ธุรกิจ
ส.อ.ท. เผยปี 2568 ผลิตรถยนต์ได้รวม 1,455,569 คัน
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยปี 2568 ผลิตรถยนต์ได้ 1,455,569 คัน มากกว่าเป้า โดยเฉพาะเดือนธันวาคม 2568 ผลิตรถยนต์ 113,855 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.56Highlight
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยปี 2568 ผลิตรถยนต์ได้ 1,455,569 คัน มากกว่าเป้า โดยเฉพาะเดือนธันวาคม 2568 ผลิตรถยนต์ 113,855 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.56 ผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 10,714 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 794.32 ผลิตรถกระบะไฟฟ้า 234 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100 ขาย 75,121 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.07 ขายรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) 19,748 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 273.38
ขายรถกระบะไฟฟ้า 80 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100 ส่งออก 84,963 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.29 ส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า 6,360 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100 ส่งออกรถกระบะไฟฟ้า 76 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100
สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนธันวาคม 2568
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนธันวาคม 2568 มีทั้งสิ้น 113,855 คัน ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ร้อยละ 12.57 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 8.56 เนื่องจากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อชดเชย
การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการสนับสนุนฯ ส่งผลให้ผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าได้ถึง 10,714 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 794.32 เพื่อส่งออก และขายในประเทศ และส่งผลให้ผลิตเพื่อส่งออก 86,194 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.26 มีสัดส่วนถึงร้อยละ 75.71 ผลิตเพื่อขายในประเทศแค่ 27,661 คัน ลดลงร้อยละ 26.58 มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 24.29
จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,455,569 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 0.91 แต่มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 1,450,000 คัน โดยมากกว่า 5,569 คัน หรือมากกว่าร้อยละ 0.38
รถยนต์นั่ง เดือนธันวาคม 2568 ผลิตได้ 45,859 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 18.35 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 18,210 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 4.79
• รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 10,714 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 794.32
• รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 375 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 85.17
• รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 16,560 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 4.18
ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 มีจำนวน 550,456 คัน เท่ากับร้อยละ 37.82 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 1.43 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 247,929 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 29.15 เพราะมีการยกเลิกผลิตบางรุ่น
• รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 70,914 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 631.98 เพราะต้องเร่งผลิตตามมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า
• รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 17,296 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 116.71
• รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 214,317 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 12.30
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ในเดือนธันวาคม 2568 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 ไม่มีการผลิต
รถยนต์บรรทุก เดือนธันวาคม 2568 ผลิตได้ทั้งหมด 67,996 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 2.82 และตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 ผลิตได้ทั้งสิ้น 905,113 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 0.60
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนธันวาคม 2568 ผลิตได้ทั้งหมด 66,475 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 2.01 และตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 ผลิตได้ทั้งสิ้น 893,921 คัน เท่ากับร้อยละ 61.41 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 0.02 โดยแบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 140,121 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 1.20
• รถกระบะ Double Cab 571,903 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 3.48
• รถกระบะ Double Cab BEV 555 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 100
• รถกระบะ PPV 181,342 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 13.81
รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน-มากกว่า 10 ตัน เดือนธันวาคม 2568 ผลิตได้ 1,521 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 58.27 รวมเดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 ผลิตได้ 11,192 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 33.57
ผลิตเพื่อส่งออก เดือนธันวาคม 2568 ผลิตได้ 86,194 คัน เท่ากับร้อยละ 75.71 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 28.26 ส่วนเดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 956,230 คัน เท่ากับร้อยละ 65.69 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 5.24 ยอดผลิตเพื่อส่งออก 956,230 คัน มากกว่าเป้าผลิตเพื่อส่งออกปี 2568 จำนวน 6,230 คัน หรือร้อยละ 0.66 เนื่องจากการเร่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อส่งออก ซึ่งสามารถนำจำนวนการผลิตดังกล่าวไปนับเป็นการผลิตชดเชยในอัตรา 1.5 เท่าได้
รถยนต์นั่ง เดือนธันวาคม 2568 ผลิตเพื่อการส่งออก 28,399 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 94.37 และตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 228,011 คัน เท่ากับร้อยละ 41.42 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 22.80
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนธันวาคม 2568 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 57,795 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 9.89 และตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 728,219 คัน เท่ากับร้อยละ 81.46 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 2.02 โดยแบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 78,773 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 27.98
• รถกระบะ Double Cab 513,292 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 2.27
• รถกระบะ PPV 136,154 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 7.71
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เดือนธันวาคม 2568 ผลิตได้ 27,661 คัน เท่ากับร้อยละ 24.29 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 26.58 เพราะต้องเร่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อส่งออก เพื่อให้ได้จำนวนผลิตชดเชยที่ 1.5 เท่า และเดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 ผลิตได้ 499,339 คัน เท่ากับร้อยละ 34.31 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม- ธันวาคม 2567 ร้อยละ 8.59
ผลิตเพื่อขายในประเทศปี 2568 มีจำนวน 499,339 คัน ซึ่งน้อยกว่าเป้าการผลิตเพื่อขายในประเทศที่ตั้งไว้ 500,000 คัน โดยน้อยกว่า 661 คัน หรือร้อยละ 0.13
รถยนต์นั่ง เดือนธันวาคม 2568 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 17,460 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 27.67 และตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ผลิตได้ 322,445 คัน เท่ากับร้อยละ 58.58 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.56
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนธันวาคม 2568 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 8,680 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 30.98 และตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 ผลิตได้ทั้งสิ้น 165,702 คัน เท่ากับร้อยละ 18.54 ของยอดการผลิตรถกระบะ และลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 7.90 ซึ่งแบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 61,348 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 23.57
• รถกระบะ Double Cab 59,166 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 12.16
• รถกระบะ PPV 45,188 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 39.96
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ในเดือนธันวาคม 2568 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 ไม่มีการผลิต
รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน-มากกว่า 10 ตัน เดือนธันวาคม 2568 ผลิตได้ 1,521 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 58.27 รวมเดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 ผลิตได้ 11,192 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 33.57
รถจักรยานยนต์
เดือนธันวาคม 2568 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 208,472 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 2.89 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 161,304 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 4.95 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 47,168 คัน ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 3.57
ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,476,747 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 2.08 โดยแยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,972,902 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 4.54 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 503,845 คัน ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 6.55
ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนธันวาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 75,121 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ร้อยละ 47.17 และเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 39.07 เป็นเดือนแรกในรอบ 33 เดือนที่มียอดขายรถยนต์ 75,121 คัน สอดคล้องกับยอดจองรถยนต์ 75,246 คันในงานมหกรรมยานยนต์เดือนธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายที่ต้องจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการ EV 3.0 รถยนต์นั่งจึงเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.4 และรถยนต์ SUV เพิ่มขึ้นร้อยละ 106.3 รถ PPV ยังคงขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.5 เพราะปีนี้มีผู้ผลิตรายใหม่เพิ่มขึ้นมา แต่รถกระบะยังคงมียอดขายทรงตัวที่ระดับต่ำที่ 14,965 คัน เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 3.9 จากการเข้มงวดปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินจากหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง และเศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังคงต่ำ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนพฤศจิกายน 2568 ยังคงลดลงร้อยละ 4.24 การใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 55.49 แสดงถึงการจ้างงานยังคงชะลอตัว นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาประเทศไทย 32,974,321 คน ลดลงร้อยละ 7.23 ปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแอ
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 51,962 คัน เท่ากับร้อยละ 69.17 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 60.85
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 11,656 คัน เท่ากับร้อยละ 15.52 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 18.91
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 19,748 คัน เท่ากับร้อยละ 26.29 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 273.38
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 601 คัน เท่ากับร้อยละ 0.80 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 109.41
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 250 คัน เท่ากับร้อยละ 0.33 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 19,707 คัน เท่ากับร้อยละ 26.23 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 59.51
รถกระบะ มีจำนวน 14,883 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 3.28 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 80 ในปีที่แล้วไม่มียอดจำหน่าย รถกระบะ REEV มีจำนวน 2 คัน ในปีที่แล้วไม่มียอดจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 5,460 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 21.50 รถบรรทุก 5-10 ตัน มีจำนวน 1,556 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 21.28 และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 1,178 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 22.70
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 134,364 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2567 ร้อยละ 4.62 และเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 7.67
ตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 รถยนต์มียอดขาย 621,166 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 8.47 แยกเป็น
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 404,845 คันเท่ากับร้อยละ 65.18 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 18.39
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 128,893 คัน เท่ากับร้อยละ 20.75 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 16.87
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 120,301 คัน เท่ากับร้อยละ 19.37 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 80.27
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 8,621 คัน เท่ากับร้อยละ 1.39 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 260.56
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 971 คัน เท่ากับร้อยละ 0.16 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 146,059 คัน เท่ากับร้อยละ 23.51 ของยอดขายรถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 24
รถกระบะ มีจำนวน 143,072 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 12.41 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 726 คัน ปีที่แล้วไม่มียอดจำหน่าย รถกระบะ REEV มีจำนวน 19 คัน ปีที่แล้วไม่มียอดจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 43,916 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 19.20 รถบรรทุก 5-10 ตัน มีจำนวน 15,305 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 4.62 และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 13,283 คัน ลดลงจากเดือนช่วงกันในปีที่แล้ว 8.29
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 1,711,846 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 1.70
การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป
เดือนธันวาคม 2568 ส่งออกได้ 84,963 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วร้อยละ 7.97 และเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 11.29 เป็นอีกเดือนหนึ่งที่ส่งออกมากกว่าเวลาเดียวกันของปีที่แล้วจากการเร่งส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งจะถูกนับเป็นการผลิตชดเชยที่ 1.5 เท่า ตามมาตรการสนับสนุนฯ จึงส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าได้ถึง 6,360 คัน มีส่วนแบ่งร้อยละ 7.49 ของยอดส่งออก ปีที่แล้วยังไม่มีรถยนต์ไฟฟ้าส่งออก รถกระบะไฟฟ้าส่งออก 76 คัน ปีที่แล้วยังไม่มีการผลิตรถกระบะไฟฟ้าในประเทศไทย รถกระบะดีเซลยังคงส่งออกมีส่วนแบ่งมากที่สุดทีร้อยละ 61.85 จำนวน 52,550 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.25
รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในส่งออก 10,673 คัน ลดลงร้อยละ 15.06 เพราะมีการเลิกผลิตรถยนต์บางรุ่นเพื่อส่งออก ส่งผลให้ตลาดส่งออกรถยนต์นั่งลดลง เช่น ตลาดเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ ส่วนตลาดรถกระบะเพิ่มขึ้นเช่น ตลาดออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ตลาดตะวันออกกลาง ตลาดแอฟริกา ตลาดอเมริกากลาง และอเมริกาใต้
ประเภทรถยนต์ส่งออกเดือนธันวาคม 2568 แบ่งเป็น ดังนี้
• รถกระบะ 52,550 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 61.85 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 5.25
• รถกระบะ BEV 76 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.09 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง ICE 10,673 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 12.56 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2567ร้อยละ 15.06
• รถยนต์นั่ง BEV 6,360 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 7.49 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออกรถยนต์นั่ง BEV
• รถยนต์นั่ง PHEV 271 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.32 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออกรถยนต์นั่ง PHEV
• รถยนต์นั่ง HEV 6,669 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 7.85 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 47.84
• รถ PPV 8,364 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 9.84 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 10.43
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 53,679.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 2.41 แต่เครื่องยนต์ และชิ้นส่วนส่งออกลดลง ดังนี้
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,665.00 ล้านบาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 9.87
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 14,947.44 ล้านบาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 0.41
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 1,975.55 ล้านบาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 12.16
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนธันวาคม 2568 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 73,267.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 0.88
รถจักรยานยนต์
เดือนธันวาคม 2568 มีจำนวนส่งออก 77,842 คัน (รวม CBU+CKD) ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ร้อยละ 3.37 และลดลงจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 4.11 โดยมีมูลค่า 5,192.12 ล้านบาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 3.16
• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 171.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 37.86
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 178.98 ล้านบาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 1.45
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนธันวาคม 2568 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 5,542.13 ล้านบาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 2.21
เดือนธันวาคม 2568 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่น ๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 78,809.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 0.65
รถยนต์สำเร็จรูป
เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 935,750 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 8.19 แบ่งเป็น
• รถกระบะ 571,804 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 61.11 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 2.02
• รถกระบะ BEV 363 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.04 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง ICE 159,851 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 17.08 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 36.11
• รถยนต์นั่ง BEV 12,695 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 1.36 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง PHEV 1,678 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.18 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง HEV 55,091 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 5.89 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 11.43
• รถ PPV 134,268 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 14.35 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 1.14
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 621,662.18 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 11.08 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 37,147.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 4.84
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 194,798.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 1.83
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 26,842.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 0.67
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 880,450.84 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 7.57
รถจักรยานยนต์
เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 893,198 คัน (รวม CBU+CKD) ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 4.85 มีมูลค่า 61,596.20 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 3.71
• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 2,332.90 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 7.53
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 2,649.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 34.28
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 66,578.81 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 2.75
เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 947,029.65 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 7.25
ปี 2569 เป้าผลิตรถยนต์ 1,500,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.05
สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประมาณการการผลิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของสมาชิกกลุ่มฯ ในปี 2569 โดยแยกเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก และการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ดังนี้
รถยนต์
ประมาณการการผลิตรถยนต์ในปี 2569 ประมาณ 1,500,000 คัน มากกว่าปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 1,455,569 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.05 โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 950,000 คัน เท่ากับร้อยละ 63.33 ของยอดการผลิตทั้งหมด และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศประมาณ 550,000 คัน เท่ากับร้อยละ 36.67 ของยอดการผลิตทั้งหมด
ผลิตเพื่อการส่งออก จำนวน 950,000 คัน ปีที่แล้วที่ผลิตได้ 956,230 คัน ลดลงร้อยละ 0.65
ปัจจัยบวก
- ศาลสูงสหรัฐอเมริกาตัดสินว่าภาษีศุลกากรประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขัดรัฐธรรมนูญ
- ธนาคารกลางสหรัฐลดอัตราดอกเบี้ยลง
- OPEC ลดราคาน้ำมันดิบลง
- บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยส่งออกรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นเพราะรอคำวินิจฉัยของศาลสูงของสหรัฐอเมริกาเรื่องภาษีศุลกากรของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ภาวะเศรษฐกิจการค้าโลกจึงยังไม่ชัดเจน
ปัจจัยลบ
- มาตรการการเข้มงวดการปล่อยคาร์บอนของประเทศคู่ค้า
- มาตรการ Euro 6 และมาตรการ ADAS
- รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกจากประเทศจีนเข้ามาแข่งขันในประเทศคู่ค้าความขัดแย้งระหว่างประเทศในภูมิภาคต่างๆ รวมทั้งชายแดนประเทศไทย
- ความแปรปรวนสภาพอากาศ
- สงครามการค้า การขาดแคลนชิ้นส่วนจากความเข้มงวดส่งออกแร่หายาก
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ จำนวน 550,000 คัน ปีที่แล้วที่ผลิตได้ 499,339 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.15
ปัจจัยบวก
- มีการเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่ตามระบอบประชาธิปไตย มีการลงทุนจากต่างประเทศโดยตรง (FDI) มากขึ้นจากผู้ได้รับการอนุมัตส่งเสริมการลงทุนกว่าหนึ่งล้านล้านบาท
- รัฐบาลใหม่เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงฮันนีมูน ลดภาระค่าครองชีพประชาชนลง เพิ่มอำนาจซื้อประชาชน
- ธนาคารแห่งประเทศไทยลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง
- การขัดแย้งชายแดนกัมพูชาสงบลง เปิดชายแดนค้าขายได้
ปัจจัยลบ
- การตั้งรัฐบาลช้า การใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ไม่ทันใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
- การส่งออกชะลอตัวลงจากภาษีนำเข้าสินค้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
- เงินบาทแข็งค่ากระทบรายได้ผู้ส่งออกโดยเฉพาะผู้ส่งออกสินค้าเกษตร การท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น
- สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน
- อัตราการเกิดอยู่ในอัตราต่ำ จำนวนประชากรลดลง ส่งผลให้รายได้ที่เกี่ยวกับเด็กลดลง เช่น โรงเรียนอนุบาล และประถมศึกษา อาหาร ฯลฯ
- ความขัดแย้งระหว่างชายแดน
- ข่าวมิจฉาชีพในชายแดนไทยอาจส่งผลให้การท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลงเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย
- สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังในการให้สินเชื่อจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงมากกว่าร้อยละ 80 ของGDP ส่งผลกระทบต่อการขายรถยนต์
- ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังคงลดลง การใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60 % ส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการจ้างงาน คนงานมีรายได้ลดลง อำนาจซื้อลดลง เศรษฐกิจเติบโตในอัตราต่ำ
รถจักรยานยนต์
ประมาณการการผลิตรถจักรยานยนต์ในปี 2569 ประมาณ 2,000,000 คัน มากกว่าปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 1,972,902 คัน เพิ่มขึ้นร้อย 1.37 โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 400,000 คัน เท่ากับร้อยละ 20 ของยอดการผลิตทั้งหมด และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศประมาณ 1,600,000 คัน เท่ากับร้อยละ 80 ของยอดการผลิตทั้งหมด
• ผลิตเพื่อการส่งออก จำนวน 400,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 2.73
• ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ จำนวน 1,600,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ร้อยละ 1.04
ข้อมูลจดทะเบียนที่ใช้เชื้อเพลิงต่างๆ เดือนธันวาคม 2568 (เฉพาะ รย.1)
เดือนธันวาคม 2568 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 38,791 คัน
• ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 14,194 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 36.59
• ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 7,338 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 18.92
• ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 8,053 มีสัดส่วนร้อยละ 20.76
• ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 8,248 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 21.16
• ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 869 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 2.24
• ประเภทอื่นๆ มีจำนวน 89 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.23
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนธันวาคม 2568
เดือนธันวาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่ มีจำนวน 18,478 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 158.58
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 14,511 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 171.13
o รถยนต์นั่ง จำนวน 14,194 คัน
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 307 คัน
o รถยนต์บริการธุรกิจ จำนวน 2 คัน
o รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 8 คัน
• รถกระบะ รถแวน มีทั้งสิ้น 106 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 202.86
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 3,813 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 131.37
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 3,813 คัน
• รถยนต์สามล้อ มีทั้งสิ้น 3 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 50
o รถยนต์รับจ้างสามล้อ จำนวน 3 คัน
• รถโดยสาร มีทั้งสิ้น 4 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 94.94
• รถบรรทุก มีทั้งสิ้น 41 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 36.67
เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 147,522 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 52.74
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 122,123 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 74.70
o รถยนต์นั่ง จำนวน 118,725 คัน
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 3,186 คัน
o รถยนต์บริการธุรกิจ จำนวน 18 คัน
o รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 192 คัน
o รถยนต์บริการให้เช่า จำนวน 2 คัน
• รถกระบะ รถแวน มีทั้งสิ้น 662 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 9.60
• รถยนต์สามล้อ มีทั้งสิ้น 25 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 82.99
o รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล จำนวน 17 คัน
o รถยนต์รับจ้างสามล้อ จำนวน 8 คัน
• รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 24,163 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 3.81
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 24,162 คัน
o รถจักรยานยนต์สาธารณะ จำนวน 1 คัน
• รถโดยสาร มีทั้งสิ้น 133 คัน ลดลงเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 64.53
• รถบรรทุก มีทั้งสิ้น 416 คัน ลดลงเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 3.93
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนธันวาคม 2568
เดือนธันวาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 8,264 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 38.06
• รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 8,264 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 39.19
o รถยนต์นั่ง จำนวน 8,248 คัน
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 1 คัน
o รถยนต์บริการธุรกิจ จำนวน 3 คัน
o รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 12 คัน
เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 137,588 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 8.15
• รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 136,706 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 7.94
o รถยนต์นั่ง จำนวน 136,355 คัน
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 33 คัน
o รถยนต์บริการธุรกิจ จำนวน 176 คัน
o รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 136 คัน
o รถยนต์บริการให้เช่า จำนวน 6 คัน
• รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 882 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ร้อยละ 55.28
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 882 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนธันวาคม 2568
เดือนธันวาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 869 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 66.79 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 869 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 66.79
o รถยนต์นั่ง จำนวน 869 คัน
เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 18,416 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 96.48 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 18,416 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 96.48
o รถยนต์นั่ง จำนวน 18,388 คัน
o รถยนต์บริการธุรกิจ จำนวน 20 คัน
o รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 8 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 372,662 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 63.83 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 280,731 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 76.27
o รถยนต์นั่ง มีจำนวน 272,828 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 74.71
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน มีจำนวน 5,730 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 131.05
o รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 236 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 202.56
o รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 287 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 83.97
o รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 5 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 66.67
o รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์ มีจำนวน 1,645 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 325.06
• รถกระบะ และรถแวน มีจำนวน 1,540 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 77.22
• รถยนต์สามล้อ มีจำนวนทั้งสิ้น 1,042 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 2.46
o รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล มีจำนวน 130 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 15.04
o รถยนต์รับจ้างสามล้อ มีจำนวน 912 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 0.88
• รถจักรยานยนต์ มีจำนวนทั้งสิ้น 85,223 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 36.07
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล มีจำนวน 85,094 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 36.13
o รถจักรยานยนต์สาธารณะ มีจำนวน 129 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 4.88
• อื่นๆ
o รถโดยสาร มีจำนวนทั้งสิ้น 2,886 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 3.40
o รถบรรทุก มีจำนวนทั้งสิ้น 1,240 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 38.39
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 604,997 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 28.85 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 594,982 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 29.29
o รถยนต์นั่ง มีจำนวน 593,250 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 29.20
o รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 512 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 2.81
o รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 251 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 248.61
o รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 354 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 63.89
o รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 11 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 120
o รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์ มีจำนวน 604 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 169.64
• รถกระบะ และรถแวน มีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2567
• รถจักรยานยนต์ มีจำนวนทั้งสิ้น 10,012 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 6.94
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล มีจำนวน 10,012 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 6.94
• อื่นๆ
o รถโดยสาร มีจำนวนทั้งสิ้น 2 คัน ซึ่งเท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2567
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 81,367 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 28.78 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
• รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 81,367 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 28.78
o รถยนต์นั่ง มีจำนวน 81,286 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 28.79
o รถยนต์โดยสารรับจ้างไม่เกิน 7 คน มีจำนวน 1 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 100
o รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 39 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 9.30
o รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 27 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 50
o รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 4 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 20
o รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์ มีจำนวน 10 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ร้อยละ 100












