11,204,032 คือ จำนวนคันของรถยนต์ทุกประเภท และทุกยี่ห้อ ที่ TOYOTA MOTOR CORPORATION ผลิตได้ทั่วโลกในรอบปีงบประมาณ 2026 (เมษายน 2025-มีนาคม 2026) หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 จากยอดผลิตในรอบปีงบประมาณก่อนหน้านั้น แยกเป็นรถ TOYOTA (โตโยตา) และ LEXUS (เลกซัส) จำนวน 9,892,822 คัน (เท่ากับร้อยละ 88.3 ของยอดผลิตรวม) รถ DAIHATSU (ไดฮัทสุ) จำนวน 1,201,738 คัน (ร้อยละ 10.7 ของยอดผลิตรวม) รถ HINO (ฮีโน) จำนวน 109,472 คัน (ร้อยละ 1.0 ของยอดผลิตรวม) และแยกเป็นรถผลิตในญี่ปุ่น 4,148,936 คัน (เท่ากับร้อยละ 37.0 ของยอดผลิตรวม) กับรถผลิตนอกญี่ปุ่น 7,055,096 คัน (ร้อยละ 63.0 ของยอดผลิตรวม) เฉพาะในประเทศไทยมียอดผลิต 590,467 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 จากรอบปีงบประมาณ 2025
ในรอบปีงบประมาณ 2026 ดังกล่าวนี้ ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นขายรถทั่วโลกได้รวม 11,283,215 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 จากรอบปีงบประมาณ 2025 แยกเป็นรถ TOYOTA และ LEXUS จำนวน 10,477,325 คัน (เท่ากับร้อยละ 92.9 ของยอดขายรวม) รถ DAIHATSU จำนวน 697,271 คัน (ร้อยละ 6.2 ของยอดขายรวม) รถ HINO จำนวน 108,619 คัน (ร้อยละ 1.0 ของยอดขายรวม) และแยกเป็นยอดขายในญี่ปุ่น 2,067,942 คัน (ร้อยละ 18.3 ของยอดขายรวม) และเป็นยอดขายนอกญี่ปุ่น 9,215273 คัน (ร้อยละ 81.7 ของยอดขายรวม)
เฉพาะในทวีปเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ซึ่งมียอดขาย 3,290,925 คัน (เท่ากับร้อยละ 29.2 ของยอดขายรวม) ประเทศที่มียอดขายสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย
1. จีน (รวมฮ่องกง-มาเก๊า) 1,763,638 คัน
2. อินเดีย 371,536 คัน
3. อินโดนีเซีย 256,474 คัน
4. ไทย 234,551 คัน
5. ฟิลิปปินส์ 225,856 คัน
ในรอบปีงบประมาณ 2026 ยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นมียอดขายเป็นตัวเงินประมาณ 50.685 ล้านล้านเยน (ประมาณ 10.644 ล้านล้านบาทไทย เมื่อคิดว่า เงินญี่ปุ่น 100 เยน แลกได้ด้วยเงินไทย 21 บาท) หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 จากรอบปีงบประมาณ 2025 และมีผลกำไรสุทธิ 3,848,000 ล้านเยน (ประมาณ 808,080 ล้านบาทไทย) คือ เท่ากับร้อยละ 7.6 ของยอดขาย และลดลงถึงร้อยละ 19.2 จากกำไรสุทธิในรอบปีงบประมาณก่อนหน้านี้

