Motorcycle
Harley-Davidson เปิดตัว 4 โมเดล Sport Touring

Harley-Davidson® สร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ใน “MotoGP™ Thailand 2026” เปิดตัว 4 โมเดล Sport Touring ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเดินหน้าศึก “BAGGER WORLD CUP”Highlight
Harley-Davidson (ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน) สร้างปรากฏการณ์ปี 2569 เข้าร่วมการแข่งขัน “MotoGP Thailand 2026” เป็นปีที่ 3 ตอกย้ำรากฐานอันยาวนานของแบรนด์ในวงการมอเตอร์สปอร์ทที่มีมาอย่างต่อเนื่อง
พร้อมมอบประสบการณ์สุดตื่นเต้น และเร้าใจให้แก่เหล่านักขับขี่ และแฟนๆ จากทั่วโลก กับการเปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2026 จำนวน 4 รุ่น จากตระกูล Sport Touring เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ บูธ Harley-Davidson
ภายใน MotoGP Fan Village สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท จังหวัดบุรีรัมย์ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงไลน์อัพมอเตอร์ไซค์ระดับพรีเมียมที่ได้รับความนิยมสูงสุดของแบรนด์ ควบคู่กับกิจกรรมสุดเอกซ์คลูซีฟมากมายที่จะมาเติมเต็มประสบการณ์ให้แก่ผู้ร่วมงานได้อย่างเต็มอิ่มตลอด 3 วัน
เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ไลน์อัพ Sport Touring รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2026 เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในเอเชียของมอเตอร์ไซค์ตระกูล Sport Touring รุ่นใหม่ปี 2026 ทั้ง 4 รุ่น
CVO Street Glide ST (ซีวีโอ สตรีท กไลด์ เอสที) รุ่นใหม่ล่าสุด, CVO Road Glide ST (ซีวีโอ โรด กไลด์ เอสที), Low Rider ST (โลว์ ไรเดอร์ เอสที) และ Pan America 1250 ST (แพน อเมริกา 1250 เอสที) ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากสื่อมวลชน ลูกค้า และแฟนๆ โดยมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่เหล่านี้อัดแน่นด้วยนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่มองหาพละกำลัง และสมรรถนะโดยเฉพาะ พร้อมไฮไลท์การอัพเกรดของไลน์อัพ CVO ได้แก่ เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight® 121 High Output ที่ให้แรงบิดเพิ่มขึ้น และอัตราเร่งตอบสนองฉับไว รวมถึงระบบกันสะเทือนใหม่ที่ยกระดับขึ้น เพื่อการควบคุมที่แม่นยำ และความสบายที่มากขึ้นบนเส้นทางสุดท้าทาย
เริ่มวางจำหน่ายพร้อมเปิดราคาในไทยอย่างเป็นทางการ ก่อนเดินหน้าขยายสู่ตลาดเอเชียในเร็วๆ นี้
มอเตอร์ไซค์ตระกูล Sport Touring รุ่นใหม่ปี 2026 ทั้ง 4 รุ่น พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ววันนี้ โดยมีราคาดังนี้
CVO Street Glide ST ราคาเริ่มต้น 3,265,000 บาท
CVO Road Glide ST ราคาเริ่มต้น 3,225,000 บาท
Low Rider ST ราคาเริ่มต้น 1,260,000 บาท
Pan America 1250 ST ราคาเริ่มต้น 880,000 บาท
อีกทั้งตัวแทนจำหน่าย Harley-Davidson ในประเทศไทยจะเปิดให้ลูกค้า และแฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัส Sport Touring รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมกับรุ่นอื่นๆ ที่ยังคงวางจำหน่ายในปีนี้อย่างใกล้ชิด ภายในงาน Open House ณ ตัวแทนจำหน่ายทุกสาขาทั่วประเทศ ในวันที่ 7 มีนาคม 2569 โดยมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2026 ทุกรุ่นจะมีการเปิดตัวในตลาดเกิดใหม่ของเอเชียอย่างเต็มรูปแบบเร็วๆ นี้
เปิดฉากการแข่งขันระดับโลกครั้งแรกของมอเตอร์ไซต์ประเภทแบกเกอร์ “Harley-Davidson Bagger World Cup” พร้อมกระทบไหล่ “Dimas Ekky Pratama” นักบิดชาวอินโดนีเซียจากทีม Niti Racing อย่างใกล้ชิด นอกจากการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน “MotoGP Thailand 2026” แล้ว Harley-Davidson ยังเดินหน้าขยายบทบาทบนเวทีการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการแข่งขัน “Harley-Davidson Bagger World Cup” ซึ่งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก “สหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศ” (Fédération Internationale de Motocyclisme หรือ FIM) และพัฒนาร่วมกับ MotoGP
การแข่งขันดังกล่าวเป็นการแข่งขันระดับโลกครั้งแรกที่จัดขึ้นสำหรับมอเตอร์ไซค์ประเภทแบกเกอร์ของ Harley-Davidson สมรรถนะสูงโดยเฉพาะ ซึ่งจัดแข่งขันรวม 6 สนาม ในการแข่งขันรูปแบบสุดสัปดาห์ทั่วทวีปอเมริกาเหนือ และยุโรป ทั้งนี้ ทุกทีมที่เข้าร่วมจะแข่งขันด้วยมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson ที่ได้รับการพัฒนาโดยทีม Harley-Davidson Factory Racing โดย ทีม Niti Racing จะเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะทีมแรกจากอินโดนีเซีย และตัวแทนจากเอเชียที่ได้ลงแข่งขันบนเวที MotoGP นำทัพลงสนามโดยนักแข่งชาวอินโดนีเซียมากประสบการณ์ที่มาพร้อมเป้าหมาย และความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่สำหรับฤดูกาลเปิดตัวอย่าง “Dimas Ekky Pratama” ผู้ผ่านการแข่งขันระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการแข่งขัน “FIM Moto2 World Championship” โดยภายในงาน “MotoGP Thailand 2026” ที่ผ่านมา Dimas ได้มาร่วมพบปะสื่อมวลชน และแฟนๆ พร้อมร่วมกิจกรรมแจกลายเซ็น ณ บูธ Harley-Davidson เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้พบปะพูดคุยอย่างใกล้ชิด
การแข่งขัน “MotoGP Thailand 2026” ทั้ง 3 วัน บูธ Harley-Davidson นับเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญภายใน MotoGP Fan Village ด้วยการจัดแสดงมอเตอร์ไซค์ระดับพรีเมียมควบคู่กับกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟที่มีความหลากหลาย อาทิ Moto Simulator ที่มอบประสบการณ์ผ่าน CVO Road Glide ST รวมถึงการจัดแสดงมอเตอร์ไซค์รุ่นที่มีความโดดเด่นอย่าง Road Glide และ Pan America เวอร์ชันปรับแต่งเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ ที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ร่วมงานได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ผู้เข้าชมยังได้สัมผัสคอลเลคชัน Harley-Davidson Factory Racing ซีซันที่ 2 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสนามแข่ง ผสมผสานวัสดุที่เน้นสมรรถนะเข้ากับสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว จากองค์ประกอบทั้งหมดนี้ ทำให้ภายในบูธ Harley-Davidson กลายเป็นประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับสื่อมวลชน แฟนๆ และผู้ร่วมงาน ให้ได้สัมผัสความหลงใหลของ Harley-Davidson ทั้งด้านสมรรถนะ นวัตกรรม และวัฒนธรรมการขับขี่ได้อย่างรอบด้าน ตอกย้ำบทบาทของ Harley-Davidson บนเวที “MotoGP Thailand 2026” ในฐานะแบรนด์ที่เชื่อมโยงโลกของไลฟ์สไตล์ และมอเตอร์สปอร์ทเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเสน่ห์ และทรงพลัง

บทความแนะนำ

