ทดลองขับ
Jaecoo 6T REEV 4WD ลุยได้จริง วิ่งได้ไกล ไม่ต้องรอชาร์จ !
เบนซิน 1.5 ลิตร บวกมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลัง 428 แรงม้า ใช้ไฟฟ้าล้วนวิ่งในเมืองได้ไกล 160 กม. และใช้เครื่องยนต์บวกไฟฟ้า วิ่งไกลกว่า 750-800 กม. ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทางในการใช้งาน !Highlight
Jaecoo 6T REEV (เจคู 6 ที อาร์อีอีวี) เป็นรถเอสยูวีทรงกล่อง (Boxy Design) ที่ได้รับความนิยมแบบถล่มทลาย ทั้งในเมืองไทย และต่างประเทศ รถทรงนี้กลับมาติดกระแสยอดฮิทแบบคาดไม่ถึง และเรามีโอกาสได้ลองขับแบบใช้งานจริง ทั้งบนถนนเรียบ และออฟโรด
ภายนอก
รถกล่อง ทรงเท่
Jaecoo 6T REEV มีมิติตัวรถ ยาว/กว้าง/สูง 4,503/1,950/1,785 มม. ระยะฐานล้อ 2,783 มม. ถ้าเทียบกับ Jaecoo 6T EV เจ้า 6T REEV จะมีความยาวกว่า 7.0 ซม. สูงกว่า 4.4 ซม. กว้างกว่า 3.4 ซม. และมีฐานล้อยาวกว่า 6.8 ซม. เห็นสเปคตัวรถที่ยาวกว่ารุ่น EV แต่เชื่อไหมครับว่า รุ่น 6T REEV มีความสามารถในการขึ้นทางลาดชัน ที่ดีกว่ารุ่น EV โดยรุ่น 2WD MAX 40 % หรือประมาณ 22 องศา และรุ่น 4WD ULTRA 55 % หรือประมาณ 29 องศา
ตัวถังของ 6T REEV ผลิตจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ไร้สนิม ให้ความแข็งแกร่ง ทนต่อการบิดตัว หน้าตาภายนอกเหมือนรุ่น 6T EV มีไฟหน้าทรงตั้ง โดยไฟหน้า, ไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา และไฟรันนิง เดย์ ไทม์ แบบ LED มุมกันชนด้านหน้าซ้าย-ขวา ติดตั้งไฟตัดหมอก มีแนวกันชนที่ดูบึกบึน และมีแผ่นกันกระแทกที่ใต้ท้องรถติดตั้งมาให้ด้วย
เส้นสายด้านข้างตัวรถออกแบบให้ชุดโป่งในตัวทั้งด้านหน้า-หลัง และรุ่น 4WD Ultra ติดตั้งบันไดข้างมาให้ครบ ส่วนท้ายรถติดตั้งกล่องใส่ของอเนกประสงค์ สำหรับไฟท้ายเป็นแบบ LED เช่นกัน
ในรุ่น 2WD MAX จะติดตั้งล้ออัลลอย และยางขนาด 255/55 R19 ส่วนรุ่น 4WD Ultra ใส่ล้ออัลลอย และยางขนาด 265/45 R21
ภายใน
“มีนีมอล” เน้นใช้งานผ่านจอดิสพเลย์
ตามสไตล์รถ EV ในยุคสมัยนี้ เกือบจะทุกฟังค์ชันการควบคุมต่างๆ จะถูกบรรจุไว้ในจอดิสพเลย์แบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto มีเพียงแค่ปุ่มกดสัญญาณไฟฉุกเฉิน และปุ่มดับเครื่องยนต์เท่านั้น ติดตั้งอยู่ตรงแผงไฟส่องสว่างบนเพดาน ส่วนหน้าจอดิสพเลย์แสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 9.2 นิ้ว
แผงคอนโซลหน้า ออกแบบเป็นเลเยอร์ มีความสวยงามเรียบหรู ดูแพง พวงมาลัยรูปตัว D ทรง 3 ก้าน จับถนัดกระชับมือ มีน้ำหนักกำลังดี ไม่เบา และไม่หนักมือในเวลาที่ควบคุมรถ
เบาะนั่งคนขับปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า 10 ทิศทาง, ฝั่งผู้โดยสารเบาะปรับไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง และมีที่รองน่อง, มีฟังค์ชันนวดผ่อนคลาย (เฉพาะคู่หน้า), เบาะนั่งแถวหลังแบบพับได้ 60:40 ปรับได้ 2 ระดับ, มีที่วางแขนตรงกลาง พร้อมที่วางแก้วน้ำ, ระบบปรับอากาศแยก 2 โซนทั้งด้านหน้า-หลัง, ระบบจ่ายไฟภายนอก V2L ขนาด 2.3 กิโลวัตต์, ระบบ Camping Mode รองรับการใช้ชีวิต Outdoor และระบบ Pet Mode สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง
ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่มีให้ ได้แก่ ช่องเชื่อมต่อ USB และ USB C รองรับการชาร์จอุปกรณ์ไอทีต่างๆ, ฟังค์ชันชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย 50 วัตต์, กระจกหลังคาแบบซันรูฟ พร้อมม่านบังแดดแบบไฟฟ้า, ระบบเครื่องเสียง Infinity พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง และมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระขนาด 450 ลิตร
เครื่องยนต์
ผสานการทำงานกับมอเตอร์คู่
6T REEV วางขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตร พร้อมเทอร์โบ (เติมแกสโซฮอล 95) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ โดยระบบ REEV จะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าตลอดเวลา โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่ปั่นไฟไปที่แบทเตอรีเท่านั้น ไม่มีการส่งพลังงานไปที่ระบบขับเคลื่อน นอกจากนี้ แบทเตอรียังสามารถรับการชาร์จกระแสไฟฟ้าจากสถานีชาร์จภายนอกได้เช่นเดียวกับรถ EV ช่วยให้ผู้ขับขี่อุ่นใจกับระยะทางการใช้งานที่มากกว่า และเดินทางได้ไกลกว่า
กำลังสูงสุด 428 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 505 นิวทันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 5.5 วินาที เร็วระดับรถสปอร์ทโรดสเตอร์ชั้นนำหลายยี่ห้อ (Jaguar F-Type 5.9 วินาที/Porsche 718 2.0T 5.6 วินาที/BMW Z4 2.0T 6.5 วินาที) แนะนำว่าอย่าลองกดคันเร่งเพื่อพิสูจน์อัตราเร่ง 0-100 วินาทีบนถนนหลวง ความสามารถของตัวรถนั้นทำได้ แต่ความสามารถในการควบคุมรถของผู้ขับขี่ และสภาพเส้นทางการจราจร อาจจะไม่เอื้ออำนวย เพื่อความปลอดภัย แค่รับรู้ไว้ก็พอ !
ส่วนรุ่น 2WD MAX ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ให้กำลังสูงสุด 252 แรงม้า แรงบิด 300 นิวทันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 7.9 วินาที
สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้ประสิทธิภาพสูงสุด 96.96 % น้ำหนักเบา แต่ให้กำลังสูง 2.34 กิโลวัตต์/กก. ตอบสนองฉับไวต่อพลังงานที่จ่ายออกมา ภายในเวลาไม่ถึง 0.05 วินาที และมีระบบป้องกันอุณหภูมิที่ร้อนเกินกำหนด ส่วนแบทเตอรีลิเธียม ไอออน ฟอสเฟท (LFP) มีความจุขนาด 33.67 กิโลวัตต์ชั่วโมง ในรุ่น 2WD MAX วิ่งได้ไกล 190 กม. ส่วนรุ่น 4WD Ultra วิ่งได้ไกล 160 กม. (มาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ และรองรับการชาร์จกระแสตรง DC 100 กิโลวัตต์
ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ มาพร้อมระบบขับขี่ 9 โหมด ในรุ่น 4WD Ultra แบ่งเป็น 5 โหมดสำหรับทางออฟโรด (All Road, Slippery, Beach, Muddy, Bumpy) และ 4 โหมดสำหรับใช้งานในเมือง (Eco, Normal, Sport, Custom) ส่วนรุ่น 2WD Max มีโหมดขับเคลื่อนที่ใช้งานในเมือง 4 โหมดเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีโหมด Extreme เพิ่มเติมอีก 2 โหมด เช่น โหมด Whirl หรือโหมดช่วยกลับรถในพื้นที่จำกัด และโหมด Extreme U-Turn Pro ที่ช่วยกลับรถในพื้นที่จำกัด หรือกลับรถในมุมแคบๆ
สำหรับรุ่น 4WD Ultra มาพร้อมระบบขับเคลื่อน IWD สามารถปรับสลับระหว่างการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อ เป็น 4 ล้อ อัตโนมัติ และกระจายแรงบิดแบบเรียลไทม์ ทำให้ตัวรถสามารถลุยผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย และลุยน้ำได้ลึกในระดับ 600 มม. หรือ 60 ซม.
ระบบรองรับ
H-ARM เกาะถนน ทรงตัวดี
ระบบรองรับด้านหน้า แบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังมัลทิลิงค์แบบ H-ARM ซึ่งเป็นแขนรูปตัว H ทำจากอลูมิเนียมหล่อกลวง ลดน้ำหนักลง 30 % ช่วยลดแรงกระแทก เก็บอาการสั่นสะเทือนได้ดีมาก ทั้งรอยต่อคอสะพาน และรอยต่อผิวถนนต่างๆ
ระบบห้ามล้อ ด้านหน้าแบบจาน พร้อมช่องระบายความร้อน เพื่อป้องกันอาการเบรคเฟดเมื่อลงเขา หรือใช้ความเร็วสูง ด้านหลังแบบจาน ช่วยให้แรงดันเบรคสม่ำเสมอ ส่วนเบรคมือเป็นแบบไฟฟ้า EPB
ความปลอดภัยจัดมาให้ครบครัน เช่น ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS 15 ฟังค์ชัน, กล้องแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 540 องศา, ระบบป้องก้นล้อลอค ABS, ระบบกระจายแรงเบรค EBD, ระบบช่วยเบรค BAS, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP, ระบบช่วยเบรคฉุกเฉิน EBA, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS และอื่นๆ
สรุป
ขับแล้วเท่ วิ่งได้ไกล แถมประหยัด
สัมผัสแรกที่เราเห็น 6T REEV คือ รถเอสยูวีทรงกล่องสุดเท่ มีดีไซจ์นเฉพาะตัว ที่แฝงกลิ่นอายรถลุยยุค 70-80 กระจกหน้าบานใหญ่ เสา A แนวตั้ง ช่วยให้ทัศนวิสัยโปร่งโล่ง มองเห็นได้กว้าง และไกล น้ำหนักพวงมาลัยกำลังดี ช่วยให้บังคับควบคุมรถได้ง่าย
ความสามารถของขุมพลังทั้งเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยให้อุ่นใจในการใช้งานทางไกลมากขึ้น วิ่งยาวๆ จากกรุงเทพฯ ไปหมู่บ้านอีต่อง-เหมืองปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี แบบชิลล์ๆ ไม่ต้องพะวงเรื่องจอดชาร์จแบทเตอรี บนทางเรียบช่วงล่างทำงานได้ดี โดยเฉพาะ H-ARM ซับแรงสั่นสะเทือนที่ไม่พึงประสงค์จากผิวถนนขรุขระได้ประทับใจมาก โดยเฉพาะในเส้นทางธรรมชาติ ตัวรถแสดงสมรรถนะการขับเคลื่อนที่ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมากนัก ก็สามารถขับผ่านอุปสรรคได้อย่างสะดวกสบาย โหมดการขับขี่ทั้ง 9 โหมด เลือกใช้งานได้หลากหลายมาก โดยรวมแล้วนี่คือ รถ REEV ที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อคันแรกๆ ของตลาดเมืองไทย
ค่าตัวสำหรับรุ่น 2WD Max ราคา 899,900 บาท ราคาพิเศษสำหรับ 1,000 คันแรก 879,900 บาท และรุ่น 4WD Ultra ราคา 999,900 บาท ราคาพิเศษสำหรับ 1,000 คันแรก 979,900 บาท ราคาต่ำกว่าล้าน ! เป็นค่าตัวที่ดีงาม ใครมองหารถกล่องทรงเท่ คันนี้มีจุดขายที่ตอบโจทย์ทั้งใน/นอกเมืองได้อย่างลงตัว
ข้อมูลจำเพาะ
Jaecoo 6T REEV รุ่น 4WD Ultra
ผู้แทนจำหน่าย
บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด
โทร. 0-2020-8899
มิติ และน้ำหนัก
ยาว/กว้าง/สูง (มม.) 4,503/1,783/1,950
ช่วงล้อ หน้า-หลัง (มม.) -/-
ฐานล้อ (มม.) 2,783
น้ำหนัก (กก.) -
เครื่องยนต์
แบบ เบนซิน 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมเทอร์โบ
ความจุ (ซีซี) 1,499
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รตน.) -/-
แรงบิดสูงสุด (กก.ม./รตน.) -/-
มอเตอร์ไฟฟ้า คู่
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รตน.) 428
แรงบิดสูงสุด (นิวทันเมตร) 505
แบทเตอรี
ประเภท ลิเธียม ไอออน ฟอสเฟท (LFP)
ความจุแบทเตอรี (กิโลวัตต์ชั่วโมง) 33.67
ระบบถ่ายทอดกำลัง
เกียร์ (จังหวะ) อัตโนมัติ 1
ขับเคลื่อน (ล้อ) 2 หลัง
ระบบรองรับ
หน้า แมคเฟอร์สันสตรัท
หลัง มัลทิลิงค์ H-ARM
ระบบห้ามล้อ
แบบ ABS, EBD, BAS, BOS, EBA, CST
หน้า จาน มีช่องระบายความร้อน
หลัง จาน
ราคา (บาท)
999,900














