ธุรกิจ
ข่าวเด่นรอบสัปดาห์/15 Aug 2026
ข่าวเด่นสัปดาห์นี้ หลายค่ายกระตุ้นตลาดช่วงครึ่งหลัง เปิดตัวรถใหม่กันอย่างร้อนระอุ พร้อมสร้างความหลากหลายด้วยการบริการ ที่พร้อมรุกตลาด สร้างยอดขายให้เติบโตเพิ่มขึ้นHighlight
Geely เปิดตัว Starray EM-R ครั้งแรกของโลก
บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ Geely อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดตัว Geely Starray EM-R เอสยูวีพลังงานทางเลือกใหม่ ด้วยเทคโนโลยี EM-R ครั้งแรกของโลก ที่มอบอิสระในการเลือกใช้พลังงานได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งการชาร์จพลังงานไฟฟ้า และการเติมน้ำมันตามความเหมาะสมของการเดินทาง เพื่อเสริมความมั่นใจในทุกเส้นทาง พร้อมเปิด Geely Flagship Showroom แห่งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางการนำเสนอรถยนต์เทคโนโลยี และบริการของแบรนด์ Geely อย่างครบวงจร ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานระดับสากล และประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการเป็นเจ้าของรถยนต์ ด้วยความแข็งแกร่ง และประสบการณ์ยาวนานกว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรี
กุลชาติ ชุติเชาวน์กุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว Geely Starray EM-R ครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ Geely ต่อศักยภาพของตลาดไทย ในฐานะตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาค เราเข้าใจดีว่า ผู้บริโภคต้องการรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิตทั้งดีไซจ์นอันโดดเด่น สมรรถนะ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความคุ้มค่าพร้อมความยืดหยุ่นในการเดินทางที่มากขึ้น Geely Starray EM-R จึงได้รับการพัฒนาอย่างใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ผู้ขับขี่พร้อมรับมือกับทุกเส้นทางได้อย่างมั่นใจ นี่ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่คือ อีกก้าวสำคัญของเราในการนำเสนอนวัตกรรมที่เข้าใจผู้บริโภคไทย และสร้างทางเลือกแห่งการเดินทางที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น
Geely Starray EM-R รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) พลังงานทางเลือกใหม่ ที่จะทำให้คุณสามารถกำหนดทุกเส้นทางในชีวิตได้ ตามแนวคิด “The Flow You Own ทุกเส้นทาง..กำหนดได้” ด้วยเทคโนโลยี EM-R ใหม่ล่าสุดจาก Geely ผสานการทำงาน 2 ระบบ ไฟฟ้า และน้ำมัน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100 % แบบ Range Extended Electric Vehicle (REEV) ที่ให้ผู้ขับขี่เลือกใช้พลังงานได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งการชาร์จไฟฟ้า หรือเติมน้ำมันตามความเหมาะสม พร้อมมอบระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 104.8 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC)
ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเทคโนโลยีเฉพาะของ Geely แบบ 11-in-1 ที่มีน้ำหนักเบาประหยัดพลังงาน แต่ยังคงเปี่ยมด้วยสมรรถนะ มอบกำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 262 นิวทันเมตร พร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมดไฟฟ้าล้วน (Pure) โหมดไฮบริด (Hybrid) และโหมดพละกำลัง (Power) ให้การตอบสนองที่ทรงประสิทธิภาพในทุกรูปแบบการเดินทาง ทั้งในเมือง และการเดินทางระยะไกล เสริมความมั่นใจในการขับขี่ด้วยโครงสร้างอันแข็งแกร่งบนพแลทฟอร์มอัจฉริยะ GEA (Global Intelligent New Energy Architecture) พร้อมระบบช่วงล่างหลังแบบมัลทิลิงค์ อัดแน่นด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะรอบคัน ADAS L2 และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน มอบความอุ่นใจในทุกเส้นทาง
โดดเด่นด้วยดีไซจ์นสะท้อนความแข็งแกร่ง ทรงพลังในแบบเอสยูวี ยกระดับความพรีเมียมที่เข้าถึงได้ ด้วยหลังคากระจกพาโนรามิคแบบเปิด-ปิดได้ พร้อมม่านหลังคาไฟฟ้า ห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน รองรับการใช้งานได้หลากหลาย กว้างขวาง และสะดวกสบาย ด้วยระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และเบาะคู่หน้าพร้อมระบบปรับไฟฟ้า และระบายอากาศ ล้ำสมัยด้วยจอแสดงผล 3 ตำแหน่ง และยังมาพร้อมระบบเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทั้ง Apple Car Play, Android Auto และ Geely แอพพลิเคชัน ตอกย้ำความอเนกประสงค์ ที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ด้วยพื้นที่บรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ถึง 2,065 ลิตร
Geely Starray EM-R พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Pro ราคา 699,900 บาท และรุ่น Max ราคา 799,900 บาท โดยมีตัวเลือกสีภายนอกทั้งหมด 4 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงิน Glacier Blue, สีขาว Alphine White, สีเงิน Cloudveil Silver และสีเทา Volcanic Grey และสีภายในสีดำ ที่ช่วยสะท้อนบุคลิกของผู้ขับขี่ในแบบที่แตกต่าง ทั้งความเรียบหรู ความทันสมัย และความพรีเมียมในทุกมุมมอง
Geely เปิดตัว Flaship Showroom แห่งแรกในประเทศไทย
เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ Geely อย่างครบวงจร ธนบุรีนอยสเตินฯ เปิดตัว Geely Flagship Showroom แห่งแรกในประเทศไทย บนถนนศรีนครินทร์ โดยเป็นพื้นที่ที่รวบรวมการจัดแสดงรถยนต์ เทคโนโลยี และบริการของ Geely ไว้อย่างครบถ้วนตั้งแต่การรับชมรถ ทดลองขับ ขอคำปรึกษา ส่งมอบรถ ไปจนถึงบริการหลังการขาย
นอกจากเป็นโชว์รูม และศูนย์บริการที่ได้รับการรับรองจาก Geely แล้ว สถานที่แห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ฝึกอบรม และพัฒนาทักษะสำหรับที่ปรึกษาการขาย และช่างซ่อมบำรุง พร้อมเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ เพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญ ยกระดับคุณภาพการบริการ และสนับสนุนความพร้อมของเครือข่ายผู้จำหน่าย Geely เปิดตัว Starray EM-R ครั้งรกของโลก ในประเทศไทย เพื่อให้ลูกค้าได้รับการดูแลอย่างมั่นใจในทุกช่วงเวลาสำคัญของการเป็นเจ้าของรถยนต์ Geely
“การเปิด Geely เปิดตัว Starray EM-R ครั้งรกของโลก Flagship Showroom แห่งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของธนบุรีนอยสเตินฯ ในการสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ Geely เปิดตัว Starray EM-R ครั้งรกของโลก ที่สะดวก และครบวงจรมากยิ่งขึ้น เรานำจุดแข็งในศักยภาพด้านเทคโนโลยี และคุณภาพการผลิตของ Geely เปิดตัว Starray EM-R ครั้งรกของโลก มาผสานกับความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจผู้บริโภคไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรี ภายใต้แนวคิด "แบรนด์จีน หัวใจไทย" เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับโลก และบริการที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนไทย พร้อมสร้างความมั่นใจ และความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว”
บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการให้บริการที่เป็นระบบ โปร่งใส และเข้าถึงง่าย ตั้งแต่การนัดหมายเข้ารับบริการ การให้คำปรึกษา การตรวจสอบ และบำรุงรักษาด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง การบริหารจัดการอะไหล่ ไปจนถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวก และความอุ่นใจในทุกการใช้งาน
..............................................................................................................................
Lexus เปิดตัว “The All-New Lexus ES”
Lexus เปิดตัว “The All-New Lexus ES” ยนตรกรรมซีดานหรู Experience Elegant and Electrified Sedan นิยามใหม่แห่งความเหนือระดับ
ศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ Lexus Group บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า Lexus ES (Executive Sedan) คือ ยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลาง ซึ่ง Lexus ES รุ่นแรกถือกำเนิดขึ้นพร้อมเปิดตัวแบรนด์ Lexus คู่กับ Lexus LS เมื่อปี 2532 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นับจากนั้นมา Lexus ES ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จากความโดดเด่นด้านความนุ่มนวลในการขับขี่ และความเงียบภายในห้องโดยสาร และพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง และกลายเป็น DNA สำคัญที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ประเทศไทย ได้เริ่มทำการแนะนำ Lexus ES เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2537 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ด้วยการเป็นรถซีดานหรู โดดเด่นด้านความสะดวกสบายเหนือระดับ และความประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ชื่นชอบ และมอบความไว้วางใจให้แก่ยานยนต์ที่มาพร้อมความหรูหราสง่างาม อีกทั้งนี้รถรุ่นนี้ยังเป็นที่รักในกลุ่มผู้บริหารชาวไทย
The All-New Lexus ES ภายใต้แนวคิด “Experience Elegant and Electrified Sedan”
“ The All-New Lexus ES เจเนอเรชันที่ 8 ได้รับการออกแบบ และพัฒนาใหม่ทั้งหมดสะท้อนวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนแห่งอนาคตของ Lexus ได้อย่างชัดเจน โดยเป็นทั้งรถยนต์ไฟฟ้า BEV รุ่นที่ 2 ของ Lexus และรถซีดาน BEV รุ่นแรกของแบรนด์ภายใต้แนวคิด “Experience Elegant and Electrified Sedan” นิยามใหม่แห่งความเหนือระดับ ซึ่งผสานความสง่างาม เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะการขับขี่ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว มาพร้อม 5 จุดเด่นสำคัญ ได้แก่
1. “การออกแบบที่สะท้อนความสง่างามร่วมสมัย” (Distinctive Elegant Design): The All-New Lexus ES โดดเด่นด้วยงานออกแบบใหม่ที่สะท้อนความสง่างามในแบบร่วมสมัย กับดีไซจ์น Spindle Body เจเนอเรชันใหม่ ไฟหน้า Twin L Signature Lamp และไฟท้าย Slim Light Bar ขณะที่ห้องโดยสารถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Clean Tech and Elegant มอบบรรยากาศที่หรูหรา โปร่งสบาย และตอบโจทย์ทุกประสาทสัมผัสตามแบบฉบับ Lexus
2. “ทางเลือกของระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย” (Choice of Powertrain): The All-New Lexus ES มาพร้อมทางเลือกทั้งระบบ Hybrid 2.5 ลิตร เจเนอเรชันใหม่ และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า BEV ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าพร้อมสะท้อนแนวทาง Multi-Pathway Strategy ของ Lexus ในการเดินหน้าสู่ความยั่งยืนควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ แบทเตอรีไฟฟ้าของรถทุกคัน จะมีการกำจัดอย่างถูกต้อง ผ่านบริษัทที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน
3. “เทคโนโลยีล้ำสมัยเหนือระดับ” (State-of-the-Art Technology): ภายในอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น Hidden Switches ระบบ Electro-Shiftmatic ระบบ Multimedia เจเนอเรชันใหม่รวมถึงเครื่องเสียง Mark Levinson ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ตลอดการเดินทาง
4. “ความปลอดภัยอัจฉริยะ” (Advance Safety): Lexus Safety System+ 4.0 ที่ช่วยเสริมความปลอดภัย และความมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล่าสุดของ Lexus
5. “สมรรถนะการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ” (Perfectly Balanced Performance): The All-New Lexus ES ยังคงรักษาเอกลักษณ์ Lexus Driving Signature ไว้อย่างครบถ้วน ด้วยการตอบสนองที่นุ่มนวล มั่นใจ และสนุกในการขับขี่พร้อมมอบสมดุลที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้บริหารยุคใหม่
The All-New Lexus ES กับกลยุทธ์การตลาดยุคใหม่ เชื่อมต่อประสบการณ์ลูกค้าทุกมิติ
การเปิดตัว The All-New Lexus ES ในครั้งนี้ Lexus ใช้แนวคิดการสื่อสาร “Statement Made” นิยามใหม่แห่งความเหนือระดับ เพราะเราเชื่อว่าความหรูหราที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงสิ่งที่มองเห็น แต่เป็นความมั่นใจ และรสนิยมที่สะท้อนออกมาอย่างมีระดับโดยจะขับเคลื่อนการสื่อสารผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ สื่อดิจิทอล พันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึง Friends of Lexus เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ และคุณค่าของ All New Lexus ES ไปยังกลุ่มลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับลูกค้าที่สนใจ The All-New Lexus ES ขอเชิญทุกท่าน มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ Lexus Electrified Roadshow ณ Sphere Gallery 2 ชั้น 2 ศูนย์การค้า Emsphere ระหว่างวันที่ 14-16 สิงหาคม 2569 และขอเชิญร่วมงาน Showroom Roadshow ที่โชว์รูม Lexus อย่างเป็นทางการทั้ง 3 แห่ง ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2569 ภายในงานลูกค้าสามารถทดลองขับ และสัมผัสความแตกต่างของ The All-New Lexus ES ได้ด้วยตนเอง”
The All-New Lexus ES มาพร้อมทางเลือก 2 ขุมพลัง ระบบ Hybrid 2.5 ลิตร เจเนอเรชันใหม่ และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า BEV พร้อมตัวเลือกสีภายนอก-ภายใน โดยมีราคาอย่างเป็นทางการดังนี้
Lexus ES 350e Premium ราคา 3,290,000 บาท
ES 360h Grand Lixury 3,890,000 บาท
พิเศษสำหรับช่วงเปิดตัว
แคมเปญพิเศษ ซื้อรถช่วงเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 13-31 สิงหาคม 2569
รับฟรี !! แพคเกจซ่อมบำรุง Lexus Exclusive Package (LXP) แบบ Standard (มูลค่า 50,000 บาท)
• ฟรีค่าแรงเชคระยะเพิ่มเติม จาก 60,000-100,000 กม. หรือ 5 ปี (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
• ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์เป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
• บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. ตลอด 5 ปี
.....................................................................................................................
“Luxeed” พร้อมเปิดตัวในไทย ไตรมาส 4 นี้
Luxeed แบรนด์รถยนต์ระดับไฮเอนด์จาก Chery Group เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในไตรมาส 4 ของปีนี้ พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่ตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ผ่านยนตรกรรมระดับไฮเอนด์ที่ผสานความหรูหราเหนือระดับ เข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อผู้ขับขี่ สร้าง "นิยามใหม่แห่งความลักชัวรี" พร้อมเปลี่ยนทุกโมเมนท์การเดินทางให้กลายเป็นความประทับใจที่เหนือความคาดหมาย
การเปิดรับนิยามใหม่ของรถยนต์ระดับพรีเมียมกำลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ผลสำรวจของ McKinsey Mobility Consumer Pulse 2026 จากผู้ใช้ยานยนต์ และระบบการเดินทางมากกว่า 20,000 คนใน 5 ตลาดสำคัญ พบว่า 34 % ของผู้ตอบแบบสำรวจในกลุ่มพรีเมียมมีแนวโน้มเปลี่ยนแบรนด์ในการซื้อรถครั้งถัดไป ขณะที่ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driver Assistance Systems: ADAS) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน และระบบดิจิทอล และซอฟท์แวร์ภายในรถมีความสำคัญมากขึ้นในฐานะปัจจัยสร้างความแตกต่างของแบรนด์ ความเปลี่ยนแปลงนี้เปิดพื้นที่ให้แก่แบรนด์ที่สามารถเปลี่ยนนวัตกรรมให้เป็นคุณค่าที่ผู้ใช้สัมผัสได้จริง และนั่นคือ พื้นที่ที่ Luxeed สามารถเข้ามาเติมเต็มความต้องการของตลาดได้
ชื่อที่นิยามตัวตนของแบรนด์อย่างชัดเจน
Luxeed เกิดจากการผสานคำว่า Luxury และ Exceed เพื่อถ่ายทอดความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนคำนิยามความลักชัวรีแบบเดิมๆ สู่ความลักชัวรีรูปแบบใหม่ที่สร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าความคาดหวังอยู่เสมอ โดยมีเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมาสร้างความลักชัวรีในยุคของนวัตกรรมอันชาญฉลาด ผ่านระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ การเชื่อมต่อประสบการณ์กับรถอย่างไร้รอยต่อ ห้องโดยสารอัจฉริยะที่ทำให้การใช้รถเป็นธรรมชาติ และเข้าใจผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานด้านคุณภาพ ความประณีตในรายละเอียด และประสบการณ์การเป็นเจ้าของได้อย่างแท้จริง สำหรับ Luxeed คำว่า "Exceed" คือ ความกล้าที่จะท้าทายกรอบเดิม การสร้างความประทับใจที่ผู้ใช้ไม่คาดคิด และการพัฒนารถยนต์อัจฉริยะที่สามารถยกระดับประสบการณ์ได้อย่างต่อเนื่องผ่านนวัตกรรม และการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง
ภายใต้แนวคิด “Enlighten Driving Pleasure” Luxeed เชื่อว่าเทคโนโลยีอัจฉริยะกำลังเปลี่ยนความหมายของความลักชัวรีในรูปแบบใหม่ สำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านยนตรกรรมที่จะมาจุดประกายพื้นที่แห่งความสุข และความพึงพอใจในการขับขี่ และการเดินทางให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง
ความน่าเชื่อถือจากรากฐานระดับโลกของ Chery Group
เบื้องหลังวิสัยทัศน์ของ Luxeed คือ ศักยภาพของ Chery Group ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 และเดินหน้าวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตนเอง ควบคู่กับการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกมาตลอดเกือบ 3 ทศวรรษ ในปี 2568 กลุ่มบริษัทมียอดขายทั่วโลกกว่า 2.8 ล้านคัน และส่งออกรถยนต์ 1.34 ล้านคัน พร้อมครองอันดับ 1 ด้านการส่งออกรถยนต์นั่งของจีนต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 ขณะที่ Chery Automobile เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อเดือนกันยายน 2568 และ Chery Group ขยับขึ้นสู่อันดับ 233 ในการจัดอันดับ Fortune Global 500 ประจำปี 2568
ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2569 Chery Group มียอดขายสะสมทั่วโลกทะลุ 20 ล้านคัน สะท้อนทั้งขนาดการดำเนินงาน ความสามารถด้านเทคโนโลยี และประสบการณ์ในตลาดสากล ฐานความแข็งแกร่งดังกล่าวจะสนับสนุน Luxeed ในฐานะแบรนด์ระดับไฮเอนด์ของกลุ่ม เพื่อสร้างรถยนต์สำหรับกลุ่มผู้นำ และผู้บุกเบิกแห่งยุคที่มองหาความลักชัวรีรูปแบบใหม่ ล้ำสมัย และขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต
จิน หลิว รองผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ Luxeed ประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับ Luxeed ความลักชัวรีไม่ควรหยุดอยู่ที่ตราสัญลักษณ์ แต่ยังต้องหมายถึงยานยนต์ที่ฉลาดขึ้น เข้าใจผู้ใช้มากขึ้น และยกระดับประสบการณ์ในทุกการเดินทาง การเข้ามาในประเทศไทยของเราจึงไม่ใช่เพียงการแนะนำแบรนด์รถยนต์ใหม่ แต่เราตั้งใจนำความลักชัวรีที่จะเข้ามามอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายยิ่งกว่าเดิมให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการศึกษาตลาด และการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าระดับไฮเอนด์อย่างลึกซึ้ง เราเชื่อมั่นว่า Luxeed จะเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดในตลาดรถยนต์ลักชัวรีในไทย ที่มาพร้อมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี คุณภาพ งานออกแบบที่ประณีต ความสะดวกสบาย และประสบการณ์แบบไร้รอยต่อภายในห้องโดยสาร เพื่อสร้างนิยามใหม่ของความลักชัวรีที่ผู้ใช้สัมผัสได้จริง
จุดเริ่มต้นสำคัญของการเดินทางระดับโลกในประเทศไทย
ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศกลุ่มแรกของโลก และเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของ Luxeed ด้วยสถานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการเป็นตลาดรถพวงมาลัยขวาที่สำคัญ โดย Luxeed ตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างกรอบการเติบโตอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการสร้างแบรนด์ การแนะนำผลิตภัณฑ์ การขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย และการบริการหลังการขาย เพื่อมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องกันตลอดการเป็นเจ้าของของลูกค้า
ปัจจุบัน Luxeed มียนตรกรรมที่น่าจับตามองด้วยกัน 2 รุ่นที่ได้เปิดตัว และเผยโฉมไปแล้วในประเทศจีนเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่ว่าจะเป็น Luxeed V9 รถ MPV ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เผยโฉมครั้งแรกในงาน Auto China 2026 โดย V9 ถือเป็นรถยนต์ MPV พลังงานใหม่ (New Energy MPV) ที่ทำยอดส่งมอบสะสมครบ 10,000 คันได้เร็วที่สุดในประเทศจีน และ Luxeed RX รถยนต์สปอร์ทคูเปสมรรถนะสูง ที่สร้างกระแสและความตื่นเต้นในตลาดจีนอย่างล้นหลาม
เตรียมสัมผัสความลักชัวรีรูปแบบใหม่ และพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของแบรนด์ Luxeed ในไทย พร้อมกันไตรมาส 4 ปีนี้
..............................................................................................................................
Omoda & Jaecoo ประกาศทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง
Omoda & Jaecoo (ประเทศไทย) ประกาศทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง หลังสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ด้วยยอดจำหน่ายรวมกว่า 13,000 คัน โดยมี Jaecoo 5 EV คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60 % ของยอดจำหน่ายทั้งหมด และล่าสุดครองอันดับ 1 ในกลุ่มรถไฟฟ้า ด้วยยอดจดทะเบียนรวมกว่า 3,200 คันในเดือนกรกฎาคม 2569 สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อแบรนด์ ควบคู่กับการเดินหน้าส่งมอบรถยนต์ และขยายกำลังการผลิตในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้า และยกระดับการให้บริการในระยะยาว
ครึ่งปีหลัง Omoda & Jaecoo จะขับเคลื่อนการเติบโตด้วยเทคโนโลยีเป็นแกนหลัก เดินหน้าตอกย้ำบทบาท REEV Pioneer ด้วยการผลักดันให้เทคโนโลยี REEV (Range-Extended Electric Vehicle) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย ผ่าน Jaecoo 6T REEV ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดี มอบประสบการณ์การขับขี่แบบรถไฟฟ้า พร้อมเพิ่มระยะทางการเดินทางด้วยระบบผลิตกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติจากเครื่องยนต์เมื่อแบทเตอรีมีระดับพลังงานต่ำ ช่วยลดข้อกังวลด้านการชาร์จ และตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเมือง และการเดินทางไกล พร้อมพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้ใช้ยุคใหม่ ผ่านเทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ Super AI Cockpit ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ด้าน AI Mobility และยกระดับประสบการณ์การเดินทางที่เข้าใจผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้ายกระดับการดูแลลูกค้าในทุกมิติของการเป็นเจ้าของรถ ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งด้านบริการหลังการขาย และเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาทักษะของบุคลากร การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอะไหล่ และศูนย์บริการ รวมถึงการยกระดับเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อมอบมาตรฐานการบริการที่สร้างความเชื่อมั่น และความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า
บิล จาง รองประธานแบรนด์ Omoda & Jaecoo ประเทศไทย กล่าวว่า ความสำเร็จในครึ่งปีแรกถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้าชาวไทยมีต่อ Omoda & Jaecoo ในครึ่งปีหลังเรามุ่งพัฒนาแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ การบริการ รวมถึงคุณภาพของเครือข่ายผู้จำหน่าย เราจะเดินหน้าในฐานะ REEV Pioneer เพื่อผลักดันเทคโนโลยี REEV ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้บริโภคชาวไทย เราเชื่อมั่นว่าความยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากเทคโนโลยีที่มีความชัดเจน อัตลักษณ์แบรนด์ที่แข็งแกร่ง ความพึงพอใจของลูกค้า และการส่งมอบมาตรฐานเดียวกันผ่านผู้จำหน่ายทุกแห่งอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อต่อยอดความสำเร็จในช่วงครึ่งปีแรก Omoda & Jaecoo เดินหน้าแคมเปญ “Right Deal Right Now” ตลอดเดือนสิงหาคม มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ Jaecoo 6T REEV ในราคาเริ่มต้นเพียง 879,900 บาท สำหรับรุ่น 2WD และ 979,900 บาท สำหรับรุ่น 4WD พร้อมโอกาสสุดท้ายในการเป็นเจ้าของ Jaecoo 5 EV ในราคาเพียง 579,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด อีกทั้งเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมงาน Big Motor Sale 2026 ระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคม 2569
Toyota แนะนำรถโดยสารอเนกประสงค์ Coaster
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถโดยสารอเนกประสงค์ Toyota Coaster รุ่นใหม่ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย และเน้นความปลอดภัยของผู้โดยสาร ตอบสนองนโยบายภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางในรถโดยสารสาธารณะ นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่กำลังมองหารถโดยสารอเนกประสงค์ เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจการเดินทาง อาทิ ธุรกิจการท่องเที่ยว และการโรงแรม รถโดยสารรับ-ส่ง รถที่ใช้ในหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เป็นต้น
รถโดยสารอเนกประสงค์ Toyota Coaster ประกอบ และนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ได้รับความไว้วางใจจากภาคธุรกิจ และหน่วยงานด้านการขนส่งในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยชื่อเสียงด้านความทนทาน ความปลอดภัย และความสะดวกสบายในการเดินทาง ทำให้ Coaster กลายเป็นหนึ่งในรถโดยสารขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ประกอบการ โรงแรม รีสอร์ท สถานศึกษา รวมถึงองค์กรภาครัฐ และเอกชน
ดีไซจ์นภายนอก
- กระจังหน้า และกันชนหน้า ออกแบบให้มีเอกลักษณ์ กลมกลืน เข้ากันอย่างลงตัว
- ชุดไฟหน้าพร้อมไฟตัดหมอกขนาดใหญ่ เพื่อการส่องสว่างที่กว้างไกล และทัศนวิสัยที่ดีของการเดินทาง
- ชุดไฟท้ายพร้อมไฟเบรค ส่องสว่างในระยะไกล เพิ่มความปลอดภัยให้รถตามหลังมองเห็นได้ชัดเจน
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในรถโดยสารอเนกประสงค์ ความลงตัวของการเดินทาง
- ใหม่ USB-Type C 6 ตำแหน่ง บริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้านขวา รองรับทุกการเชื่อมต่อของผู้โดยสารตลอดเส้นทาง
- กระจกมองมุมด้านหน้า และมองหลัง ลดจุดอับสายตาสำหรับผู้ขับขี่ ทั้งขณะเดินทาง และจอดรถ
- หน้าต่างบานใหญ่รอบคัน เปิดทัศนวิสัยแห่งการเดินทางให้ผู้โดยสาร
- ไฟส่องสว่างบันไดข้าง เพิ่มความปลอดภัยในขณะก้าวขึ้น-ลงในเวลากลางคืน
- ระบบปรับอากาศทุกที่นั่ง กระจายความเย็นสบายได้อย่างทั่วถึง พร้อมระบบระบายความร้อนจากด้านบน
เครื่องยนต์ใหม่ GD 2.8 ลิตร !!! ที่สุดของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ ทนทาน ทรงพลัง ให้แรงบิดสูง ประหยัดดีเยี่ยม
- ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวทันเมตร
- ผ่านมาตรฐานการปล่อยมลพิษ Euro 5 ไอเสียต่ำ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- ใหม่ระบบส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับง่าย ขับสบาย
ความปลอดภัยสูงสุด อุ่นใจทุกการเดินทาง
- โครงสร้างตัวถังพร้อมคานเสริมนิรภัย ออกแบบให้แข็งแกร่ง กระจายแรงกระแทกจากการชนได้ดี
- โครงสร้างแชสซีส์ และเหล็กกันโครงหน้า-หลัง ทนทาน รองรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม พร้อมสมรรถนะในการทรงตัว
- เข็มขัดนิรภัย 3 จุดทุกที่นั่ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร
- ถุงลมเสริมความปลอดภัย 2 ตำแหน่ง ระบบปกป้องผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า
- ระบบเบรค ABS (Anti-Lock Braking System) ป้องกันล้อลอค และลื่นไถลทำให้สามารถควบคุมรถ และหลบเลี่ยงสิ่งกีดขวางได้เมื่อรถเบรคกะทันหัน
- ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control) ขณะเข้าโค้งบนถนนที่เปียกลื่น ระบบจะส่งแรงเบรคไปยังแต่ละล้อแบบอัตโนมัติป้องกันสภาวะการหลุดโค้ง
- ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่ง ลอคคันเร่งอัตโนมัติ ป้องกันรถเคลื่อนที่ขณะที่ประตูผู้โดยสารปิดไม่สนิท
- ระบบประตูไฟฟ้าพร้อมสัญญาณเตือน และป้องกันการหนีบ (Jam Protection)
- ไฟแสดงตำแหน่งตัวรถด้านข้าง สะดวก ปลอดภัยสำหรับผู้โดยสาร และผู้ร่วมทาง
..............................................................................................................................
Mitsubishi ส่ง "Mitsuru" เชื่อมแนวคิด Enjoy the Ride
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด รีเฟรชภาพลักษณ์แบรนด์ด้วย Mitsuru Brand Ambassador ใหม่ ! ในโอกาสเฉลิมฉลองการครบรอบ 65 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยโดย “Mitsuru” ถือเป็นตัวแทนของแนวคิด “Enjoy the Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Mitsubishi Motors ในฐานะ “แบรนด์ที่ช่วยยกระดับ และเติมเต็มการใช้ชีวิต” ผ่านการเชื่อมโยง
แบรนด์เข้ากับผู้คนในรูปแบบที่ทันสมัย และเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น
พร้อมส่งต่อเรื่องราวของแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และประสบการณ์ลูกค้า รวมถึงถ่ายทอดพลังแห่งความสนุกสนาน และแรงบันดาลใจให้ทุกเจเนอเรชัน พร้อมต่อยอดคาแรคเตอร์ให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ผ่านชุดสติคเกอร์ไลน์สุดเอกซ์คลูซีฟ “Enjoy the Ride with Mitsuru!” ที่จะพาความจอยไปอยู่ในทุกบทสนทนา
“Mitsuru เป็นเด็กหนุ่มพลังงานสูง (The Energetic Boy) ผู้เปี่ยมด้วยพลังบวก รักการเดินทาง ชื่นชอบการผจญภัย และเปิดรับประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ โดยความหมายของชื่อ Mitsuru เกิดจากการผสมคำว่า Mitsu จากชื่อ Mitsubishi แบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคย ซึ่งเมื่อได้ยินแล้วสะท้อนถึงความใกล้ชิด และเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้ทันที และ Ru เสียงลงท้ายในแบบภาษาญี่ปุ่น สื่อถึงรากฐานความน่าเชื่อถือ และความสมบูรณ์
โดยเมื่อรวมกันแล้ว “Mitsuru จึงเป็นชื่อที่ออกเสียง และจดจำได้ง่าย หลอมรวมความเป็น Mitsubishi แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น ประกอบกับความคุ้นเคยของผู้บริโภคชาวไทยไว้ด้วยกัน แม้จะมีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น แต่ Mitsuru ได้รับการหล่อหลอมให้เติบโต และใช้ชีวิตในประเทศไทย จึงเข้าใจผู้คน วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ของคนไทยได้เป็นอย่างดี เปรียบเสมือน Mitsubishi Motors ที่ดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมไทย และได้รับความไว้วางใจมายาวนานกว่า 65 ปี
เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจาก Mitsubishi Motors ตั้งแต่การใช้ชีวิต การขับขี่ เทคโนโลยี ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย Mitsuru ได้รับการออกแบบให้มี 4 คาแรคเตอร์ เริ่มจาก Master คาแรคเตอร์ออริจินอลของ Mitsuru ที่ให้ความมั่นใจ พร้อมพาทุกคนออกไป “จอยได้ทุกเส้นทาง” ต่อด้วย Motorsport คาแรคเตอร์ที่ตอกย้ำดีเอนเอแห่งการผจญภัย ความมุ่งมั่น และความกล้าที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ผ่านลุคนักแข่ง Mitsubishi Ralliart Team เจ้าของแชมพ์ประเภท Overall และประเภททีม จากการแข่งขัน Asia Cross Country Rally 2025
สำหรับ HEV มาด้วยคาแรคเตอร์โทนสีฟ้าตามแนวคิด Mitsubishi e:Motion ที่ผสาน 3 เทคโนโลยีการขับขี่ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลล์ไฮบริด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อน และสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control-AYC) ซึ่งเป็นจุดเด่นของไลน์อัพรถยนต์ไฮบริดอย่าง Mitsubishi Xforce HEV และ Mitsubishi Xpander และ Xpander Cross HEV ปิดท้ายด้วย AFS (After-Sales Service) คาแรคเตอร์ช่างเทคนิคมืออาชีพ ที่พร้อมดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจ จริงใจ และพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตามแบบฉบับจิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น หรือ Omotenashi ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 180 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจ และได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดตลอดการใช้งาน
Mitsuru จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการสื่อสารเรื่องราวของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย)ฯ ทั้งบนพแลทฟอร์มดิจิทอล กิจกรรมทางการตลาด และประสบการณ์หลากหลายรูปแบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ในแบบฉบับ “Enjoy the Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” ไปด้วยกัน
เติมความจอยกับ Mitsuru ผ่านชุดสติคเกอร์ไลน์สุดเอกซ์คลูซีฟ “Enjoy the Ride with Mitsuru!” เพียงเพิ่มเพื่อน Line Official Account: @MitsubishiMotorsTh หรือที่ https://mmth.site/4w29tZS และดาวน์โหลดสติคเกอร์ฟรีทันทีได้ที่ https://line.me/S/sticker/37641 ตั้งแต่วันนี้-26 สิงหาคม 2569
..............................................................................................................................
ไทยฮอนด้าฯ ประกาศกลยุทธ์ รวมพลังผู้แทนจำหน่าย
บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด จัดงาน Thai Honda Midyear Meeting 2026 งานประชุมผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ Honda ทั่วประเทศ ประจำกลางปี 2569 ภายใต้แนวคิด "Move up to Future Ahead" เพื่อสื่อสารวิสัยทัศน์ และทิศทางการดำเนินธุรกิจ พร้อมสร้างความเชื่อมั่น และความพร้อมในการเติบโตร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่าย
มาซายูกิ ฮามามัตสึ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า ไทยฮอนด้าฯ จะเดินหน้าสนับสนุนผู้จำหน่ายอย่างเต็มที่ ผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ ทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด การยกระดับมาตรฐานโชว์รูม และศูนย์บริการ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ตลอดจนการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า เพื่อให้เราสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง และพร้อมรับทุกความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ภายในงาน คณะผู้บริหารของไทยฮอนด้าฯ ได้ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ ทิศทางการดำเนินธุรกิจ และกลยุทธ์สำคัญสำหรับช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมแลกเปลี่ยนแนวคิด และแนวทางการดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ โดยมุ่งยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกช่วงของการเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ Honda ตั้งแต่การเลือกซื้อ การใช้งาน การเข้ารับบริการ ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย ภายใต้แนวคิด Customer Journey เพื่อสร้างความพึงพอใจ ความเชื่อมั่น และความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว โดยกลยุทธ์หลักทั้ง 4 ข้อ ที่ไทยฮอนด้าฯ และเครือข่ายผู้จำหน่ายจะร่วมกันขับเคลื่อนในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่
ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค
ไทยฮอนด้าฯ จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายในทุกเซกเมนท์ ทั้งรถจักรยานยนต์ A.T. รถครอบครัว รถสปอร์ท ตลอดจนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่าง Honda UC3 ที่สะท้อนทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมของ Honda
ยกระดับ Honda Wing Center สู่มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
ไทยฮอนด้าฯ เดินหน้ายกระดับเครือข่าย Honda Wing Center ภายใต้แนวคิด "Simple & Elegance" โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าในทุกจุดสัมผัส ผ่านการพัฒนาพื้นที่จัดแสดงสินค้า พื้นที่รับรองลูกค้า และศูนย์บริการให้มีความทันสมัย และได้มาตรฐาน พร้อมตั้งเป้าเปลี่ยนป้ายร้านรูปแบบใหม่ให้ครบ 100 % ภายในปี 2026 และปรับโฉม Honda Wing Center ให้ครบ 915 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2028 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าลูกค้า Honda จะได้รับประสบการณ์ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอจากเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ
พัฒนาศักยภาพบุคลากร สร้างเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง
การพัฒนาบุคลากรถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ไทยฮอนด้าฯ จึงให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพของบุคลากรในเครือข่ายผู้จำหน่าย ผ่านหลักสูตรอบรมด้านผลิตภัณฑ์ การขาย และการจัดการงานบริการเชิงรุก เพื่อให้พนักงานสามารถส่งมอบคำแนะนำ และการดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการจัดกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนแนวคิด และแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างผู้จำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผู้จำหน่ายร่วมสื่อสารแบรนด์ผ่านคอนเทนท์บนพแลทฟอร์มออนไลน์ โดยภายในงานยังได้มีการมอบรางวัลแก่ผู้จำหน่ายที่มีผลงานโดดเด่นจาก TikTok Challenge ทั้ง 2 กิจกรรม ได้แก่ My Honda Moto TikTok Challenge และ Honda UC3 The Urban First Movers Contest เพื่อขอบคุณผู้จำหน่ายที่ร่วมสร้างสีสัน และถ่ายทอดภาพลักษณ์ของแบรนด์สู่ผู้บริโภคผ่านคอนเทนท์ที่สร้างสรรค์
ร่วมสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยไปพร้อมกับผู้จำหน่าย
ไทยฮอนด้าฯ เชื่อว่าบทบาทของผู้จำหน่ายไม่ได้มีเพียงการส่งมอบรถจักรยานยนต์ และบริการที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการร่วมสร้างสังคมแห่งการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย บริษัทฯ จึงเดินหน้าส่งเสริมให้ผู้จำหน่ายมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดกิจกรรม Safety for Kids การสนับสนุนโครงการ "สพฐ.-ไทยฮอนด้าฯ ปลุกพลังฝัน สร้างถนนปลอดภัย (Dream for Safer Roads)" ตลอดจนกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ ในชุมชน เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้แก่คนไทยทุกเพศทุกวัย และร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
การประชุมผู้จำหน่ายในครั้งนี้ ตอกย้ำความเชื่อมั่นของไทยฮอนด้าฯ ว่า ผู้จำหน่าย คือ พันธมิตรสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยไทยฮอนด้าฯ จะเดินหน้าสนับสนุน และพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง และสร้างคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอยู่เสมอ































