เปิดตัวแล้วก่อนจบครึ่งแรกของปีม้าหน้าเศร้าเช่นกัน คือ AUDI Q7 (เอาดี คิว 7) รถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ระดับหรูของค่าย “สี่ห่วง” ซึ่งเริ่มรับการสั่งจองแล้วไม่กี่วันหลังวันเปิดตัว แต่ต้องรอจนถึงเดือนกันยายน 2026 จึงจะเริ่มการส่งมอบรถ
เป็นรถรุ่นที่ 3 ถัดจากรถรุ่นที่ 1 ซึ่งเริ่มการผลิตเมื่อปลายปี 2005 และรถรุ่นที่ 2 ซึ่งเริ่มการผลิตเมื่อต้นปี 2016 ทั้ง 3 รุ่น เป็น FULL-SIZE LUXURY CROSSOVER SUV (ฟูลล์-ไซซ์ ลักชัวรี ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี) หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ระดับหรูขนาดโตเต็มพิกัด และทั้ง 3 รุ่น เป็นรถสายพันธุ์เยอรมันซึ่งไม่ได้ผลิตในเยอรมนี แต่ใช้โรงงานของ VOLKSWAGEN (โฟล์คสวาเกน) ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง BRATISLAVA (บราติสลาวา) นครหลวงของ SLOVAKIA (สโลวะเกีย) เป็นฐานการผลิต เฉพาะรถรุ่นที่ 2 ซึ่งมีจำหน่ายในประเทศไทย มีการผลิตในรัสเซีย อินเดีย และมาเลเซียด้วย
รถรุ่นใหม่นี้มีขนาดตัวถัง ยาว 5.056 ม. กว้าง 2.010 ม. สูง 1.757-1.820 ม. และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.30-0.31 ส่วนห้องโดยสารซึ่งค่าย “สี่ห่วง” อธิบายเป็นภาษาอังกฤษว่า FUTURISTIC CABIN (ฟิวเจอริสติค เคบิน) หรือห้องโดยสารล้ำสมัย มีให้เลือก 3 แบบ คือ แบบ 5 ที่นั่ง (2+3+0) แบบ 6 ที่นั่ง (2+2+2) และแบบ 7 ที่นั่ง (2+3+2) ส่วนห้องเก็บของท้ายรถ มีขนาดความจุ 670 ลิตรเมื่อพับราบที่นั่งแถว 3 และจะเพิ่มเป็น 2,075 ลิตรเมื่อพับราบที่นั่งแถว 3 ด้วย
เป็นตัวถังทรง “2 กล่อง” ที่ออกแบบโดยมุ่งเน้นความกว้างขวาง และประโยชน์ใช้สอยของห้องโดยสาร มีรายละเอียดภายนอกที่ค่าย “สี่ห่วง” อธิบายเป็นภาษาอังกฤษเช่นกันว่า STRIKING AND CONFIDENT EXTERIOR (สไตร์คิง แอนด์ คอนฟิเดนท์ เอกซ์ทีเรียร์) หรือตัวถังภายนอกที่โดดเด่นสะดุดตา และมั่นใจ
ในระยะแรกมีรถให้เลือกเพียง 2 โมเดล เป็นรถดีเซลล้วนๆ คือ AUDI Q7 SUV TDI QUATTRO 180 KW (เอาดี คิว 7 เอสยูวี ทีดีไอ กวัตตโร 180 เคดับเบิลยู) กับ AUDI Q7 SUV TDI QUATTRO 220 KW (เอาดี คิว 7 เอสยูวี ทีดีไอ กวัตตโร 220 เคดับเบิลยู)
โมเดลแรกซึ่งค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 ของเยอรมนีเริ่มต้นที่ 87,900 ยูโร หรือประมาณ 3.34 ล้านบาทไทย เป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อ ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดตรง วี 6 สูบ 2,967 ซีซี 180 กิโลวัตต์/245 แรงม้า พร้อมระบบ MILD HYBRID (ไมล์ด์ ไฮบริด) หรือไฮบริดแบบอ่อน 18 กิโลวัตต์/24 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ TIPTRONIC (ทิพทรอนิค) สามารถทำความเร็วสูงสุด 222 กม./ชม.
ส่วนโมเดลหลังซึ่งค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 เริ่มต้นที่ 90,500 ยูโร หรือประมาณ 3.44 ล้านบาทไทย ก็เป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อ ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดตรง วี 6 สูบ 2,967 ซีซี 220 กิโลวัตต์/299 แรงม้า พร้อมระบบไฮบริดแบบอ่อน 18 กิโลวัตต์/24 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ TIPTRONIC สามารถทำความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม.

