New Honda City 2026
BYD Sealion 5 DM-i ทดลองขับภาค 2 เชียงใหม่-ภูเก็ต
Forthing Friday เลือกได้ทั้งไฟฟ้า BEV และ REEV
MG Urban รถไฟฟ้าของคนเมือง
มาแล้ว JAECOO 6T REEV เจ้ารถถัง 2 ขุมพลังสุดแรง !! ราคาพิเศษ 879,900-979,900 บาท
Hyundai Ioniq 5 N Line ประกอบไทย...สเปคจัดเต็ม
เปิดตัว Honda City ใหม่ สปอร์ทล้ำกว่าเดิม ราคาพิเศษคุ้มค่า โปรโมชันจัดเต็ม !
Michelin จับมือ Scale-Up Booster เร่งพัฒนา OYA Urban Tree
Summit Honda จัดแคมเปญ ฝนนี้ยิ้มได้
Porsche เปิดตัว Taycan ปี 2027
VIVO X300 Ultra
Sony Xperia 1 VIII คิดต่าง...สวนกระแส ทำให้แฟนๆ หลงรัก
OPPO Find X9 Ultra
เคาะ SUV เข้าไทย ปี 2027 เจอแน่ !
Porsche NOW Bangkok โชว์รูมป๊อบอัพ แห่งแรกในไทย
ส่องยานแม่จากอนาคต ! EXEED X-CONCEPT
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า เทคโนโลยีในปัจจุบันช่วยให้รถมีความปลอดภัยขึ้น ทั้งมีระบบประเมินอันตรายจากสิ่งแวดล้อมดีขึ้น รถในปัจจุบันจึงสามารถตรวจจับ รถคันอื่น, วัตถุ และคนเดินถนน ที่อยู่ในตำแหน่งจุดบอดซึ่งคนขับมองไม่เห็น ทำให้ระบบป้องกันฉุกเฉินทำงานทันที เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ด้วยเทคโนโลยี ระบบ AEB: Automatic Emergency Braking (ระบบเบรคฉุกเฉินทำงานอัตโนมัติ) ที่ติดตั้งเป็นมาตรฐานในรถไม่กี่รุ่น และเป็นออพชันสำหรับรถส่วนใหญ่ในท้องตลาด David Harkey ประธานสถาบันความปลอดภัยทางหลวง (IIHS: Insurance Institute for Highway Safety), สหรัฐอเมริกา ได้กล่าวถึงผลการวิจัยที่พบว่า เทคโนโลยีนี้สามารถป้องกันการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหนือกว่าระบบป้องกันอื่น
สถาบัน IIHS ได้ทำการทดสอบการป้องกันการชนด้านหลังกับรถ 8 รุ่น ได้ผลการประเมินว่า 7 รุ่น ติดอันดับความปลอดภัย ทั้ง Ford Escape, Honda CR-V, Mitsubishi Outlander และ Subaru Forester ที่ได้ผลการทดสอบระดับ “สูงที่สุด” ส่วน Mazda CX-5, Toyota RAV4 และ Volkswagen Taos ได้ผลการทดสอบระดับ “สูง” และ Hyundai Tucson ทำคะแนนต่ำสุดในระดับ “มาตรฐาน”
การออกแบบเทคโนโลยีนี้ สามารถป้องกันอุบัติเหตุการชนที่เกิดขึ้นบ่อย ทั้งมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสูง โดยมีรถทั้งหมด 8 รุ่นที่เข้าทดสอบ มีเพียง Outlander เท่านั้นที่ติดตั้ง AEB ให้เป็นมาตรฐาน และจากการสำรวจรถใหม่รุ่นปี 2566 ในท้องตลาดทั้งหมด พบว่ามีเพียง 23 % ที่ติดตั้งระบบ AEB เป็นมาตรฐาน อีก 32 % มีเป็นออพชันให้เลือกติดตั้งเพิ่ม
จากข้อมูลหัวข้อความสูญเสียในทางหลวงของ IIHS พบว่า รถที่มีระบบ AEB ท้ายรถ สามารถลดการจ่ายค่าเสียหายให้รถคันอื่นน้อยลง 29 % และบริษัทประกันจ่ายค่าเสียหายให้รถเจ้าของกรมธรรม์ลดลง 9 % ในปี 2565 พบว่า 30 % ของการชนด้านท้าย มีค่าซ่อมแซมสูงถึง 4,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.44 แสนบาท) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสูงกว่าการติดตั้งระบบ AEB ที่มีราคาเฉลี่ย 600 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2.17 หมื่นบาท)
แม้ระบบ AEB สามารถลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งช่วยลดการจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มสำหรับเจ้าของรถได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้รับประกันว่าเมื่อมีระบบนี้จะไม่เกิดอุบัติเหตุชนด้านท้ายอีก เพราะระบบเซนเซอร์อัลทราโซนิคในปัจจุบัน ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อตรวจจับคนเดินถนน
ระบบ AEB ท้ายรถเป็นเทคโนโลยีส่วนหนึ่งที่ช่วยลดการชน จากการศึกษาของ IIHS พบว่า การลดอุบัติเหตุการชนถึง 78 % มาจากการใช้เทคโนโลยีร่วมกันของกล้องท้ายรถ, เซนเซอร์เข้าจอด และ AEB ซึ่งบริษัทผู้ผลิตอาจพิจารณาติดตั้งให้เป็นมาตรฐานต่อไป
บทความแนะนำ
Horse X-Range C15 Direct Drive เครื่องยนต์ไฮบริดสำหรับติดตั้งแทนที่มอเตอร์ไฟฟ้า
Stellantis มีแผนผลิตรถขนาดเล็กแนวคิดคล้าย Kei Car ของญี่ปุ่น
Mercedes-AMG GLE 63 และ GLS 63 รุ่นล่าสุด มาพร้อมกับขุมพลัง วี 8 สูบ บลอคใหม่
Stellantis พัฒนาพแลทฟอร์มใหม่เพื่อผลิตรถราคาสุดคุ้ม
MANARI 52
Mazda คว้ารางวัลความปลอดภัยสูงสุดจาก IIHS 8 รางวัล
Hyundai เสริมระบบ HTRAC All Wheel Drive ใน Santa Fe Hybrid รุ่นย่อยใหม่
Follow Motor Expo Club Network