Motorcycle
Yadea แนะนำ GT80 และ GT80-P

Yadea รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เปิดตัว “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” สมรรถนะเด่น ดีไซจ์นหรู ปลอดภัย ราคาเข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้ ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า”Highlight
Yadea เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” มาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ท พรีเมียม ดีไซจ์นโฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ฟังค์ชันครบ ตอบโจทย์การขับขี่ และการใช้ชีวิตทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้ พร้อมเตรียมขยายศูนย์จำหน่ายเป็น 1,800 สาขา ภายในปี 2569
หยาง เสี่ยวเฟย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า Yadea ในประเทศไทย เปิดเผยว่า Yadea ประเทศไทยเป็นทั้งตลาดสำคัญ และฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของอาเซียน โดยบริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 150,000 คัน/ปี เป็น 600,000 คัน/ปี ภายในอีก 3 ปี ซึ่งปัจจุบัน โรงงานมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 24,000 คัน ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 8 รุ่น ส่วนยานยนต์ 3 ล้อจะเป็นการผลิตแบบ CKD การผลิตจะจำหน่ายในประเทศ 90 % และส่งออก 10 % โดยคาดว่าจะเริ่มส่งออกได้ในปี 2027 หรือ 2028 ไปยังประเทศพม่า ลาว และมาเลเซีย
Yadea มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ 122 แห่ง ซึ่งจะมีแผนที่จะขยายเครือข่ายการจำหน่ายที่มีอยู่ปัจจุบัน 900 สาขา เป็น 1,800 สาขา ภายในสิ้นปี 2569 และ 5,000 สาขา ภายในปี 2571 โดยจะขยายบริการหลังการขายให้ครอบคลุม 77 จังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าระยะยาว เพราะการเติบโตของตลาด EV ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเครือข่ายบริการหลังการขายด้วย
เปิดตัว Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ
จากการสำรวจตลาดพบว่า ผู้บริโภคจำนวนมากยังมีความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ “ขับได้ระยะทางไกลขึ้น และความเร็วสูงขึ้น” โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนจากน้ำมันมาใช้ไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มใช้งานในเมือง และกลุ่มขับขี่เป็นประจำทุกวัน ซึ่ง Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ตอบทุกโจทย์ความต้องการดังกล่าวของผู้บริโภค โดยเปิดตัวมาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ท พรีเมียม ดีไซจ์นโฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงง่าย และสามารถจดทะเบียนได้ทั้ง 2 รุ่น
นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการสนับสนุน EV 3.5 สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ตลาดเติบโตขึ้น ดังนั้น การเปิดตัว Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่เป็นการนำเสนอรถยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงที่ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ EV และถือเป็นก้าวสำคัญของ Yadea ประเทศไทย ในการสร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ที่ทำตลาดในประเทศไทย
ภาพรวมของตลาดยานยนต์ 2 ล้อ 3 ล้อ ไฟฟ้าในประเทศไทย เมื่อปีที่แล้ว มียอดขายรวมอยู่ที่ 300,000 คัน โดยเป็น ยานยนต์ 2 ล้อที่จดทะเบียนได้อยู่ประมาณ 10 % หรือประมาณ 30,000 คัน
สำหรับด้านยอดขาย ในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 40,000 คัน โดยครึ่งปีหลังได้ขายไปแล้ว 24,000 คัน แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากแผนการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายตามเป้าที่ตั้งไว้ 1,800 สาขา บริษัทฯ ก็ตั้งเป้าที่จะมียอดขายรวมถึง 100,000 คัน
หยาง กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประเทศไทย Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จะเป็นรุ่นสำคัญที่ช่วยให้ Yadea ขยับเข้าไปแข่งขันในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนได้มากขึ้น และยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และการใช้งานจริงในตลาดประเทศไทย
การรวม 3 นวัตกรรมหลัก ไว้ในรถคันเดียว ได้แก่ สมรรถนะ ดีไซจ์น และเทคโนโลยีความปลอดภัย
สมรรถนะ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการเดินทางในเมือง และการใช้งานระยะไกลมากขึ้น มีมอเตอร์กำลังสูงระดับ 3,000 วัตต์ ให้การขับขี่ที่ตอบสนองดี ทำความเร็วสูงสุดถึง 90 กม./ชม. และมีแบทเตอรีลิเธียม LFP ที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดย GT80 มีแบทเตอรี ขนาดความจุ 72V 50Ah ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 110 กม./การชาร์จ ส่วนในรุ่น GT80-P มีแบทเตอรี ขนาดความจุ 72V 80Ah (72V 50Ah+72V 30Ah) ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 170 กม./การชาร์จ
ดีไซจ์นของ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้มีความโมเดิร์น และพรีเมียม ผสมผสานกับเส้นสายที่แข็งแรงกับความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง ทำให้รถดูโดดเด่น ทันสมัย เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งใช้งานได้จริง และมีสไตล์
เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความปลอดภัย GT80 และ GT80-P ยังมีสมาร์ทฟังค์ชันต่างๆ เช่น AIGO เทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยการเชื่อมต่อ Yadea Application เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ การแสดงผลแผนที่นำทาง การเล่นเพลง แสดงสายโทรเข้า เป็นต้น ด้านความปลอดภัยในส่วนของระบบ i-Control ที่ทำให้ GT80 และ GT80-P สามารถใช้ฟีเจอร์ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System: TCS ) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน (Hill Descent Control: HDC)
“ปัจจุบันผู้บริโภคมีข้อกังวลเรื่องระยะทางการวิ่ง ใช้เวลาชาร์จนาน จุดชาร์จไม่เพียงพอ และบริการหลังการขาย ซึ่ง GT80 ทั้ง 2 รุ่น ได้รับการออกแบบมาช่วยลดข้อกังวลเหล่านี้ และสามารถวิ่งได้ในระยะทางที่ไกลขึ้นจึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ GT80 และ GT80-P ยังเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกสภาพอากาศเมืองไทย ทั้งกันน้ำ ทนแดด และสู้ฝน จึงมีความพร้อม ทุกสภาพการใช้งาน”
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของ GT80 และ GT80-P คือ กลุ่มผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายจากน้ำมัน ต้องการรถที่คล่องตัว ขับง่าย และมีดีไซจ์นทันสมัย รวมถึงกลุ่มไรเดอร์ซึ่งต้องการขับขี่ได้ระยะทางที่มากขึ้น โดย ทั้ง 2 รุ่น มี 3 สี ให้เลือก ประกอบด้วย เทา แดง และขาว มีราคาเปิดตัวที่ GT80 ราคา 57,900 บาท จากราคา 67,900 บาท และ GT80-P ราคา 69,900 บาท จากราคา 79,900 บาท พร้อมรับประกัน แบทเตอรี 3 ปี หรือ 50,000 กม. รับประกันมอเตอร์ 2 ปี หรือ 20,000 กม. และรับประกันคอนทโรลเลอร์ 1 ปี หรือ 10,000 กม.
โปรโมชันพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันนี้-15 กรกฎาคม 2569 รับของแถม 3 รายการ รวมมูลค่า 8,000 บาท ประกอบด้วย แรค และกล่องพ่วงท้าย GT80 มูลค่า 4,500 บาท เสื้อแจคเกท Yadea มูลค่า 2,000 บาท และหมวกกันนอค Limited Edition Yadea GT Series มูลค่า 1,500 บาท


