ทดลองขับ
BYD Sealion 5 DM-i ทดลองขับภาค 2 เชียงใหม่ – ภูเก็ต
จากบทพิสูจน์ BYD Sealion 5 DM-i ไฟฟ้า 100 % อยู่ได้ทั้งวัน เมื่อครั้งก่อน ทำให้เรารู้ว่า BYD Blade Battery ขนาด 18.3 kWh ขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้เป็นระยะทางสูงสุด 110 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จได้จริง ด้วยตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 9.9 kWh ต่อ 100 กม. https://www.autoinfo.co.th/online/571816
ภาระกิจคนเมือง
ไฟฟ้าในแบตเตอรี 100 % ก็เพียงพอสำหรับ 1 วันกับชีวิตคนเมือง ที่ต้องออกไปทำงานตั้งแต่เช้า และกลับบ้านมืดค่ำ รวมทั้งชีวิตพ่อแม่ ที่ต้องออกไปส่งลูกไปโรงเรียนทุกเช้า และรับลูกกลับบ้านทุกเย็น ขณะที่วันหยุดต้องพร้อมสำหรับการเดินทางไปพักผ่อนต่างจังหวัด ด้วยเครื่องยนต์ปั่นไฟเพิ่มระยะเดินทางไปได้ถึง 1,200 กม. (น้ำมันเต็มถัง 52 ลิตร)
ภาระกิจการเดินทางไกล
บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขาย รถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ เชิญสื่อมวลชนร่วม กิจกรรมทดลองขับ BYD SEALION 5 DM-i สำหรับสื่อมวลชน บนเส้นทางเชียงใหม่ – ภูเก็ต เป็น ระยะทางไกลมากกว่า 1,500 กิโลเมตร ภายใต้สภาวะการขับขี่จริง
1 Charge 1 Tank Challenge
ครั้งนี้ไม่เพียงจะได้สัมผัสขุมพลัง BYD DM-i เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ยังร่วมลุ้นว่า เมื่อ BYD Sealion 5 DM-i มีไฟฟ้าเต็ม 100 % น้ำมันเต็มถัง จะสามารถขับไปได้ไกลมากแค่ไหน

ข้อกำหนดในการเดินทาง
สมาชิก 3 คนต่อรถ 1 คัน
การขับขี่แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ
- 24 Hr. Eco Extreme Challenge กลุ่มขับขี่ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง
- Comfort Touring Challenge กลุ่มแวะพัก 1 คืน
ก่อนออกเดินทางเติมน้ำมันให้เต็มอีกครั้งจนถึงคอ.. แต่ไฟฟ้าในแบทเตอรีอยู่ที่ 99 %
24 Hr. Eco Extreme Challenge
รายละเอียดการเดินทาง
- ออกจากโรงแรม ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 (ซูปเปอร์ไฮเวย์) มุ่งหน้าจังหวัด ลำพูน
- ถึงจังหวัด ลำพูน ยังคงใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านดอยขุนตาล มุ่งหน้าลำปาง แยกต่างระดับภาคเหนือ แล้วใช้ ทางหลวงหมายเลข 1
- ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านจังหวัด ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ และให้ใช้ถนนหมายเลข 122 (เลี่ยงเมือง นครสวรรค์) กลับมาใช้ถนนหมายเลข 1 ช่วงจังหวัดชัยนาท ใช้ถนนหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) ผ่าน ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา เพื่อเข้าวงแหวนกาญจนา ทางหลวงหมายเลข 9 มุ่งหน้า บางบัวทอง/บางใหญ่
- ถึง บางใหญ่ ใช้ทางด่วน M81 ลง ด่านศรีษะทอง (ด่านที่2) เพื่อใช้ ถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข4 ผ่าน นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี และใช้ถนนบายพาสชะอำหัวหิน (ทางหลวงหมายเลข 37) มุ่งหน้า ปราณบุรี
- หลังจาก ปราณบุรี กลับมาใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่าน ประจวบ เข้า ชุมพร พอถึงแยกปฐมพร เปลี่ยนมาใช้ทางหลวงหมายเลข 41 มุ่งหน้า สุราษฏร์ธานี เพื่อใช้ถนนเซาท์ ซีบอร์ด ถนนหมายเลข 44 ตรงไปจนสุดถนนที่อ่าวลึก จังหวัดกระบี่
- สุดถนนให้ยูเทริน์ ใช้ทางหลวงหมายเลข หมายเลข 44 (ประมาณ 13 กม) เลี้ยวซ้ายใช้ถนนหมายเลข 1002 มุ่งหน้าจังหวัด พังงา และกลับมาใช้ทางหลวงหมายเลข 4 อีกครั้งเพื่อ มุ่งหน้าจังหวัดภูเก็ต ก่อนถึงภูเก็ตจะมีใช้ถนนหมายเลข 4303 และ 402 ตามลำดับ และเข้าสู่ภูเก็ตโดยข้ามสะพานสารสิน มุ่งหน้าจุดหมายปลายทาง โรงแรม โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์
Comfort Touring Challenge
รายละเอียดการเดินทาง
- ออกจากโรงแรม ใช้ทางหลวงหมานเลข 11 (ซูปเปอร์ไฮเวย์) มุ่งหน้าจังหวัด ลำพูน
- ถึงจังหวัด ลำพูน ยังคงใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านดอยขุนตาล มุ่งหน้าลำปาง แยกต่างระดับภาคเหนือ แล้วใช้ ทางหลวงหมายเลข 1
- ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านจังหวัด ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ และให้ใช้ถนนหมายเลข 122 (เลี่ยงเมือง นครสวรรค์) กลับมาใช้ถนนหมายเลข 1 ช่วงจังหวัดชัยนาท เราจะใช้ถนนหมายเลข32 (ถนนสายเอเชีย) ผ่าน ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา เพื่อเข้าวงแหวนกาญจน หวนกาญจนา ทางหลวงหมายเลข 9 มุ่งหน้า บางบัวทอง/บางใหญ่
- ถึงบางใหญ่ ใช้ทางด่วน M81 ลง ด่านศรีษะทอง (ด่านที่2) เพื่อใช้ ถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่าน นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี และใช้ถนนบายพาสชะอำหัวหิน (ทางหลวงหมายเลข 37) มุ่งหน้าปราณบุรี
- นอนพัก 1 คืน โรงแรม ณ เวลา
- ออกจากโรงแรม ณ เวลา ราชบุรี
- หลังจากปราณบุรี กลับมาใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านประจวบ ผ่าน เข้าชุมพร พอถึงแยกปฐมพร เราจะเปลี่ยนมาใช้ทางหลวงหมายเลข 41 มุ่งหน้า สุราษฎร์ธานี เพื่อจะใช้ถนน เซาท์เทร์น ซีบอร์ด ถนนหมายเลข 44 ตรงไปจนสุดถนนที่อ่าวลึก จังหวัดกระบี
- สุดถนนให้ยูเทริน์ ใช้ทางหลวงหมายเลข หมายเลข 44 (ประมาณ 13 กม) เลี้ยวซ้ายใช้ถนนหมายเลข 1002 มุ่งหน้าจังหวัด พังงา และกลับมาใช้ทางหลวงหมายเลข 4 อีกครั้งเพื่อ มุ่งหน้าจังหวัดภูเก็ต ก่อนถึงภูเก็ตจะมีใช้ถนนหมายเลข 4303 และ 402 ตามลำดับ และเข้าสู่ภูเก็ตโดยข้ามสะพานสารสิน มุ่งหน้าจุดหมายปลายทาง โรงแรม โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์
ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านดอยขุนตาล มุ่งหน้าลำปาง
ช่วง 100 กม. แรก BYD Sealion 5 DM-i ใช้ไฟจากแบทเตอรีและไฟจากการรีชาร์จ
นอนพัก 1 คืน โรงแรม ณ เวลา
วันที่ 2 ของการเดินทาง ออกจากโรงแรม ณ เวลา ราชบุรี
ออกจากโรงแรม ณ เวลา ราชบุรี ระยะทางที่เหลือ 844 กม. เหลือน้ำมันขับได้ 814 กม. และแบทเตอรี 50%
หลังจากเดินทางแบบสบายมาเกือบทั้งวัน ช่วงเย็นก็เจอกับอุปสรรคชุดใหญ่ ฝนที่เทลงมาอย่างหนัก ทำเองอัตราสิ้นเปลื้องเพิ่มขึ้น
ถึงโรงแรมที่พักแล้ว แต่น้ำมันและไฟยังไม่หมด ก็ต้องออกไปขับต่อ
ผ่านไป 1 ชม. หลังจากช่องน้ำมันไม่แสดงตัวเลข ยังไม่มีท่าที่ว่าจะหยุด
เครื่องยนต์ดับ ไฟฟ้าหมด จบที่วันที่ 2 ของการขับ BYD Sealion 5 DM-i ได้ระยะทาง 1,847 กม. กับ 1 Charge 1 Tank
สรุปผลทดสอบความประหยัด BYD Sealion 5 DM-i
1 Charge 1 Tank วิ่งเหนือจรดใต้กว่า 1,500 กิโลเมตร
บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ได้พิสูจน์เทคโนโลยีขุมพลัง DM-i (เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้) ใน BYD Sealion 5 DM-i ด้วยการจัดกิจกรรมทดสอบระยะไกลบนเส้นทางจริงจาก เชียงใหม่ ถึง ภูเก็ต ผ่านทั้งหมด 22 จังหวัด รวมระยะทางกว่า 1,500 กิโลเมตร
ความท้าทายหลักของการทดสอบในครั้งนี้คือ การใช้พลังงานเพียงครั้งเดียวตั้งแต่เริ่มต้น โดยรถทุกคันจะได้รับการชาร์จไฟไว้ที่ 99% และเติมน้ำมันเต็มถังปริมาตร 52 ลิตร จากนั้นจะเดินทางยาวไกลจากเหนือจรดใต้โดยไม่มีการแวะชาร์จไฟหรือเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มระหว่างทางแม้แต่ครั้งเดียว
รูปแบบและเงื่อนไขการทดสอบ
การทดสอบครั้งนี้แบ่งสื่อมวลชนออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อเปรียบเทียบสภาวะการขับขี่ที่แตกต่างกัน ภายใต้เส้นทางเดียวกัน
-
กลุ่มขับขี่ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง เน้นทดสอบความทรหดของเครื่องยนต์และระบบไฮบริดที่ทำงานติดต่อกันยาวนาน
-
กลุ่มแวะพัก 1 คืน (ที่จังหวัดราชบุรี) จำลองสถานการณ์การเดินทางไกลท่องเที่ยวหรือทำงานตามสไตล์คนทั่วไป
ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งคือ รถยนต์ทดสอบทุกคันสามารถเดินทางถึงจุดหมายปลายทางที่จังหวัดภูเก็ตได้อย่างปลอดภัยโดยที่พลังงานยังเหลืออยู่ และสามารถวิ่งต่อไปได้อีก โดยมีรถที่สามารถทำระยะทางรวมได้สูงสุดถึง 1,847 กิโลเมตร
ตารางสรุปรายละเอียดสถิติและอัตราสิ้นเปลืองการทดสอบ
จากผลการทดสอบของรถยนต์ทั้ง 2 กลุ่ม (กลุ่มละ 2 คัน) สามารถสรุปตัวเลขความประหยัดและอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดังนี้:
| ข้อมูลสถิติการทดสอบ | กลุ่มขับขี่ต่อเนื่อง 24 ชม. (คันที่ 1) | กลุ่มขับขี่ต่อเนื่อง 24 ชม. (คันที่ 2) | กลุ่มแวะพัก 1 คืน (คันที่ 1) | กลุ่มแวะพัก 1 คืน (คันที่ 2) |
| ระยะทางที่วิ่งได้สูงสุดด้วย 1 Charge 1 Tank |
1,524 กม. |
1,572 กม. |
1,754 กม. |
1,847 กม. |
| อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง |
28.40 กม./ลิตร |
29.29 กม./ลิตร |
32.68 กม./ลิตร |
34.41 กม./ลิตร |
| ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย |
1.37 บาท/กม. |
1.33 บาท/กม. |
1.19 บาท/กม. |
1.13 บาท/กม. |
หมายเหตุ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงคำนวณจากระยะทางที่ใช้จริงและราคาพลังงาน ณ วันทดสอบ
บทวิเคราะห์ผลทดสอบ
-
กลุ่มแวะพัก 1 คืน ทำสถิติความประหยัดได้ดีที่สุด โดยคันที่ประหยัดที่สุดมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันสูงถึง 34.41 กิโลเมตร/ลิตร และคิดเป็นค่าน้ำมันเพียง 1.13 บาท/กิโลเมตร เท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเมื่อขับขี่ในสภาวะที่มีการพักรถ ระบบจัดการพลังงาน DM-i สามารถจัดสรรการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
-
กลุ่มขับขี่ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง แม้จะต้องเผชิญกับการใช้งานเครื่องยนต์และระบบไฮบริดแบบไม่มีหยุดพัก แต่ยังคงทำตัวเลขได้อย่างน่าประทับใจ โดยคันที่ประหยัดที่สุดในกลุ่มนี้มีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 29.29 กิโลเมตร/ลิตร (ค่าน้ำมัน 1.33 บาท/กิโลเมตร) ถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงความทนทานและความเชื่อถือได้ของระบบขับเคลื่อนในระยะยาว
ข้อมูลตัวรถเพิ่มเติม BYD Sealion 5 DM-i มาพร้อมแบตเตอรี่ BYD Blade Battery ขนาด 18.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลสูงสุด 110 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) และเมื่อทำงานร่วมกับน้ำมันเต็มถังจะให้พละกำลังรวมสูงสุด 155 กิโลวัตต์ แรงบิดรวมสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร โดยปัจจุบันเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 759,900 บาท ในรุ่น Dynamic และ 799,900 บาท ในรุ่น Premium
การขับขี่ทางไกล BYD Sealion 5 DM-i
ฟีลลิ่งการขับขี่ ความนั่งสบาย และการเดินทางไกลได้เป็นข้อๆ ดังนี้
1. ฟีลลิ่งการขับขี่ นุ่มนวล สมูท
-
การทำงานของระบบ DM-i (Plug-in Hybrid) ขับดีและสมูทมาก เพราะระบบนี้จะเน้นใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักในการขับเคลื่อน โหมด EV คือเงียบและสมาร์ทเหมือนรถไฟฟ้า 100% พอสลับมาเป็นโหมด HEV (ไฮบริด) ตัวเครื่องยนต์จะเข้ามาช่วยปั่นไฟหรือเสริมแรงแบบนุ่มนวล รอยต่อระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ลื่นไหลจนแทบไม่รู้สึก ไม่กระตุกแบบเกียร์ CVT ทั่วไป
-
เร่งแซงทันใจ กดเป็นมาตามสไตล์รถมีมอเตอร์ไฟฟ้า ขับในเมืองคล่องตัว ทางไกลเร่งแซงมั่นใจ
-
ช่วงล่างเซ็ตมาในโทน "นุ่ม-นวล" ซับแรงกระแทกจากฝาท่อหรือรอยต่อถนนได้ดีมาก เหมาะกับการขับขี่สบายๆ แต่ถ้าเป็นสายมุด แช่วิ่งความเร็วสูงมากๆ หรือสาดโค้งแรงๆ อาจจะรู้สึกว่ามันมีอาการโยนหรือย้วยตามสไตล์รถ SUV ไซส์ใหญ่ น้ำหนักเยอะ ไม่ได้สปอร์ทจ๋า หรือคมกริบขนาดนั้น
2. นั่งสบาย โปร่ง โล่ง แอร์เย็นฉ่ำ
-
พื้นที่ห้องโดยสาร จุดเด่นคือ กว้างขวางมาก ระยะฐานล้อที่ยาวทำให้พื้นที่วางขา (Legroom) ของเบาะหลังเหลือเฟือ ส่วนพื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom) ก็โปร่งสบาย ไม่อึดอัด
-
ตัวเบาะและการรองรับ เบาะนุ่มหนากำลังดี คอนโซลและตัวเบาะโอบรับสรีระได้ค่อนข้างโอเค เบาะหลังองศาเอนกำลังสบาย ก้าวขึ้น-ลงรถง่าย เหมาะกับเป็นรถครอบครัวอย่างแท้จริง
-
ออปชันเพิ่มความสบาย ในรุ่นท็อปมีระบบระบายอากาศเบาะคู่หน้า (Seat Ventilation) ช่วยให้หลังไม่แฉะเวลาขับแดดร้อนๆ แอร์เย็นทั่วถึง และเก็บเสียงในห้องโดยสารทำได้ค่อนข้างดีที่ความเร็วต่ำถึงปานกลาง
3. การเดินทางไกล "ราชาแห่งความอุ่นใจ" ประหยัดและไร้กังวล
-
ระยะทางสูงสุด เคลมว่าน้ำมัน 1 ถัง + แบทเตอรีเต็ม ชาร์จวิ่งได้ไกลทะลุ 1,000+ กิโลเมตร (ใช้งานจริงเปิดแอร์ ขับ 100-120 กม./ชม. โหมด HEV จะได้ตัวเลขอัตราประหยัดเฉลี่ยแถวๆ 20-25 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าประหยัดมากสำหรับ SUV คันใหญ่ขนาดนี้)
-
หมดห่วงเรื่องที่ชาร์จ เดินทางไกลข้ามจังหวัดไม่ต้องไปแย่งตู้ชาร์จกับรถ EV 100% ในช่วงเทศกาล แวะเติมน้ำมัน 3 นาทีก็ไปต่อได้เลย
-
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ระบบ Adaptive Cruise Control (ACC) ทำงานได้เนียน ช่วยลดความเหนื่อยล้าเวลาขับขี่ทางตรงยาวๆ ได้ดีมาก
สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
-
กำลังไฟในการชาร์จ (Charging Speed): ตัวรถรองรับการชาร์จ AC สูงสุดเพียง 3.3 kW (ใช้เวลาชาร์จนานหน่อย เหมาะกับเสียบทิ้งไว้ที่บ้านข้ามคืน) และชาร์จ DC (Fast Charge) สูงสุดประมาณ 18 kW ซึ่งถ้าไปชาร์จตามปั๊มระหว่างเดินทางไกลอาจจะใช้เวลาเกือบชั่วโมง ไม่ได้ปุ๊บปั๊บเต็มเหมือนรถ EV ล้วน ดังนั้นเวลาเดินทางไกล แนะนำให้เน้นใช้น้ำมันวิ่งโหมด Hybrid ไปเลยจะสะดวกที่สุด
-
พฤติกรรมการใช้รถ: รถคันนี้จะคุ้มค่าที่สุดถ้าคุณมีจุดชาร์จไฟที่บ้าน ขับไปทำงานไป-กลับวันละ 40-60 กม. โดยใช้ไฟฟ้า 100% แทบไม่ต้องใช้น้ำมันเลย แล้วค่อยใช้น้ำมันตอนไปเที่ยวต่างจังหวัด
สรุปสั้นๆ
ถ้าโจทย์ของคุณคือ รถครอบครัวคันใหญ่ ขับนุ่มนวล นั่งสบาย แอร์เย็น ประหยัดค่าน้ำมันในเมือง และ "เดินทางไกลแบบไร้ความกังวลเรื่องแบตหมด" BYD Sealion 5 DM-i ตอบโจทย์ตรงนี้ได้อย่างดี















