Motorcycle
Harley-Davidson เผยโฉมคัสตอมครั้งแรกในไทย

Harley-Davidson ฉลองแนวคิด RIDE บุก Bangkok Hot Rod Show 2026 เผยโฉมคัสตอม Road Glide Limited และ Sportster S ครั้งแรกในไทย พร้อมไลน์อัพปี 2026Highlight
Harley-Davidson (ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน) เดินหน้าตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพ และคอมมูนิทีของผู้ขับขี่ ผ่านการนำแนวคิดใหม่ของแบรนด์อย่าง RIDE มาสร้างประสบการณ์ให้แฟนๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ภายในงาน Bangkok Hot Rod Custom Show ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569 สะท้อนความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับหัวใจของการขับขี่ และเชื่อมโยงกับผู้ขับขี่ผ่านประสบการณ์จริงในแบบฉบับ Harley-Davidson
Harley-Davidson สร้างประสบการณ์ที่สอดรับกับแนวทาง "The SiXnature" ของงาน ด้วยการจัดแสดงมอเตอร์ไซค์คัสตอมจากเจ้าของตัวจริง ควบคู่กับไลน์อัพมอเตอร์ไซค์ปี 2026 และคอลเลคชันเสื้อผ้า Dickies และ Factory Racing และ Dickies ชุดใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง พร้อมโอกาสพิเศษที่แฟนคัสตอมได้พบปะกับ Gary Royal นักออกแบบมอเตอร์ไซค์คัสตอมชื่อดังระดับรางวัล ที่มาพูดคุยถึงวิธีนำพแลทฟอร์ม RIDE มาต่อยอดเป็นสไตล์การขับขี่ในแบบของตัวเอง
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของงาน คือ การนำเสนอวัฒนธรรมคัสตอมในแบบ Harley-Davidson ที่เปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือ และตัวตนของผู้ขับขี่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านมอเตอร์ไซค์คัสตอม โดยครั้งนี้มีการจัดแสดงมอเตอร์ไซค์คัสตอมจากเจ้าของชาวไทยจำนวน 2 คัน เพื่อสะท้อนสีสันของวัฒนธรรมการขับขี่วิถีไทย ได้แก่
Road Glide Limited ตกแต่งโดย นิรันดร สิมาสฤษฏ์ : “Godzilla” Harley-Davidson Road Glide Limited คือ มอเตอร์ไซค์ทัวริงสมรรถนะสูงที่ยกระดับรถทัวริงระดับหรูให้กลายเป็นพาหนะแห่งสมรรถนะที่ดุดัน แต่ยังคงความประณีต ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการแข่งขัน King of the Baggers ตัวรถมาในสี Iron Horse Metallic ผสานโทนสีดำ ถ่ายทอดภาพลักษณ์ที่ลึกลับ แข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยรายละเอียดทางวิศวกรรมอย่างชัดเจน ด้านสมรรถนะได้รับการอัพเกรดด้วยท่อไอเสียสเตนเลสส์แบบ 2-into-1 ที่มีรอยเชื่อมแต่งสีจากความร้อน ท่วงท่าที่ดูสปอร์ท และคล่องตัว พร้อมเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 117 VVT ที่เน้นทั้งความปราดเปรียว และพละกำลัง โดยยังคงความสบายสำหรับการเดินทางไกลไว้อย่างครบถ้วน ส่วนงานตกแต่งโทนดำ รายละเอียดสีแดง ล้อแต่ง และแฟริงหน้า Sharknose อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเสริมบุคลิกแบบดาร์คคัสตอมที่โดดเด่นในสไตล์เมือง ขณะที่เบาะนั่งออกแบบเฉพาะ และ Tour-Pak สีเดียวกับตัวรถ ยังคงมอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียมในแบบรถทัวริง มากกว่าการเป็นมอเตอร์ไซค์ทัวริง Road Glide Limited (โรด กไลด์ ลิมิเทด) คันนี้สะท้อนจิตวิญญาณของสมรรถนะแบบแบกเกอร์ยุคใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง และถูกสร้างขึ้นเพื่อโลดแล่นบนท้องถนนอย่างแท้จริง
Sportster S ตกแต่งโดย นิติกร ควนสงวน หรือ โจ : มอเตอร์ไซค์คันนี้ถูกสร้างขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้เป็นหนึ่งใน Sportster S (สปอร์ทสเตอร์ เอส) รุ่นคัสตอมที่โดดเด่น และมีเอกลักษณ์ที่สุดในยุค โดยผสานงานฝีมือที่พิถีพิถัน สมรรถนะระดับสูง และชิ้นส่วนที่ออกแบบ และผลิตขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อสะท้อนศักยภาพของวงการคัสตอมในประเทศไทยสู่สายตาระดับนานาชาติ จุดเด่นสำคัญ ประกอบด้วย สวิงอาร์ม CNC ที่ออกแบบเฉพาะ ล้อหลังขนาด 18x9 นิ้ว พร้อมยางขนาด 250 และชุดหน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่ มาพร้อมดิสค์เบรคคู่ และล้อแต่งขนาด 19 นิ้ว ซึ่งทำให้เป็นหนึ่งในผลงานตกแต่ง Sportster S รุ่นแรกๆ ในลักษณะนี้ ณ เวลานั้น ตัวรถปิดท้ายด้วยลวดลายสีที่ออกแบบเฉพาะ พร้อมรายละเอียดการตกแต่งที่ประณีตทั่วทั้งคัน สะท้อนตัวตนของเจ้าของได้อย่างชัดเจน ทั้งความเรียบเท่ ความแตกต่าง และบุคลิกที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำในแบบของตนเอง
มอเตอร์ไซค์ทั้งสองคันนี้ร่วมตอกย้ำแก่นสำคัญของแบรนด์ว่า Harley-Davidson ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะสำหรับการขับขี่ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ผู้ขับขี่ได้ถ่ายทอดตัวตน และสไตล์ของตนเองอย่างเต็มที่
Harley-Davidson ยังได้ต้อนรับ Gary Royal ศิลปินคัสตอมชื่อดัง และผู้ก่อตั้ง Beware Choppers USA มาร่วมสร้างสีสันที่บูธ Harley-Davidson ภายในงาน โดย Gary Royal เป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม American Chopper และเคยคว้ารางวัลอันทรงเกียรติจากเวที Yokohama Hot Rod Custom Show ประเทศญี่ปุ่น ภายในงานครั้งนี้ Gary Royal ยังได้ร่วมแบ่งปันมุมมองจากประสบการณ์จริงเกี่ยวกับรถคัสตอม พร้อมแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจกับคอมมูนิทีช่างคัสตอมในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด
Gary Royal กล่าวว่า สิ่งที่ได้เห็นจากวงการมอเตอร์ไซค์คัสตอมในประเทศไทยครั้งนี้สร้างความประทับใจอย่างมาก สำหรับผลงานของผมเองก็ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรม American Chopper ซึ่ง Harley-Davidson ถือเป็นต้นแบบสำคัญในการต่อยอดจินตนาการ และสร้างสรรค์ผลงานเฉพาะตัวมาโดยตลอด การได้เห็นนักคัสตอมชาวไทยถ่ายทอดสไตล์ และตัวตนของตัวเองลงบน Road Glide® และ Street Bob® (สตรีท บอบ) ยิ่งตอกย้ำว่า จิตวิญญาณของการสร้างมอเตอร์ไซค์ที่สะท้อนตัวตนอย่างแท้จริงนั้นเกิดขึ้นได้ในทุกที่ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมแบ่งปันแรงบันดาลใจนี้ในประเทศไทย และได้เห็นคนรุ่นใหม่นำแนวคิดดังกล่าวไปต่อยอดในแบบของตัวเอง
ภายในงาน Harley-Davidson ยังจัดแสดงไลน์อัพมอเตอร์ไซค์ปีล่าสุดให้ผู้ร่วมงานได้ชมอย่างใกล้ชิด คู่กับมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ เพื่อให้แฟนๆ ได้เห็นทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และดีไซจ์นล่าสุดของแบรนด์ ที่สามารถต่อยอดสู่การตกแต่งในสไตล์ของตัวเองได้
นอกจากนี้ ยังมีการวางจำหน่ายคอลเลคชัน Dickies x Harley-Davidson และคอลเลคชัน Factory Racing ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์การแข่งขันของ Harley-Davidson ถ่ายทอดกลิ่นอายจากสนามแข่งผ่านเครื่องแต่งกายรุ่นพิเศษสำหรับแฟนๆ และผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ Harley-Davidson
กระแสตอบรับจากงานในกรุงเทพฯ ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดย Harley-Davidson เตรียมเดินหน้าผลักดันวัฒนธรรมคัสตอมในภูมิภาค ผ่านการประกวด Custom Kings ที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเร็วๆ นี้ เพื่อสนับสนุนคอมมูนิทีนักสร้างสรรค์ และนักแต่งมอเตอร์ไซค์ พร้อมตอกย้ำงานฝีมือ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมมอเตอร์ไซค์
ตั้งแต่การจัดแสดงมอเตอร์ไซค์ที่เปรียบเสมือนผลงานศิลปะเคลื่อนที่ ไปจนถึงนวัตกรรมล่าสุดในไลน์อัพ Model Year 2026 ประสบการณ์ของ Harley-Davidson ในงาน Bangkok Hot Rod Custom Show 2026 สะท้อนเรื่องราวเฉพาะตัวของผู้ขับขี่ที่ถูกถ่ายทอดผ่านตัวรถ พร้อมเฉลิมฉลองพลังที่เชื่อมโยงทุกเส้นทาง และทุกการเดินทางเข้าด้วยกัน นั่นคือจิตวิญญาณแห่ง RIDE


