์ B, C ไปจนถึง D รวมถึงรูปแบบตัวถังหลากหลายทั้ง SUV, MPV และ Sedan ที่สำคัญคือแพลทฟอร์มเหล่านี้ถูกพัฒนาให้เข้ากันได้กับขุมพลังทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของขุมพลัง ICE, BEV, PHEV, REEV และ HEV สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) ยังชูจุดเด่นด้วยเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าสูง 800 โวลท์ ที่ให้ประสิทธิภาพระบบส่งกำลังสูงถึง 99.5 % พร้อมรองรับกำลังการชาร์จสูงสุดถึง 160 kW ซึ่งช่วยให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 20-80 % ได้ในเวลาไม่ถึง 18 นาทีเท่านั้น สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่

รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ สไตล์ครอสส์โอเวอร์ Forthing TK5
สำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ Light Luxury Urban SUV รุ่น Forthing TK5 (ฟอร์ธิง ทีเค 5) ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจับตามอง รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแบบ 800 โวลท์ สุดล้ำสมัย รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 160 กิโลวัตต์ มอเตอร์กำลังสูงสุด 200 กิโลวัตต์/272 แรงม้า มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 75 กิโลวัตต์ชั่วโมง มีระยะทำการสูงสุดถึง 500 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP) รูปทรงภายนอกได้รับการถ่ายทอดภายใต้แนวคิดการออกแบบ Stylish, Sporty & Elegant โดยมาพร้อมกระจังหน้าแบบปิดทึบที่ดูเรียบหรู และแฝงความล้ำยุค โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าแบบ Galaxy light ที่มีเส้นสายลื่นไหล และได้แรงบันดาลใจจากความงามของทางช้างเผือก สะท้อนเอกลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ ด้านมิติตัวถัง ตัวรถมีความกว้าง 1,860 มม. ความสูง 1680 มม. และระยะฐานล้อที่ 2,715 มม. และห้องโดยสารที่กว้างขวางเหนือระดับรถยนต์ในคลาสส์เดียวกัน

การออกแบบภายในห้องโดยสารของ Forthing TK5 เน้นความโปร่งโล่ง และความอเนกประสงค์เพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์ พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุเริ่มต้นที่ 480 ลิตร และเมื่อพับพนักพิงเบาะหลังแถวที่ 2 ลง ตัวเบาะจะแบนราบไปกับพื้นห้องเก็บสัมภาระ ช่วยขยายความจุได้สูงสุดถึง 1,480 ลิตร พื้นที่ที่ราบเรียบนี้กว้างขวางพอที่จะให้ผู้ใหญ่ลงไปนอนพักผ่อนได้อย่างสบาย หรือสามารถรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ถึง 8 ใบ ส่วนเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ รถรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบอินเทอร์เนทแห่งยานยนต์ที่ล้ำหน้า ผู้ใช้งานสามารถควบคุมรถผ่านแอพพลิเคชันทางไกล ทั้งการเปิดระบบปรับอากาศ ตรวจเชคสถานะลมยาง หรือดูระดับแบทเตอรี นอกจากนี้ยังมีฟังค์ชันการค้นหารถอัจฉริยะผ่านการกะพริบไฟ และบีบแตร ช่วยให้หาตำแหน่งรถในลานจอดได้อย่างสะดวกสบาย

ความรู้สึกจากการลองขับในสนามทดสอบของ Dongfeng Forthing: ทางผลิตเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนจากประเทศไทยได้มีโอกาสลองขับ Forthing TK5 และ TK7 แม้เป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ได้ทำความรู้จักรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้อีกพอสมควร เราพบว่า อัตราเร่งของ TK5 ทำได้น่าพอใจ ไต่ความเร็วถึงช่วง 120-130 กม./ชม. ในเวลาไม่นาน แต่จุดที่น่าสนใจ คือ ระบบรองรับที่ปรับแต่งมาได้ดีเกินคาด นิ่ง และมั่นคงที่ความเร็วสูง การบังคัลเลี้ยวมีน้ำหนักพวงมาลัยที่พอเหมาะ จัดเป็นครอสส์โอเวอร์พลังไฟฟ้าที่น่าสนใจมาก รวมถึงระบบไฟฟ้า 800 โวลท์ ที่สร้างคสามแตกต่างจากคู่แข่งระดับเดียวกันอย่างชัดเจน

Forthing TK7 ทางเลือก เอมพีวี พลังไฟฟ้ารุ่นใหม่
ขยับขึ้นมาที่กลุ่มลูกค้าครอบครัวใหญ่ Forthing TK7 (ฟอร์ธิง ทีเค 7) พร้อมตอบโจทย์ทุกการเดินทางด้วยความเป็นรถอเนกประสงค์สไตล์ เอมพีวี ระดับพรีเมียมที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่นั่งได้ 5-8 ที่นั่งอย่างอิสระ ตัวรถถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่โตโอ่อ่าด้วยความยาวตัวถัง 4,838 มม. ความกว้าง 1,898 มม. ความสูง 1,747 มม. และระยะฐานล้อยาวถึง 2,900 มม. รุ่นนี้ให้อิสระในการเลือกขุมพลัง ทั้งในรุ่นขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน (BEV) ที่วิ่งได้ระยะทาง 500 กม. (WLTP) และรุ่นพลัก-อินไฮบริด (PHEV) ที่มีระยะทางขับขี่แบบผสมผสานถึง 1,100 กม. ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาอย่างใส่ใจ มีช่องเก็บของอเนกประสงค์กระจายอยู่ทั่วคันถึง 37 จุด สำหรับรุ่น EV ยังมีความพิเศษที่ช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ความจุ 70 ลิตร ที่ใส่กระเป๋าเดินทาง 20 นิ้วได้ และเมื่อพับเบาะแถวที่ 3 ลง จะได้พื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวางถึง 1,630 ลิตร

ในแง่ของระบบความปลอดภัยและฟีเจอร์อัจฉริยะ Forthing TK7 จัดเต็มด้วยโครงสร้างเหล็กกล้าความแข็งแกร่งสูง ผสานการทำงานร่วมกับแบทเตอรีที่ได้มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 ยกระดับความมั่นใจให้ทุกครอบครัวด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ L2+ ADAS ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย EU WVTA ของยุโรป ครอบคลุมการทำงานของระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC & SCC), ระบบช่วยเบรคฉุกเฉิน (FCA) และระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDA) ที่ออกแบบมาเพื่อลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ทางไกล เสริมความไฮเทคด้วยหน้าจอคู่ภายในรถ และระบบรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเต็มรูปแบบ ผู้ขับขี่สามารถเปิดแอร์ล่วงหน้า ตรวจสอบสถานะ และตำแหน่งรถ หรือใช้ฟังค์ชันช่วยค้นหารถในลานจอดผ่านแอพพลิเคชันได้อย่างง่ายดาย

ความรู้สึกจากการลองขับในสนามทดสอบของ Dongfeng Forthing: มาถึงคิวเอมพีวีพลังไฟฟ้ารุ่นใหม่ Forthing TK7 อัตราเร่ง และการขับขี่ยังคงน่าพอใจใกล้เคียงกับ TK5 แม้จะเป็นตัวถังเอมพีวีที่มีขนาดใหญ่กว่า ห้องโดยสารมีความกว้างขวาง การตกแต่งโดยรวมเน้นความเรียบง่ายของวัสดุหนังบุนุ่ม และวัสดุขึ้นรูป จอภาพมีความคมชัด รวมถึงจอแผงหน้าปัดหน้าผู้ขับ อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสนใจ คือ ประโยชน์ใช้สอยที่แตกต่างจากคู่แข่งระดับเดียวกัน โดยเบาะแถวที่ 3 สามารถพับเก็บเข้าไปไว้ใต้พื้นห้องโดยสารบริเวณท้ายรถ ช่วยเพิ่มความหลากหลายของการใช้งานได้เป็นอย่างดี หากมาทำตลาดในประเทศไทยด้วยราคาที่เหมาะสม คาดว่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกเอมพีวีพลังไฟฟ้าที่น่าสนใจมาก

อนาคตที่น่าจับตาของทัพรถยนต์ตระกูล TK รุ่นอื่นๆ
นอกเหนือจากความน่าสนใจของรุ่น TK5 และ TK7 แล้ว Dongfeng Forthing ยังเตรียมเสริมทัพความยิ่งใหญ่ในอนาคตด้วยรถยนต์ตระกูล TK อีกหลายรุ่นที่รอจ่อคิวทำตลาด เริ่มต้นด้วย Forthing TK3 รถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ขนาดเล็กที่ออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบที่นั่งได้ตั้งแต่ 5, 6 ไปจนถึง 7 ที่นั่ง โดยเบาะทั้ง 3 แถวสามารถพับเก็บให้แบนราบได้ทั้งหมดเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ถัดมาสำหรับสายลุยต้องไม่พลาด Forthing TK6 เอสยูวีสไตล์สมบุกสมบัน มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดขั้นสูง โดดเด่นด้านความปลอดภัยด้วยมาตรฐาน ENCAP/ANCAP ระดับ 5 ดาว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานไอเสีย

นอกจากนี้ยังจะมีรถยนต์ตัวธงอย่าง Forthing TK9 เอมพีวีอัจฉริยะขนาด 7 ที่นั่ง จัดเต็มด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า 155 กิโลวัตต์/211 แรงม้า และแบทเตอรีความจุ 39 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 180 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP) พร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารขนาดใหญ่ที่เบาะแถวที่ 3 สามารถพับลงได้ในอัตราส่วน 60/40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ การขยายไลน์อัพผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของแบรนด์ที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมสำหรับครอบครัวในทุกเซกเมนท์อย่างแท้จริง

ความคืบหน้าของการทำตลาด และการขยายเครือข่ายศูนย์บริการในประเทศไทย
แผนการรุกตลาดยานยนต์ในประเทศไทยของ Dongfeng Forthing ถูกวางเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน และแข็งแกร่ง โดยเริ่มต้นจากการวางรากฐานช่องทางการจัดจำหน่ายหลักจำนวน 4 แห่งภายในปี 2025 และตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป ธุรกิจจะเดินหน้าเข้าสู่ช่วงการเติบโตแบบก้าวกระโดดขนานใหญ่ โดยตั้งเป้าหมายยอดขายเริ่มต้นในปี 2026 เอาไว้ที่ 1,000 คัน ก่อนที่จะผลักดันยอดขายให้เติบโตทะยานสู่ระดับ 10,000 คัน ภายในปี 2029 ควบคู่ไปกับการเร่งขยายเครือข่ายศูนย์บริการ และตัวแทนจำหน่ายให้เติบโตแบบทวีคูณ จากเป้าหมายระยะสั้น 4 แห่ง ไปสู่การขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุม 100 แห่งทั่วประเทศไทยภายในปี 2029 แผนธุรกิจที่ดุดันนี้สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์มีความมุ่งมั่นที่จะเข้ามายกระดับตลาดรถยนต์ และมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้งานชาวไทยอย่างจริงจัง

ความพร้อมในการก่อตั้งฐานการผลิตแบบในประเทศไทย
นอกจากการนำเข้ารถยนต์เพื่อจัดจำหน่ายแล้ว การสร้างฐานการผลิตเชิงลึกในไทยยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายกลยุทธ์สำคัญ ทางบริษัทมีความเชี่ยวชาญระดับโลกในการให้บริการโซลูชันก่อสร้างโรงงานผลิตแบบ KD (Knocked Down) ที่ครบวงจร ซึ่งรองรับตั้งแต่งานเชื่อมประกอบโครงสร้าง งานพ่นสี ไปจนถึงสายพานการประกอบขั้นสุดท้าย ปัจจุบันประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 8 ประเทศเป้าหมายของโครงการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ โดยทาง Forthing ได้วางแผนกลยุทธ์ที่จะก่อสร้าง และจัดระบบเครือข่ายการผลิตในประเทศไทยให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2027 การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้แบรนด์สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นถึงการทำธุรกิจในระยะยาวที่เมืองไทยอีกด้วย

พบกับแบรนด์ Dongfeng Forthing ในงาน Thailand International Motor Expo 2026
หากคุณเป็นผู้ที่หลงใหลในนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรือกำลังมองหารถเอสยูวีคู่ใจสำหรับครอบครัวที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย Dongfeng Forthing มีกำหนดการนำรถยนต์รุ่นใหม่มาเผยโฉม และโชว์ตัวอย่างเป็นทางการในงานแสดงรถยนต์ของประเทศไทยในช่วงเดือนธันวาคม ปี 2026 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาจัดงาน Thailand International Motor Expo 2026 สัมผัสคันจริงและพิสูจน์สมรรถนะของรถยนต์ซีรีส์ TK รวมถึงรถยนต์ที่กำลังมาแรง Forthing Friday ได้ที่บูธ B05-1 พร้อมโปรโมชันที่น่าสนใจมากมาย !
ขอขอบคุณ Dongfeng Forthing ประเทศไทย สำหรับทริพชมโรงงานและทดลองขับในครั้งนี้















