ธุรกิจ
Xpeng ประกาศรุกตลาดเต็มสูบ

Xpeng ประเทศไทย ทุ่มการขยายตลาดทุกพแลทฟอร์ม ทุ่มงบขยายเครือข่าย คลังอะไหล่ รองรับรถยนต์รุ่นใหม่Highlight
Xpeng ประเทศไทย ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า Xpeng อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-Asia พร้อมรุกตลาดเต็มสูบ เดินหน้าการส่งสินค้ารวดเร็วขึ้น แนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ พร้อมขยายโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการเพิ่มอีก 10 แห่ง และคลังอะไหล่ ร่วมศูนย์บริการรถยนต์ที่ผ่านการตรวจสอบให้บริการลูกค้าในต่างจังหวัด
อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Xpeng ประเทศไทย กล่าวว่า นับตั้งแต่ Xpeng เข้ามาทำตลาดตั้งแตปี 2024 จนถึงปัจจุบัน มีลูกค้าให้ความไว้ไว้วางใจกว่า 7,000 คน
สำหรับยอดขาย 6 เดือนที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง โดยมียอดขายเท่ากับปีที่แล้ว คือ 3,700 คัน โดยบริษัทฯ หวังว่ายอดขายจะไปถึง 10,000 คัน ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีรถยนต์จำหน่าย 2 รุ่น คือ X9 และ G6 และปีนี้จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ อีก 1 รุ่น
ส่วนแผนการขยายโชว์รูม และศูนย์บริการ ที่ปัจจุบันมีอยู่ 20 แห่ง ตั้งเป้าปีนี้จะเพิ่มเป็น 30 แห่ง โดยพื้นที่ที่จะขยายเพิ่มเติมจะเป็นที่ เชียงราย, พิษณุโลก, อุดรธานี, ลพบุรี, นครราชสีมา, ชลบุรี, ระยอง และหาดใหญ่ จ. สงขลา ใน กทม. คือ เพชรเกษม และพระราม 2 รวมถึงที่หาดใหญ่ ซึ่งจะพยายามผลักดันให้ได้ 30 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้
วิวัฒน์ กิจเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย เผยว่า Xpeng พร้อมวางรากฐานระบบบริการหลังการขาย เพื่อยกระดับมาตรฐานให้เป็นหนึ่งเดียวทั่วประเทศ และรองรับการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ใส่ใจบริการหลังการขาย ควบคู่กับสมรรถนะ และเทคโนโลยี
การส่งมอบรถยนต์แก่ลูกค้า Xpeng JWD ดูแลกระบวนการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบ (Pre-Delivery Inspection) โดยรถทุกคันต้องผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดครอบคลุมทั้งระบบไฟฟ้า แบทเตอรี ซอฟท์แวร์ ระบบช่วยขับ (ADAS) ระบบชาร์จตลอดจนคุณภาพตัวรถทั้งภายนอก และภายใน เพื่อให้ลูกค้าได้รับรถที่มีความพร้อมสมบูรณ์ตั้งแต่วันแรก
จากเดิมการตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ PDI จากเดิมที่ใช้โชว์รูม Xpeng รามคำแหง ปัจจุบันให้ บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิวสติกส์ จำกัด (มหาชน) JWD แหลมฉบัง เข้ามาดูเเลตั้งแต่เดือน เมษายนที่ผ่านมา ทั้งการจัดเก็บ ยาร์ด และงาน ตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ และ PDI ด้วยศักยภาพ ที่รองรับได้ 200 คัน/วัน และมีพื้นที่จอด 1,000 คัน พร้อมลดเวลาของการส่งมอบจาก 2 อาทิตย์ เหลือ 1 อาทิตย์
Xpeng ร่วมกับ บริษัท ทีวีเอส เอสซีเอส โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ขยายคลังอะไหล่ เพื่อสนับสนนุ และเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า Xpeng ลงทุนขยายพื้นที่คลังอะไหล่กว่า 3 เท่า จาก 1,000 ตรม. เป็น 3,000 ตรม. พร้อมเพิ่มจำนวน SKU (รหัสสินค้าที่แต่ละบริษัทกำหนดขึ้น เพื่อใช้ในการบริหารจัดการสินค้า และสตอคโดยสินค้าที่มีคุณลักษณะแตกต่างกัน เช่น รุ่น สี หรือขนาด จะมี SKU คนละรหัส) จากประมาณ 2,000 รายการ เป็นมากกว่า 6,000 รายการ เป้าหมายไม่ใช่เพียงเก็บอะไหล่ให้มากขึ้น แต่คือ การลดระยะเวลาการซ่อม และทำให้ลูกค้ากลับมาใช้รถได้เร็วที่สุด
เพื่อรองรับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ที่ผ่านมา มีศูนย์ซ่อมสี อยู่ที่รามคำแหงสำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ ครบครันด้วยเครื่องมือเฉพาะ พื้นที่ปฏิบัติงานที่รองรับระบบแบทเตอรีแรงดันสูง และทีมช่างที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน Xpeng โดยทุกขั้นตอนดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกับผู้ผลิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทั้งด้านคุณภาพ และความปลอดภัย โดยสาขารามคำแหงสามารถรองรับการบริการได้ 200-250 คัน/เดือน 2 ห้องพ่นสี ล่าสุด Xpeng ประเทศไทย ร่วมกับ MMS Body & Paint พัฒนาศูนย์ซ่อมสี และตัวถัง สาขาราชพฤกษ์ รองรับการให้บริการได้ 100-120 คัน/วัน 1 ห้องพ่นสี และสามารถที่จะขยายห้องพ่นสีเพิ่มเติมอีกได้ และจะขยายเพิ่มอีกในเขตสี่มุมเมืองในอนาคต โดยในอนาคตมีแผนที่จะขยายไปยังต่างจังหวัด ซึ่ง Xpeng จะหาพันธมิตรร่วมในการให้บริการศูนย์ซ่อมสี และตัวถังให้ได้มาตรฐานของ Xpeng เพื่อรองรับในพื้นที่ต่างจังหวัด
Xpeng แบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และนวัตกรรม หนึ่งในหัวใจสำคัญของการบริการ คือ เรื่อง "บุคลากร" โดยมุ่งพัฒนาทักษะของช่างเทคนิค ที่ปรึกษางานบริการ เจ้าหน้าที่อะไหล่ และทีมสนับสนุน ผ่านการอบรมร่วมกับ Xpeng Global และ Master Auyomotive Training (MAT) ภายใต้ MGC-Asia เพื่อให้สามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่การอัพเดทซอฟท์แวร์ และมาตรฐานงานซ่อมรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ให้ความสำคัญกับระบบรับประกันที่มีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมทีมงานที่ให้คำปรึกษา และดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกขั้นตอนของการบริการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความอุ่นใจตลอดระยะเวลาการใช้รถ
มุ่งสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถที่มากกว่าการขับ ผ่านโปรแกรมสมาชิก MGC-Mobilife ซึ่งเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ การสะสมคะแนนกิจกรรมพิเศษ และสิทธิประโยชน์ภายใน ระบบนิเวศของ MGC-Asia เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า


