Quattroruote ทดสอบ
BMW IX3 มาตรฐานใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้ายุคหน้า
รถยนต์ไฟฟ้ารุ่น IX3 (ไอเอกซ์ 3) คือ จุดเปลี่ยนสำคัญบนเส้นทางของค่าย BMW (บีเอมดับเบิลยู) ด้วยการเปิดตัวพแลทฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ที่พัฒนาขึ้นทั้งหมดโดยผู้ผลิตจากแคว้นบาวาเรีย นอกจากจะมอบความสนุกในการขับขี่แล้ว ยังสร้างความประทับใจได้แม้ในยามที่ผู้ขับปล่อยให้รถทำงานแบบอัตโนมัติ ซึ่งทาง BMW คงไม่สามารถเลือกชื่อที่มีความทะเยอทะยานไปกว่านี้ได้อีกแล้วสำหรับพแลทฟอร์มที่จะเป็นรากฐานของรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นในอนาคต เพราะสำหรับชาวมิวนิค คำว่า NEUE KLASSE หมายถึง การเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่อย่างแท้จริง
ย้อนกลับไปในปี 1962 รถยนต์รุ่น 1500 ซึ่งเป็นรถคันแรกที่ใช้ชื่อดังกล่าว ได้ช่วยบริษัทให้รอดพ้นจากวิกฤตทางการเงิน และเป็นจุดเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ของ BMW พร้อมวางรากฐานให้แก่แนวคิดรถซีดานมาดสปอร์ทสไตล์บาวาเรียที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน และในอีก 6 ทศวรรษต่อมา IX3 คันนี้ก็มีเป้าหมายที่จะทำหน้าที่เดียวกันอีกครั้งตามเจตนารมณ์ของทีมงานผู้สร้างรถยนต์รุ่นนี้ โดยถูกวางบทบาทให้เป็นสัญลักษณ์ของการหวนคืนสู่พลังงานไฟฟ้าล้วนอย่างแท้จริงของบแรนด์ (หลังจากการเปิดตัว I3 ในปี 2013) ผ่านรูปแบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากกระบวนการพัฒนาที่ยาวนาน รอบคอบ และผ่านการไตร่ตรองมาอย่างลึกซึ้ง โดยโครงการนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงการลอคดาวน์จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และได้รับอิทธิพลจากบรรยากาศของยุคนั้นอย่างชัดเจน ช่วงเวลาที่หลายคนเชื่อว่าโลกกำลังมีโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ในการเขียนกฎเกณฑ์ทุกอย่างขึ้นมาใหม่ เมื่อเราสามารถกลับมาควบคุมชีวิตของตัวเองได้อีกครั้ง
BMW IX3 ถ่ายทอดแนวคิดแห่งการตัดขาดจากอดีตได้อย่างเด่นชัด กับการทำให้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ดูเก่าไปในทันที ผ่านการคัดสรรด้านวิศวกรรมที่กล้าหาญ และแตกต่างอย่างสิ้นเชิง โดยโครงการนี้นำเสนอแบทเตอรีแบบใหม่ที่ใช้เซลล์ทรงกระบอก ซึ่งพัฒนาขึ้นภายในบริษัทเอง มอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลท์แบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งช่วยยกระดับขีดจำกัดของกำลังการชาร์จไฟฟ้าที่รองรับได้จากสถานีชาร์จกระแสตรงกำลังสูงระดับ 400 กิโลวัตต์ ตลอดจนสถาปัตยกรรมด้านซอฟท์แวร์ และระบบอีเลคทรอนิคส์ที่ถูกออกแบบขึ้นใหม่ตั้งแต่พื้นฐาน
เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้งแล้ว นี่คือองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดของแนวคิด NEUE KLASSE กับระบบควบคุมที่มีศูนย์กลางอยู่ที่หน่วยประมวลผลหลักเพียง 4 ชุด ซึ่งสามารถดูแล และควบคุมการทำงานในทุกด้านสำคัญของตัวรถ เริ่มต้นจากระบบด้านการขับขี่ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของซูเพอร์สมองกล ที่สำคัญที่สุดในบรรดาทั้ง 4 หน่วย และได้รับชื่อที่มีความหมายอย่างยิ่งว่า HEART OF JOY หรือหัวใจแห่งความรื่นรมย์ในการขับขี่ นั่นเอง
มนต์เสน่ห์ที่สืบทอดจากอดีต
เมื่อมองจากมุมนี้ IX3 อาจเหมือนเป็นรถที่ตัดขาดจากเอกลักษณ์ดั้งเดิมของ BMW แต่ในอีกด้านหนึ่ง รถคันนี้กลับถูกพัฒนาเช่นนี้เพื่อปกป้องมรดกของบแรนด์ และส่งต่อไปสู่อนาคตอย่างน่าทึ่ง เพราะการคิดใหม่ทั้งหมดในระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้รถคันนี้กลายเป็นสิ่งใหม่ตั้งแต่รากฐาน ขณะเดียวกันก็ยังคงยึดมั่นในสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของ BMW มาโดยตลอด นั่นคือ ความสนุกในการขับขี่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงให้บแรนด์ และผลักดันยอดขายรถยนต์หลายล้านคันทั่วโลก
การทดลองขับเพียงไม่กี่กิโลเมตรหลังพวงมาลัยของรุ่นเปิดตัวอย่าง IX3 50 XDRIVE (ไอเอกซ์ 3 50 เอกซ์ดไรฟ) มาพร้อมกำลังสูงสุด 286 กิโลวัตต์/469 แรงม้า และแรงบิด 645 นิวทันเมตร/65.8 กก.ม. (อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.) เพียงพอที่จะทำให้เข้าใจว่า สิ่งที่ BMW ต้องการนำเสนอไม่ได้มีแค่ตัวเลขสมรรถนะอันน่าประทับใจเท่านั้น แต่ยังรวมถึง ความรู้สึก และคุณภาพของการขับขี่ด้วย พละกำลังถูกถ่ายทอดออกมาอย่างดุดันตามแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้า แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีความสมดุลแฝงอยู่ในทุกจังหวะการตอบสนอง การผสมผสานระหว่างความนุ่มนวล ความต่อเนื่อง และความแม่นยำของคันเร่ง ทำให้ผู้ขับรู้สึกว่าสามารถควบคุมพละกำลังทั้งหมดได้อย่างที่ต้องการจริงๆ ผู้ขับสามารถเลือกขับอย่างนุ่มนวลผ่อนคลาย หรือจะกดคันเร่งเพื่อสัมผัสแรงผลักจากล้อหลังก่อนพุ่งออกจากโค้งอย่างมั่นใจ รถตอบสนองทุกคำสั่งได้อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับกำลังค้นหาแนวการเข้าโค้งที่สมบูรณ์แบบที่สุดอยู่ตลอดเวลา
เสน่ห์ของ IX3 และเหตุผลที่ทำให้การเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของ BMW ทำได้อย่างแนบแน่น คือ ยิ่งขับเร็วขึ้นเท่าไร รถยนต์รุ่นนี้ยิ่งมอบความเพลิดเพลินมากขึ้นเท่านั้น บุคลิกด้านความคล่องตัว และความสนุกที่แฝงความซุกซนเอาไว้ ปรากฏชัดเจนในสถานที่ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง นั่นคือ สนามแข่ง และถือเป็นเวทีที่ระบบ HEART OF JOY ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยทำหน้าที่ปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อน พวงมาลัย ระบบเบรค และการชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบทเตอรีแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้เอสยูวีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมากคันนี้ กลายเป็นรถที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมอย่างน่าทึ่ง
แม้การส่งกำลังจะนุ่มนวล แต่ก็แฝงไว้ด้วยความปราดเปรียวเกินคาด ตัวรถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างคล่องแคล่ว และรักษาไลน์การขับขี่ได้อย่างแม่นยำตลอดเวลา จุดที่ทำให้เสียอาการมีเพียงอาการหน้าดื้อโค้งเล็กน้อย เมื่อผู้ขับเร่งคันเร่งเร็วเกินไปในขณะที่ยังมีมุมเลี้ยวเหลืออยู่ แต่ก็เป็นอาการที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และสามารถแก้ไขได้ง่าย ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับประสิทธิภาพด้านพลังงานที่น่าประทับใจเช่นกัน หลังจากการทดสอบระยะทางรวม 268 กม. ซึ่งยืนยันได้ว่าไม่ใช่การขับเพื่อทำตัวเลขประหยัดพลังงานโดยเฉพาะ คอมพิวเตอร์ประจำรถยังบันทึกอัตราการใช้พลังงานเฉลี่ยไว้ที่ 5.3 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ควรกล่าวถึงเป็นพิเศษ คือ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ซึ่งจะมีการอธิบายเพิ่มเติมในกรอบข้อมูลด้านข้าง) โดยเฉพาะระบบ MOTORWAY ASSISTANT ที่สร้างความประทับใจอย่างมากจากความลื่นไหลในการทำงาน ตั้งแต่เข้าสู่ด่านเก็บค่าผ่านทางจนถึงออกจากด่าน ระบบสามารถจัดการทุกอย่างได้โดยอัตโนมัติ เปิดโอกาสให้ผู้ขับสัมผัสประสบการณ์การเดินทางแม้จะละมือจากพวงมาลัยได้อย่างผ่อนคลาย และเป็นธรรมชาติ
ลืมภาพจำของระบบช่วยขับที่มักให้ความรู้สึกเหมือนกำลังต่อสู้ หรือขัดแย้งกับผู้ขับไปได้เลย เพราะในกรณีนี้ การปล่อยให้รถเป็นผู้ดูแลเส้นทางกลับกลายเป็นเรื่องน่าเพลิดเพลิน แม้กระทั่งในจังหวะแซงรถคันหน้า เพียงเหลือบมองกระจกมองข้างภายนอกค้างไว้ชั่วครู่เพื่อยืนยันความตั้งใจ ระบบก็พร้อมดำเนินการให้ทันที และเช่นเดียวกับทุกด้านของรถคันนี้ BMW IX3 ก็สามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างไร้ที่ติ
สไตล์ใหม่ล่าสุด
BMW IX3 สะท้อนให้เห็นเส้นสายรูปแบบใหม่ล่าสุดของค่ายรถแห่งนี้ รูปทรงมีความเรียบเนียน และล้ำสมัย แต่ยังมีเอกลักษณ์เฉพาตัวในหลายจุด บ่งบอกแนวทางสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า และรูปแบบอื่นๆ
แนวทางใหม่ของ BMW บ่งบอกเส้นสายของรถยนต์ที่จะทำตลาดในอนาคตอันใกล้
ข้อมูลทางเทคนิค ยุคอนาคตเริ่มต้นขึ้นที่นี่
พแลทฟอร์ม NEUE KLASSE คือ สถาปัตยกรรมรุ่นใหม่ที่ BMW จะใช้เป็นรากฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นในอนาคตอันใกล้ โดยรถรุ่นถัดไปที่จะตามมา คือ I3 (ไอ 3) ซีดานขนาดกลาง โดยสถาปัตยกรรมใหม่นี้เปิดโอกาสให้ BMW นำเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นที่ 6 มาใช้งาน สามารถรองรับได้ทั้งระบบขับเคลื่อนมอเตอร์เดี่ยว และมอเตอร์คู่ สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าเลือกใช้มอเตอร์แบบเหนี่ยวนำ ซึ่งมีขนาดกะทัดรัด และต้นทุนการผลิตต่ำ ขณะที่มอเตอร์ด้านหลังเป็นแบบซิงโครนัสชนิดกระตุ้นสนามแม่เหล็กแยกอิสระ ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น
วิศวกรของ BMW ระบุว่า ชุดระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่นี้ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญด้านประสิทธิภาพ โดยสามารถลดน้ำหนักได้ถึง 10 % ลดต้นทุนการผลิตลง 20 % และลดแรงเสียดทานภายในระบบได้มากถึง 40 % อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ คือ ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลท์ แบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งช่วยรองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง DC ด้วยกำลังสูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์ ขณะเดียวกันยังรองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ AC ผ่านเครื่องชาร์จออนบอร์ดขนาดมาตรฐาน 11 กิโลวัตต์ หรือทางเลือกขนาด 22 กิโลวัตต์ ตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้ IX3 สามารถชาร์จแบทเตอรีจากระดับ 10-80 % ได้ภายในเวลาเพียง 21 นาที หรือหากชาร์จเพียง 10 นาที ก็สามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ถึง 372 กม. ระบบจ่ายพลังงานแบบ 2 ทิศทาง ยังช่วยให้ IX3 สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่อุปกรณ์ภายนอก รวมถึงส่งพลังงานกลับเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า หรือกลับเข้าสู่บ้านพักอาศัยได้ (ในประเทศที่รองรับการใช้งานฟังค์ชันดังกล่าว)
BMW ยังพัฒนาโครงสร้างซอฟท์แวร์ และระบบอีเลคทรอนิคส์ใหม่เกือบทั้งหมด โดยใช้หน่วยประมวลผลหลักเพียง 4 ชุดในการควบคุมทุกระบบสำคัญภายในรถ ประกอบด้วย CORE หน่วยประมวลผลศูนย์กลางที่ทำหน้าที่ควบคุมระบบหลักของรถ หน่วยควบคุมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ หน่วยประมวลผลสำหรับระบบ PANORAMIC IDRIVE และหน่วยควบคุมระบบ HEART OF JOY ซึ่งทำหน้าที่ดูแลพฤติกรรมการขับขี่ และการขับเคลื่อนของตัวรถ
HEART OF JOY สามารถปรับการทำงานของระบบต่างๆ ทั้งด้านกลไก และแชสซีส์ได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อน พวงมาลัย เบรค หรือการจัดการพลังงาน เพื่อให้รถมีการยึดเกาะถนนสูงสุด การตอบสนองที่นุ่มนวลเป็นธรรมชาติ และประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระดับสูงสุดตลอดเวลา กล่าวได้ว่า NEUE KLASSE ไม่ได้เป็นเพียงพแลทฟอร์มใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของ BMW เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ผสานทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และประสบการณ์การขับขี่เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
มอเตอร์ 2 ชุด
รุ่นที่เปิดตัวจะใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา รุ่น 50 XDRIVE พัฒนาจากแนวคิด NEUE KLASSE แนวทางใหม่ของค่ายรถ การขับเคลื่อนจะเน้นล้อคู่หน้าตามสภาวะการขับขี่ทั่วไป เช่น โหมดประหยัดพลังงานไฟฟ้า และโหมดขับขี่แบบปกติ
ชาร์จไฟฟ้าได้ฉับไว
การชาร์จไฟฟ้ามีความฉับไวกว่า 30 % เมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าร่าปัจจุบันของ BMW
ระบบรองรับมัลทิลิงค์
ระบบรองรับด้านหลังเป็นแบบ มัลทิลิงค์ 5 จุดยึด
มอเตอร์แบบ SYNCHONOUS
มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังเป็นแบบ SYNCHONOUS ทำหน้าที่ขับเคลื่อนแยกเฉพาะล้อคู่หลัง
แบทเตอรี
ชุดแบทเตอรีถูกพัฒนาขึ้นมาโดย BMW มีความหนาแน่นของพลังงานไฟฟ้ามากกว่าเดิมถึง 20 % มีรูปแบบการติดตั้งเซลล์แบทเตอรีแบบแยกเป็นส่วนๆ
รุ่น 50 XDRIVEข้อมูลของรถทดสอบจากผู้ผลิต
มอเตอร์ไฟฟ้า
- มอเตอร์ไฟฟ้าวางด้านหน้า และด้านหลัง
- กำลังสูงสุด 345 กิโลวัตต์/469 แรงม้า
- แรงบิดสูงสุด 645 กิโลวัตต์/65.8 กก.ม.
แบทเตอรี
- แบบ ลิเธียม-ไอออน ความจุ (ใช้งานจริง) 108.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง (จากทั้งหมด 113.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง)
การชาร์จไฟฟ้า
- แบบ AC สูงสุด 11 กิโลวัตต์/DC สูงสุด 400 กิโลวัตต์
ระบบส่งกำลัง
- ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา
- ชุดควบคุมการส่งกำลังมอเตอร์
สมรรถนะ
- ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.
- 0-100 กม./ชม. ใน 4.9 วินาที
- อัตราสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า 6.6 กม./กิโลวตต์ชั่วโมง
- ระยะทำการสูงสุด 805 กม.
มิติตัวถัง และน้ำหนัก
- ระยะฐานล้อ 2,900 มม.
- ความยาว 4,780 มม. กว้าง 1,890 มม. สูง 1,630 มม.
- น้ำหนักโดยรวม 2,360 กก.
ราคา
- 69,900 ยูโร (ประมาณ 2,648,000 บาท ไม่รวมภาษีนำเข้า)
ระบบขับเองบนทางหลวง และจอดรถอัตโนมัติได้อย่างชาญฉลาด
BMW IX3 เปิดตัวระบบ MOTORWAY ASSISTANT เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ระดับที่ 2 โดยระบบนี้ได้รับการพัฒนาไปไกลจนในทางปฏิบัติสามารถมอบประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับระบบขับขี่อัตโนมัติในระดับที่สูงกว่าตามมาตรฐานการจัดประเภทของ SAE (SOCIETY OF AUTOMOTIVE ENGINEERS) เมื่อสภาพการขับขี่เอื้ออำนวย ตัวรถจะส่งสัญญาณผ่านไฟแอลอีดีสีเขียวบริเวณก้านพวงมาลัยทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อแจ้งให้ผู้ขับทราบว่าสามารถปล่อยมือออกจากพวงมาลัยได้ชั่วคราว (เช่น ประเทศสเปนซึ่งเป็นสถานที่จัดงานทดสอบรถสำหรับสื่อมวลชน รวมถึงอีกหลายประเทศในยุโรปได้เริ่มบังคับใช้ข้อกำหนด UNECE REGULATION 171 ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งสหประชาชาติสำหรับยุโรปแล้ว ขณะที่ประเทศอิตาลีคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า) อย่างไรก็ตาม ผู้ขับยังคงต้องให้ความสนใจกับสภาพการจราจร และเส้นทางตลอดเวลา เมื่อระบบถูกเปิดใช้งาน รถจะสามารถจัดการภาระการขับขี่ทั้งหมดได้ด้วยตัวเองโดยไม่มีการกำหนดระยะเวลาการทำงาน
หนึ่งในความสามารถที่โดดเด่นที่สุดของระบบ คือ การเปลี่ยนเลน และแซงรถโดยอัตโนมัติ ซึ่งสามารถสั่งงานได้ 2 วิธี ได้แก่ การเปิดไฟเลี้ยวไปยังทิศทางที่ต้องการเปลี่ยนเลน หรือเพียงเหลือบมองกระจกมองข้างภายนอกด้านที่ต้องการเปลี่ยนเลน หลังจากนั้น รถจะประเมินสถานการณ์โดยรอบ และดำเนินการเปลี่ยนเลน หรือแซงรถให้โดยอัตโนมัติ ประสิทธิภาพของระบบดังกล่าวสร้างความประทับใจได้ไม่แพ้ฟังค์ชัน REMOTE PARKING หรือการจอดรถระยะไกล ผ่านแอพพลิเคชันของ BMW ผู้ใช้เพียงกดปุ่มบนหน้าจอแสดงผลหลักเพื่อถ่ายโอนสิทธิ์การควบคุมรถมายังสมาร์ทโฟน จากนั้นสามารถลงจากรถ และสั่งการให้รถเคลื่อนที่เข้า หรือออกจากช่องจอดได้ผ่านคำสั่งแบบปัดหน้าจอ ฟังค์ชันนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในสถานการณ์ที่พื้นที่จอดรถมีความคับแคบ เช่น อาคารจอดรถ หรือพื้นที่ในเขตเมือง ซึ่งการเปิดประตูเพื่อเข้า-ออกจากรถอาจทำได้อย่างยากลำบาก ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว BMW IX3 ไม่เพียงช่วยลดภาระของผู้ขับขี่บนทางหลวงเท่านั้น แต่ยังยกระดับความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวันให้ก้าวไปอีกขั้น สะท้อนทิศทางของ BMW ที่กำลังมุ่งสู่ยุคแห่งการขับขี่อัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ
1. การแสดงผลแบบเสมือนจริง
ระบบแสดงผลสะท้อนหน้าจอเป็นรูปแบบ 3 มิติ ข้อมูลต่างๆ จะเป็นแบบเสมือนจริง สะท้อนอย่างชัดเจนบนกระจกหน้า
2. การออกแบบที่แปลกตา
การออกแบบของพวงมาลัยมีความแตกต่างจากเดิม ประกอบด้วยก้านพวงมาลัยในแนวตั้ง 2 แกน (และแนวนอน 2 แกนที่ โดยที่แกนพวงมาลัยไม่เชื่อมกับตรงกลาง)
3. หน้าจอทำมุมเฉียง
จอแสดงผลหลักมีขนาด 17.9 นิ้ว และมีรูปแบบเป็น 4 เหลี่ยมเฉียง ช่วยให้ผู้ขับสามารถใช้งานได้สะดวก และมองเห็นหน้าจอได้ดียิ่งขึ้น
4. หน้าจอทรงยาว
แบบใหม่ PANORAMIC IDRIVE สามารถแสดงผลข้อมูลต่างๆ อย่างหลากหลาย ผ่านหน้าจอที่มีความยาวตลอดช่วงความกว้างของเสา เอ ทั้ง 2 ฝั่ง
5. แสงไฟฝังในพื้นวัสดุ
ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารแบบ แอลอีดี มีความล้ำสมัยมากๆ บริเวณด้านหน้าผู้โยสารมีการฝังชุดไฟให้อยู่ภายใต้พื้นผิวของวัสดุผ้าบนแผงคอนโซล
6. ทัศนวิสัยปลอดโปร่ง
กระจกหน้าต่างมีขนาดใหญ่ รวมถึงกระจกบังลมหน้าที่ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง มีทัศนวิสัยที่ดีกับผู้โดยสาร








