ธุรกิจ
Rolls-Royce เริ่มทดสอบ Project Nightingale

Project Nightingale เข้าสู่โปรแกรมการทดสอบที่ท้าทาย และไร้ขีดจำกัด เพื่อความสมบูรณ์แบบของอัครยนตรกรรม Coachbuild Collection ผลิตจำกัด 100 คัน ผ่านการจำลองด้านอากาศพลศาสตร์ และทดสอบในอุโมงค์ลม รวม 1,430 ชม.Highlight
คริส บราวน์ริดจ์, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Rolls-Royce Motor Cars กล่าวว่า Project Nightingale ถ่ายทอดจิตวิญญาณอันหาญกล้า แบบเดียวกับที่ เซอร์ เฮนรี รอยซ์ สร้างรถทดสอบตระกูล "EX" ช่วงทศวรรษ 1920 ซึ่งเป็นความปรารถนาที่จะค้นหาว่า Rolls-Royce มีศักยภาพแท้จริงเป็นอย่างไร โดยไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบเดิมๆ ซึ่งมีรถยนต์เพียงไม่กี่รุ่นในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ที่ได้รับการทุ่มเท และใส่ใจจากผู้สร้างมากขนาดนี้ เป็นเหตุผลที่ Project Nightingale ถูกนำมาทดสอบด้วยความเข้มข้นระดับเดียวกับช่วงที่จินตนาการขึ้นมา
เริ่มต้นบนถนนในยุโรป เป็นสถานที่ซึ่ง Rolls-Royce ได้พิสูจน์สมรรถนะต่อสายตาชาวโลกเป็นครั้งแรกเมื่อศตวรรษก่อน และทยอยทดสอบในทุกสภาพอากาศที่ลูกค้าอาจพบเจอ ทุกรายละเอียดได้รับการปรับแต่งอย่างประณีต และพิถีพิถัน ไม่เว้นกระทั่งเสียงปิดของฝาท้าย "Piano Boot" หลังผ่านการใช้งาน 15,000 ครั้ง ซึ่งการทดสอบแบบนี้ นับเป็นสิ่งที่คู่ควรกับแบรนด์ และยนตรกรรมสุดวิเศษ อย่างไม่มีใครเทียบ
ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา Rolls-Royce Motor Cars ประกาศเปิดตัว Project Nightingale ซึ่งเป็นคอลเลคชัน Coachbuild ที่ผลิตจำกัด 100 คัน ผสมผสานอิสระการออกแบบที่ไร้ขีดจำกัด เข้ากับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100 % นับเป็นตัวแทนของการแสดงออกที่หรูหราอลังการที่สุด ถึงสิ่งที่ Rolls-Royce ทำได้ในปัจจุบัน และเป็นมุมมองอันน่าตื่นตาตื่นใจสู่อนาคต ซึ่งอัครยนตรกรรมเหล่านี้ จะนำไปขับ และใช้งานจริงทั่วโลก ทำให้ Rolls-Royce ต้องทุ่มเทมหาศาล ด้วยการนำรถต้นแบบเข้าสู่หนึ่งในการทดสอบ ที่เข้มข้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์
ทีมวิศวกรจะใช้เวลารวมกัน 350 สัปดาห์ เพื่อพิสูจน์ศักยภาพของ Project Nightingale ท่ามกลางสภาวะสุดขั้วของสถานที่และลักษณะการขับแบบต่างๆ ตั้งแต่ถนนเลียบชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ทวีปอาร์คติค ไปจนถึงทะเลทราย กับสภาพอากาศที่ต่างกันสุดขั้ว รวมถึงการขับบนเส้นทางที่มีความสูงกว่า 2,750 ม. เหนือระดับน้ำทะเล
การทดสอบเริ่มต้นในยุโรปตอนใต้ หวนคืนสู่เส้นทางที่ Rolls-Royce เคยสร้างบรรทัดฐานการพัฒนารถยนต์อย่างพิถีพิถันเมื่อกว่า 100 ปีก่อน โดยเฉพาะทางตอนใต้ของฝรั่งเศส มีความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้ง เพราะ Project Nightingale ตั้งชื่อตาม Le Rossignol (นกไนติงเกลในภาษาฝรั่งเศส) ซึ่งเป็นชื่อบ้านที่ เฮนรี รอยซ์ สร้างให้ทีมนักออกแบบ และวิศวกร ใกล้กับบ้านพักตากอากาศฤดูหนาวบนชายฝั่งเฟรนช์ริเวียรา ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 บรรดาวิศวกรของ Rolls-Royce ได้นำรถยนต์มาทดสอบความเร็ว และความทนทานอย่างเต็มที่ รวมถึงศูนย์ทดสอบของแบรนด์ใน Châteauroux และเส้นทางระหว่างมอนติคาร์โลและลอนดอน ซึ่งกว่า 1 ศตวรรษให้หลัง Project Nightingale ได้สืบสานตำนานดังกล่าว ผ่านการทดสอบสุดเข้มข้นแบบเดียวกัน
การขับทดสอบบนถนนนับเป็นอีกก้าวสำคัญ หลังจากเรื่องราวเริ่มขึ้นช่วง 3 ปีก่อน ที่รถต้นแบบจำลอง ได้ผ่านการทดสอบด้านอากาศพลศาสตร์ ทั้งในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และอุโมงค์ลม รวมกว่า 1,430 ชม. ก่อนนำไปที่ศูนย์ทดสอบความเร็วสูงส่วนตัว ซึ่งรถต้องทำความเร็วสูงถึง 250 กม./ชม. พร้อมวิเคราะห์อย่างละเอียดเพื่อขจัดเสียงลมปะทะจนแทบไม่ได้ยิน สะท้อนถึงการหลอมรวมของพลังอำนาจ ความสงบเงียบ และความสบายอันเป็นเลิศ ซึ่งเป็นนิยามของ Coachbuild Collection
รายละเอียดสุดพิถีพิถัน ครอบคลุมถึงการไหลเวียนของอากาศในห้องโดยสาร โดยพัฒนาแผ่นกันลมไฟฟ้า สำหรับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ ดีไซจ์นอย่างวิจิตรบรรจง ป้องกันลมม้วนจากด้านหลังกลับสู่ห้องโดยสาร ทดสอบในหลายระดับความเร็ว ส่งผลให้ลมวนในห้องโดยสาร ที่ปกติอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ถูกกำจัดแทบไม่เหลือ พร้อมช่วยสร้างความอบอุ่นเมื่อขับเปิดหลังคาท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ
ความมุ่งมั่นที่จะรักษาความประณีตงดงามอันเป็นเลิศของรถยนต์ ในแทบทุกสภาพแวดล้อม ขยายไปถึงหลังคาที่บุด้วยวัสดุซับเสียงชนิดพิเศษ ผสมผสานระหว่างผ้าแคชเมียร์ ผ้าทอ และวัสดุคอมโพสิท โดยมีการทดสอบที่มากถึง 10 หัวข้อ อาทิ เนื้อผ้า ระบบกลไก และการทำงานที่อุณหภูมิสูงถึง 80 องศาเซลเซียส สภาวะสุดขั้วเหล่านี้ สะท้อนไลฟ์สไตล์อันแตกต่างของลูกค้าทั่วทุกมุมโลก
อีกหนึ่งวิศวกรรมอันโดดเด่น ที่ทำให้อัครยนตรกรรมคันนี้มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร คือ ฝาท้าย "Piano Boot" ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนสำหรับ Rolls-Royce โดยมีลักษณะเปิดออกด้านข้าง และผ่านการเปิด-ปิดมากถึง 15,000 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าความสง่างามนี้ จะมีความทนทาน และอยู่ได้นานหลาย 10 ปี
แม้เครื่องมือสามารถบันทึกข้อมูลที่แม่นยำ ทว่าไม่ใช่ทุกสิ่งจะสามารถประเมินออกมาเป็นตัวเลข หากแต่เป็นสัญชาตญาณของวิศวกรประสบการณ์สูง ที่จะเป็นผู้ฟันธงว่า Project Nightingale มีประสิทธิภาพที่คู่ควรกับบัลลังก์ของแบรนด์ Rolls-Royce


