ธุรกิจ
Mitsubishi ปรับโฉมรถใหม่ ส่งท้ายปี

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด รุกตลาดส่งท้ายปี เปิดตัวรถยนต์ใหม่ 2 โมเดล นำโดยคู่หูขุมพลังฟูลล์ไฮบริด รถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง อันดับ 1 ในเซกเมนท์ Mitsubishi Xpander (มิตซูบิชิ เอกซ์แพนเดอร์) และ Xpander Cross HEV (เอกซ์แพนเดอร์ ครอสส์ เอชอีวี) ใหม่ รุ่นปี 2026 อัพลุคดีไซจ์นสปอร์ทพรีเมียมใหม่ โดดเด่นกว่าเดิม มาพร้อมสโลแกน “พื้นที่ใหญ่ ใส่ให้เต็มที่” ปรับแต่งดีไซจ์นภายนอกด้วยกระจังหน้า และไฟท้ายดีไซจ์นใหม่ ทันสมัย ผสานความประณีตอย่างลงตัว ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในแบบ Mitsubishi e:Motion ที่ผสาน 3 สุดยอดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของ Mitsubishi Motors เพิ่มเติมระบบความปลอดภัย Diamond Sense ตอบสนองไลฟ์สไตล์สุดแอคทีฟของครอบครัวยุคใหม่ ที่พร้อมออกไปสนุกกับการใช้ชีวิต และกิจกรรมร่วมกัน
เสริมทัพด้วย Mitsubishi Triton Street (มิตซูบิชิ ทไรทัน สตรีท) ใหม่ ภายใต้คอนเซพท์ “เท่บนถนน ทนทุกงาน” กระบะ Mega Cab ตัวเตี้ยโฉมใหม่ เสริมลุคหล่อ ด้วยชุดตกแต่งกระจังหน้าดีไซจ์นสปอร์ทโฉบเฉี่ยว ที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างมั่นใจ
ตอบโจทย์การใช้งานในทุกสภาพถนน พร้อมเสริมความมั่นใจกว่าด้วยระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว และระบบตรวจจับคนเดินถนน (Forward Collision Mitigation System with Pedestrian Detection-FCM) ครบทั้งความเท่ และอัดแน่นด้วยสมรรถนะ ให้ความคุ้มค่าในหนึ่งเดียว
เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า รถยนต์รุ่นใหม่ทั้ง 2 โมเดลนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Mitsubishi Motors ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่ออนาคตของการขับขี่ เราได้ปรับแต่ง Mitsubishi Xpander และ Xpander Cross HEV ใหม่ ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่อย่างรอบด้าน พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน Mitsubishi Triton Street ใหม่ยังคงสะท้อนจิตวิญญาณแห่งความแข็งแกร่ง พร้อมลุยทุกความท้าทาย ด้วยสมรรถนะการขับขี่ ความปลอดภัย และความทนทาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถกระบะ Mitsubishi พร้อมรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการผจญภัยในทุกเส้นทาง อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย ทั้งหมดนี้ คือ การตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราที่จะพัฒนายนตรกรรมให้ตอบสนองการใช้ชีวิตของทุกคนได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ
Mitsubishi Xpander และ Xpander Cross HEV ปรับโฉมใหม่ รุ่นปี 2026
Mitsubishi Xpander และ Xpander Cross HEV ปรับโฉมใหม่” ถ่ายทอดภาพลักษณ์สปอร์ทพรีเมียมยิ่งขึ้น ดีไซจ์นภายนอกใหม่ ทันสมัย ผสานความประณีตอย่างลงตัว โดดเด่นเหนือชั้นด้วยกระจังหน้า และกันชนดีไซจ์นใหม่ โฉบเฉี่ยวยิ่งกว่าเดิมด้วย Dynamic Shield สีดำ พร้อมกรอบตกแต่งไฟหน้ารมดำ เพิ่มลุคเท่ ไฟตัดหมอก LED และไฟท้าย LED สี Smoke และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซจ์นใหม่ ให้อารมณ์ความสปอร์ท เพิ่มความพรีเมียมอีกขั้นด้วย การตกแต่งภายในโทนสีใหม่ สำหรับ Xpander HEV ตกแต่งโทนสีดำ ให้ความรู้สึกเรียบหรู ส่วนในรุ่น Xpander Cross HEV ใหม่ ตกแต่งโทนสีน้ำตาล-ดำ เติมความหรูหรา และให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบรถระดับไฮเอนด์ ด้วยเบาะนั่งสีใหม่ พร้อมคุณสมบัติสะท้อนความร้อน (Heat Guard) พื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง กว้างขวางสะดวกสบาย ปรับพับได้หลายรูปแบบ
เพิ่มเติม ถุงลม 6 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา มาอย่างครบครัน อาทิ ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Blind Spot Warning with Lane Change Assist (BSW with LCA) และระบบเตือนการออกนอกเลน (Lane Departure Warning) โดย Xpander Cross HEV ใหม่ ยังได้เพิ่มกล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor) เพื่ออำนวยความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
นอกจากดีไซจ์น และระบบความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ลูกค้าทุกท่านยังเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสาร เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว พร้อมระบบ Apple Car Play & Android Auto แบบไร้สายให้การเชื่อมต่อง่ายดายมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหารถที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย และให้ความสำคัญทางด้านความปลอดภัย และไลฟ์ไตล์ครอบครัวยุคใหม่สุดแอคทีฟได้เป็นอย่างดี
Mitsubishi Xpander HEV ใหม่ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 939,000 บาท โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเงิน (Blade Silver) สีเทา (Graphite Grey) และสีขาวหลังคาดำ (White Diamond with Black Roof) (ราคาเพิ่ม 15,000 บาท) และ Xpander Cross HEV ใหม่ มีราคาจำหน่าย 969,000 บาท โดยมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทา (Graphite Grey) สีดำ (Jet Black Mica) สีขาวหลังคาดำ (White Diamond with Black Roof) และสีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze with Black Roof) (โดยรุ่นหลังคาดำ ราคาเพิ่ม 15,000 บาท)
Mitsubishi Triton Street ใหม่ (Mega Cab ตัวเตี้ย)
สำหรับ Mitsubishi Triton Street ใหม่ (Mega Cab ตัวเตี้ย) เท่จัดไม่เหมือนใคร ในลุคสปอร์ทเข้ม และโฉบเฉี่ยว สะท้อนความแข็งแกร่งในสมรรถนะการขับขี่ ความทนทานด้านการใช้งาน และความคล่องตัวในทุกเส้นทาง โดดเด่นด้วยการปรับลุคภายนอกใหม่ให้มีสไตล์มากยิ่งขึ้นด้วย การตกแต่งกระจังหน้าดีไซจ์นสปอร์ท และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมลุยทุกความท้าทายด้วยแชสซีส์ Mega Frame ขนาดใหญ่ แข็งแรง แต่น้ำหนักเบา ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลประหยัดน้ำมัน ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 330 นิวทันเมตร ตอบสนองทันใจทั้งการขับขี่ในเมือง และทางไกล ภายในห้องโดยสารตกแต่งโทนดำเท่ มาพร้อมหน้าจออินโฟเทนเมนท์ ขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple Car Play & Android Auto และยกระดับความปลอดภัยเหนือชั้นด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว และระบบตรวจจับคนเดินถนน (Forward Collision Mitigation System with Pedestrian Detection-FCM) มอบความมั่นใจในทุกสภาพถนน และการใช้งานจริงทั้งวันทำงานและวันพักผ่อน
นอกจากนี้ Mitsubishi Triton รุ่นปี 2026 ยังให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัย มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง โดยการเพิ่มระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว และระบบตรวจจับคนเดินถนน (Forward Collision Mitigation with Pedestrian Detection-FCM) ในไลน์อัพของ Mitsubishi Triton ทุกรุ่นอีกด้วย
Mitsubishi Triton Street ใหม่ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 649,000 บาท โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว (Solid White) สีเงิน (Blade Silver) และสีเทา (Graphite Grey) (สีเงิน และสีเทา ราคาเพิ่ม 7,000 บาท)
สัมผัสยนตรกรรมทั้ง 2 โมเดลใหม่ และรุ่นอื่นๆ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มอีกมากมาย ได้ที่บูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย)ฯ (A17) ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 IMPACT ชาลเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี


