ธุรกิจ
ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์/12 Sep 2026
ข่าวเด่นสัปดาห์นี้ พบกับข่าวร้อนในช่วงนี้ ประเด็นการปรับขึ้นภาษีรถ EV ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง พร้อมข่าวสารยานยนต์ ที่น่าติดตามอีกมากมาย ทั้งรถยนต์ใหม่ รถจักรยานยนต์ใหม่ ที่เตรียมพร้อมสู้ศึกกันอย่างคึกคักHighlight
จ่อขึ้นภาษีรถ EV เป็น 31-39 % หากไม่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ
วันที่ 10 กันยายนนี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ต้องจับตาการพิจารณาทิศทางนโยบาย และกรอบการสนับสนุนรถยนต์แต่ละประเภทให้มีความชัดเจน ทั้งกลุ่มนำเข้า 100 % และกลุ่มที่มีฐานการผลิตในประเทศ
ปรับภาษีรถ EV ไม่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ
ส่วนประเด็นที่น่าสนใจ คือ การปรับภาษีสรรพสามิต โดยกระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิต อยู่ระหว่างพิจารณาปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฟฟ้าประเภท (REEV) ถ้ากลุ่มดังกล่าวนี้ไม่ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ อาจถูกปรับภาษีจากปัจจุบัน 10 % ขึ้นเป็น 31-39 % ตามข้อเสนอเอกชน เพื่อป้องกันการนำเข้ารถยนต์เข้ามาแข่งขันกับรถผลิตในไทย
รถ EV จ่ายเพิ่มอีก 3-4 แสนบาท
หากมีการปรับภาษีสรรพสามิตขึ้นจริง และสูงเกิน 30 % จะส่งผลต่อรถ EV ซึ่งหากรถคันละ 1 ล้านบาท อาจต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นจากเดิม 1 แสนบาท เป็น 3-4 แสนบาททันที แต่จะมีมาตรการยกเว้นให้แก่รถที่มีคำสั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้ว ขณะที่ภาษีสรรพสามิตของรถที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ยังคงได้รับสิทธิ์ภาษีต่ำ เพื่อส่งเสริมการผลิตรถยนต์ในประเทศ เช่น รถ EV เสียภาษี 2 % ส่วนรถไฮบริด และพลัก-อิน ไฮบริด เสีย 5-6 % โดยปัจจุบันอัตราภาษีเริ่มต้นอยู่ที่ 15 %
กรมสรรพสามิต เผยว่า การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ต้องสอดคล้องกับสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีหลักการ 3 เรื่อง คือ
- ไทยจะไม่เป็นเพียงผู้นำเข้ารถไฟฟ้าอย่างเดียว แต่จะใช้การนำเข้าเพื่อสร้างบรรยากาศ และดึงดูดการลงทุน เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าสู่ประเทศ ซึ่งขณะนี้มีอยู่แล้ว 9-10 โรงงาน
- ขยายสเกลสู่การส่งออก โดยเมื่อมีการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศแล้ว เป้าหมาย คือ การขยายกำลังการผลิตเพื่อเป็นศูนย์กลางส่งออกรถยนต์ของภูมิภาค
- ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ที่มีมูลค่าสูงมากกว่าแค่การประกอบ หรือผลิตชิ้นส่วนพื้นฐาน
.............................................................................................................................
Nissan ส่งออก Kicks e-Power สู่ฟิลิปปินส์
Nissan ประกาศส่งออก Nissan Kicks e-Power ใหม่ ที่ผลิตจากโรงงาน Nissan ประเทศไทย สู่ประเทศฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ สะท้อนความเชื่อมั่นในการผลิตคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น และบทบาทสำคัญของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิต และส่งออกยานยนต์ของ Nissan สำหรับภูมิภาคอาเซียน
มาซาโอะ สึสึมิ ประธาน Nissan ประเทศไทย และอาเซียน กล่าวว่า Nissan Kicks e-Power ใหม่ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และรูปแบบการใช้งานของลูกค้าในภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยี e-Power เอกสิทธิ์เฉพาะของ Nissan ที่มอบประสบการณ์การขับเคลื่อน ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100 % เปลี่ยนน้ำมันเป็นไฟฟ้า ไม่ต้องรอชาร์จ ได้ทั้งสมรรถนะ ประหยัดน้ำมัน และสะดวกในการใช้งานทุกการเดินทาง การส่งออกจากประเทศไทยในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ Nissan มีต่อการผลิตคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่นของโรงงานในประเทศไทย ตลอดจนความสามารถ และความทุ่มเทของพนักงานไทย ในการส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพสูงให้แก่ลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน
Nissan Kicks e-Power ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 การส่งออกในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ Nissan ในการนำยนตรกรรมที่ผลิตในประเทศไทยสู่ตลาดต่างประเทศ สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิต และส่งออกหลักของ Nissan ในภูมิภาคอาเซียน และความมุ่งมั่นในการส่งมอบ ผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่นที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
.............................................................................................................................
Mitsubishi เผยไฮไลท์สเปค All New Mitsubishi Pajero
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เผยไฮไลท์สเปค “All-New Mitsubishi Pajero” รถยนต์ Cross Country SUV รุ่นเรือธงเจเนอเรชันใหม่ ซึ่งกำหนดเปิดตัว พร้อมจำหน่าย 3 รุ่นย่อยอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 19 ตุลาคม 2569
สานต่อตำนาน “Pajero” สู่บทใหม่ของยนตรกรรมที่สะท้อนความเป็นที่สุดของ Mitsubishi Motors ด้วยการผสาน “ความมั่นใจในการขับขี่” (Confidence) จากสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอันทรงพลัง และเทคโนโลยีล้ำสมัย เข้ากับ “ความสะดวกสบาย” (Comfort) ทั้งด้านความสบายของห้องโดยสาร และความคล่องตัวในการควบคุมรถ ก่อนก้าวไปอีกขั้นกับ “ความเหนือระดับ” (Prestige) ผ่านคุณภาพ และความประณีตในทุกมิติ เพื่อเติมเต็มทุกการเดินทาง และปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยอย่างแท้จริง
All-New Mitsubishi Pajero มาด้วยขุมพลังคลีนดีเซล 2.4 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบ Single Variable-Geometry Turbocharger (VGT) ให้พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวทันเมตร มอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม และการตอบสนองที่ฉับไว ตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงการขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ (8AT) ที่ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่น และต่อเนื่อง พร้อมโหมดสปอร์ท (Sport Mode) และ Paddle Shift เพื่อเพิ่มความสนุก และความคล่องตัวในการควบคุมรถในหลากหลายสถานการณ์
ขณะเดียวกัน ช่วงล่างยังได้ปรับปรุงใหม่ ให้เกาะถนนทั้งทางดำ และทางฝุ่นได้อย่างมั่นคง และนุ่มนวล รวมถึงยังยกระดับสมรรถนะการขับขี่ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะของ Mitsubishi Motors ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ระบบควบคุมการขับเคลื่อน และสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control- AYC) และ 7 Drive Mode ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขับขี่ได้อย่างสบายใจในทุกสภาพถนน สภาพอากาศ และทุกรูปแบบการเดินทาง ตอกย้ำความเป็น Pajero ที่พร้อมรับมือกับทุกเส้นทางที่ท้าทาย
ดีไซจ์นภายนอกของ All-New Mitsubishi Pajero ยังคงถ่ายทอดความแกร่งในแบบรถยนต์ Cross Country SUV ด้วยมิติตัวถังรูปทรงบึกบึน และริ้วเส้นสายที่ทรงพลัง พร้อมนำเสนอกระจังหน้าแบบ Kendo Mask ในรุ่นเริ่มต้น และรุ่นกลาง ขณะที่รุ่นทอพโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าแบบ Honeycomb พร้อมชุดตกแต่งพิเศษบริเวณกันชนหน้า และกันชนหลัง รวมถึงแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ (Skid Plate) และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ที่ช่วยเสริมความเท่ และความสง่างามให้แก่ตัวรถ ตลอดจนระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดลอค (Welcome Light) และไฟ Animation ขณะลอค และปลดลอครถ (Dynamic Flow Light) ที่สะกดทุกสายตา
ภายในห้องโดยสารได้รับการจัดพื้นที่ และตำแหน่งเบาะนั่งอย่างเหมาะสม เพื่อมอบพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางแก่ผู้โดยสารในทุกแถว ทั้ง 7 ที่นั่ง ให้ความรู้สึกไฮเอนด์ด้วยวัสดุเบาะหนัง และหนังสังเคราะห์เกรดพรีเมียมในโทนสีน้ำตาล Camel ที่จับคู่กับสีดำอย่างมีชั้นเชิง ยกระดับความความเงียบ และความผ่อนคลายภายในห้องโดยสาร ด้วยกระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) ที่ติดตั้งทั้งกระจกประตูบานหน้า และบานหลัง ควบคู่กับวัสดุลดเสียงรบกวนที่ติดตั้งอย่างทั่วถึง ช่วยลดเสียงลมปะทะ และเสียงเครื่องยนต์ระหว่างการเดินทาง เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถพูดคุยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
อีกทั้งยังมอบความสะดวกสบายขั้นสุดด้วยเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่งคู่หน้า พวงมาลัย และกระจกมองข้าง โดยหน้าจอบริเวณด้านหน้าของห้องโดยสารได้รับแรงบันดาลใจจากหน้าจอแนวนอนบริเวณคอนโซลหน้าของ Pajero รุ่นแรก ซึ่งนำมาปรับใช้ให้ร่วมสมัยผ่านแผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว (Monolithic Dual Display) ที่เชื่อมต่อหน้าจอระบบสัมผัส และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 14.3 นิ้ว จำนวน 2 หน้าจออย่างไร้รอยต่อ ก่อนเติมเต็มสุนทรียภาพด้วยเครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง คุณภาพสูง ดื่มด่ำคุณภาพเสียงเต็มอรรถรสตลอดการเดินทาง พิเศษยิ่งขึ้นด้วยหลังคากระจกพาโนรามา สัมผัสความโปร่งโล่ง พร้อมเปิดรับทัศนียภาพรอบตัว
มอบความอุ่นใจที่เหนือกว่าเดิม All-New Mitsubishi Pajero เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Senseครอบคลุม 360 องศา เสริมด้วยระบบเตือน และป้องกันการออกนอกเลน (LDP, LDW) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN) ระบบเตือนรถสวนด้านหน้า (FCTA) ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน ในกรณีเหยียบคันเร่งผิดพลาด (EAPM) ระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนที่ (MOD) ระบบช่วยเบรคขณะถอยหลังออกจากช่องจอด (RCTB) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) และระบบช่วยอ่านป้ายจราจร (TSR) รวมถึงยังมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ MI-Pilot ที่ช่วยเพิ่มความสะดวก และลดภาระของผู้ขับขี่ระหว่างการเดินทาง เสริมความมั่นใจ และความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสารได้อย่างเต็มเปี่ยม
All-New Mitsubishi Pajero พร้อมจำหน่าย 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นเริ่มต้น รุ่นกลาง และรุ่นทอพ อย่างเป็นทางการ ที่โชว์รูม Mitsubishi กว่า 180 แห่งทั่วประเทศ ในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
.............................................................................................................................
Omoda & Jaeoo ครองอันดับ 1 ยอดจดทะเบียน สค. 69
Omoda & Jaeoo (ประเทศไทย) ประกาศความสำเร็จคว้าอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger Car) สัญชาติจีนในประเทศไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมทะยานขึ้นสู่อันดับ 3 ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรวมทุกแบรนด์ในไทย
ด้วยยอดจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 4,004 คัน เติบโตสูงถึง 23.16 % เมื่อเทียบเดือน/เดือน (MoM) จากเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเคยครองอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมทุกประเภทด้วยยอด 3,251 คัน
สัดส่วนยอดจดทะเบียนประจำเดือนสิงหาคมของรถยนต์แบรนด์ Omoda & Jaeoo สะท้อนให้เห็นถึงกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค โดยมี Jaecoo 5 EV ที่ยังคงครองสัดส่วนยอดจดทะเบียนสูงสุดถึง 65.31 % ตอกย้ำความเป็น Compact SUV พลังงานไฟฟ้ายอดนิยมที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์ Omoda & Jaeoo ด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง และระบบบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ ทั้งการขยายตัวของเครือข่ายโชว์รูม และศูนย์บริการที่ปัจจุบันครอบคลุมกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ และการมอบ Lifetime Warranty Package ซึ่งครอบคลุมแบทเตอรี มอเตอร์ และระบบควบคุมไฟฟ้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับความเชื่อมั่น และการดูแลตลอดอายุการใช้งาน
............................................................................................................................
Triumph เผยโฉม “Friends of Triumph” ครั้งแรกในไทย
Triumph Motorcycles สร้างความแข็งแกร่งให้แก่แบรนด์ในประเทศไทย เปิดตัว “Friends of Triumph” ครั้งแรกในประเทศไทย ผ่าน 3 ตัวแทนผู้ขับขี่ที่มีคาแรคเตอร์ และไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน ได้แก่ นิกกี-ณฉัตร จันทพันธ์ นอท-ณัฐสิทธิ์ ปัญญางาม และแชมพ์-ชนาธิป โพธิ์ทองคำ ซึ่งล้วนเป็นผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ Triumph ตัวจริง และมีเรื่องราวความผูกพันกับรถจักรยานยนต์ในมุมที่แตกต่างกัน
มาร์เซโล ซิลวา ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว Friends of Triumph ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Triumph ในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่คอมมูนิทีของผู้ขับขี่ในประเทศไทย เรามองว่าความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้ขับขี่ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อส่งมอบรถจักรยานยนต์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ และเรื่องราวร่วมกัน และไม่ได้มอง Triumph เพียงในฐานะรถจักรยานยนต์พรีเมียม แต่ยังเป็นแบรนด์ที่สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ และตัวตนของผู้ขับขี่ได้ เราจึงต้องการต่อยอดจากฐานผู้ขับขี่ที่มีอยู่ เพื่อสร้างคอมมูนิทีของ Triumph ให้แข็งแรงขึ้น
“อีกทั้งสิ่งที่น่าสนใจของ Friends of Triumph คือ ความหลากหลายของผู้ขับขี่ทั้ง 3 ที่มีวิถีการใช้ชีวิต และรูปแบบการขับขี่ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การเริ่มต้นการขับขี่ การเดินทางในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการขับขี่เพื่อสัมผัสประสบการณ์ผจญภัย ทั้งหมดนี้มีสิ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาไว้ด้วยกัน นั่นคือ ความหลงใหลที่มีต่อการขับขี่รถจักรยานยนต์
ดังนั้น เราต้องการให้เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนว่า Triumph สามารถตอบโจทย์ และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้ขับขี่ในหลากหลายรูปแบบอย่างแท้จริง"
จิราพร สำเร็จกิจเจริญ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัดเผยว่า สำหรับ Friends of Triumph ทั้ง 3 คนจะเข้ามาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ขับขี่ผ่านมุมมอง และประสบการณ์จริงที่แตกต่างกัน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า Triumph สามารถตอบโจทย์ผู้ขับขี่ได้หลากหลายคาแรคเตอร์ และไลฟ์สไตล์ตั้งแต่การใช้ชีวิตในเมือง การค้นหาประสบการณ์ใหม่ ไปจนถึงการออกเดินทางสู่เส้นทางที่ท้าทาย และ Triumph ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงรถจักรยานยนต์ที่พาผู้ขี่ไปยังจุดหมาย แต่ยังเป็นสิ่งสะท้อนเอกลักษณ์ และตัวตนของเจ้าของอีกด้วย
“นิกกี-ณฉัตร จันทพันธ์” นักแสดง และครีเอเตอร์ที่มีไลฟ์สไตล์สนุกสนาน จะมาร่วมถ่ายทอดมุมมองของผู้ขับขี่ที่หลงใหลใน British Spirit และ DNA ของ Triumph ผ่านรถจักรยานยนต์ Triumph Bonneville T100 โดยมองว่าการขับขี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของรถจักรยานยนต์ แต่เป็นความสนุกที่สร้างโอกาสในการเปิดโลก เรียนรู้ และท้าทายตัวเองอยู่เสมอ สอดคล้องกับตัวตนที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง พร้อมนำความหลงใหลมาผสมผสานกับการใช้ชีวิตในแบบที่สนุก และเป็นตัวเอง
“นอท-ณัฐสิทธิ์ ปัญญางาม” นักแสดงที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สะท้อนภาพของผู้ขับขี่ที่นำ Triumph มาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ เป็นแฟชันไอเทมคู่ใจ โดยเลือกรถจักรยานยนต์ Triumph Scrambler 900 ที่สามารถเข้ากับหลากหลายโมเมนท์ของชีวิต ตั้งแต่การใช้ชีวิตในเมือง ไปจนถึงการออกไปพบเจอผู้คน และทำกิจกรรมต่างๆ
“แชมพ์-ชนาธิป โพธิ์ทองคำ” นักแสดงสายลุย และผู้หลงใหลในการเดินทางสไตล์แอดเวนเจอร์ จะถ่ายทอดอีกมิติของการขับขี่ผ่านการออกเดินทาง และการค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วย
Triumph Tiger 1200 Rally Pro รถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ที่พร้อมพาออกไปสัมผัสโลกกว้าง ตั้งแต่เส้นทางบนถนนไปจนถึงเส้นทางที่ท้าทายยิ่งขึ้น เพื่อเปลี่ยนทุกระยะทางให้กลายเป็นเรื่องราว และทุกจุดหมายให้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าจดจำ
“ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า Friends of Triumph เป็นมากกว่าการเลือกตัวแทนของแบรนด์ แต่เป็นการมุ่งเน้นการสร้างคอมมูนิทีให้แข็งแกร่ง สะท้อนตัวตน และมุมมองการใช้ชีวิต พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มคนที่มีความชื่นชอบในแบรนด์ และมีความหลงใหลในสิ่งเดียวกันผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย โดยเราเชื่อว่าลูกค้าทุกคน คือ Friends ของเรา และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนคอมมูนิทีนี้ไปด้วยกัน”
.............................................................................................................................
Vespa ฉลอง 80 ปี เปิดคอลเลคชันพิเศษ
Vespa ตอกย้ำตำนานสกูเตอร์ตัวจริงจากอิตาลี ปลดลอคหน้าประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ร่วมฉลองครบรอบ 80 ปีอย่างยิ่งใหญ่กับ “Vespa 80th” นำโดย GTS 300 ในแบบ Limited Edition และยิ่ง Exclusive กับ GTS Limited Edition Touring เพียง 20 คัน ในประเทศไทย พร้อมสองรุ่นยอดฮิทดีไซจ์นพิเศษอย่าง Sprint 80th และ Primavera 80th
บริษัท วีพีพีดับเบิลยู ซัพพลายส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถสกูเตอร์ Vespa อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมแล้วที่จะพา Vespisti ชาวไทยร่วมเดินทางสู่ห้วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจในวาระครบรอบ 80 ปี ของสกูเตอร์ที่เป็นดั่งอิสรภาพ และไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั่วโลก และยังเป็นปีที่ 15 ของบริษัท เวสปิอาริโอ จำกัด ที่อยู่คู่กับพี่น้องชาวไทยมาอย่างยาวนานอีกด้วย
ตลอดการเดินทางกว่าหลายทศวรรษที่ผ่านมา Vespa ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นที่รักของผู้คนมาตลอด ด้วยเรื่องราวแห่งความผูกพัน และเอกลักษณ์ที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้ แม้จะผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานขนาดไหนแต่ Vespa ก็ยังคงขับเคลื่อนไลฟ์สไตล์ของผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน และพร้อมที่จะสร้างโมเมนท์แห่งความประทับใจครั้งยิ่งใหญ่ด้วยกันอีกครั้ง กับคอลเลคชันพิเศษ Vespa 80th
ความพิเศษของ Collection
หยิบเอาแรงบันดาลใจจากดีไซจ์นของ Vespa 98 สกูเตอร์รุ่นแรกของโลกที่ยื่นจดสิทธิบัตรในปี 1946 มาถ่ายทอดใหม่โดยเล่าผ่านดีไซจ์นในส่วนต่างๆ อย่างชัดเจนทั้ง
- สีพิเศษ Verde Pastello แรงบันดาลใจจากสีเขียวเริ่มต้นของ Vespa ซึ่งเป็นตัวแทนของความหวัง และการเริ่มต้นใหม่ในยุคหลังสงคราม สะท้อนผ่านการเดินทางของแบรนด์ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นำมาดีไซจ์นครอบคลุมรายละเอียดชิ้นส่วนต่างๆ ได้อย่างกลมกลืนรอบคันรถ
- ล้อแมกดีไซจ์นใหม่ ที่ได้รับอิทธิพลมาจากล้อเหล็กปั๊มขึ้นรูปในอดีต ตกแต่งขอบล้อจากเทคนิค Diamond Cut ด้วยข้อความ "Est. 1946" เพื่อเป็นการคารวะแด่ต้นกำเนิดกว่า 80 ปี
- พเลทเหล็ก และดีไซจ์นเลข 80 ประจำรุ่นที่ช่วยเน้นย้ำถึงปีแห่งการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบนี้
- Side Grid ข้างตัวรถ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่องระบายความร้อนของ Vespa ในยุคแรก
คอลเลคชันเฉลิมฉลอง 80 ปีนี้ ได้ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันผ่านตัวตนของสกูเตอร์ยอดนิยมถึง 3 รุ่นด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ทุกสไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกันได้อย่างครบถ้วน
GTS 80th Limited Edition
ที่สุดแห่งคลาสสิคเหนือระดับ พี่ใหญ่ที่ผสานความสปอร์ท และความคลาสสิคไว้อย่างไร้ที่ติ ในแบบของ SuperTech ขนาด 300 ซีซี อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว มาพร้อมระบบกุญแจอัจฉริยะ Keyless พร้อมโดดเด่นด้วยชิลด์หน้าใสที่ช่วยให้การขับขี่คล่องตัวยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้อยู่บนดีไซจ์นใหม่ได้อย่างลงตัว ช่วยสะท้อนความเอกซ์คลูซีฟของรุ่นนี้
GTS 80th Limited Edition Touring
เสริมความพิเศษด้วยชุดของแต่งในแบบ Touring เข้าชุดกัน ทั้ง Top Box เฉดเดียวกับตัวรถ มาพร้อมเบาะพิงหลังเข้าคู่กัน และ Rear Rack ที่ช่วยให้ลุคของตัวรถมีความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้มาในรูปแบบสุด Exclusive เพียง 20 คัน ในประเทศไทยเท่านั้น
Sprint-Primavera 80th Special Edition
ร่วมฉลองปีแห่งความพิเศษนี้กับ 2 รุ่นยอดฮิท Sprint และ Primavera บนเครื่องยนต์ขนาด 180 ซีซีใหม่ล่าสุด มาพร้อมชิลด์สั้นใสรับกับไฟหน้าทั้ง 2 รุ่น นี่แหละ คือ ความโดดเด่นที่พร้อมเติมเต็มไลฟ์สไตล์แบบ Classic Sporty อย่างแท้จริง เสริมด้วยฟีเจอร์ที่ช่วยยกระดับความสะดวกสบายทั้งหน้าจอดิจิทอล LCD ไปจนถึงระบบกุญแจ Keyless System โดดเด่นด้วยงานดีไซจ์นที่เน้นชิ้นส่วนตกแต่งในสไตล์ Satin Chrome
ลุคพรีเมียม และลงตัวกับสีตัวถังอย่างสมบูรณ์แบบ
พร้อมเติมลุคให้ดู Touring มากยิ่งขึ้น กับ Exclusive Pack Touring แบบจำนวนจำกัด ที่มีมาให้เลือกพร้อมกับ Vespa เฉพาะ 2 รุ่นนี้เท่านั้น ประกอบด้วย Top Box และเบาะพิงหลัง ที่ดีไซจ์นมาอย่างลงตัวกับเฉดสีพิเศษของตัวรถ และ Rear Rack โครเมียมทรงโมเดิร์นที่เข้าได้กับทั้งสไตล์สปอร์ท หรือคลาสสิค
Vespa ประเทศไทย ยังมอบความพิเศษให้แก่เจ้าของ Vespa 80th ทุกคัน กับชุด 80 Years Of Vespa ของที่ระลึกฉลองครบรอบ 80 ปี ที่ประกอบไปด้วย กระเป๋าผ้า พวงกุญแจ และอื่นๆ ในดีไซจ์นเลข 80 สุดพิเศษตอกย้ำถึงปีแห่งการฉลองในครั้งนี้ ที่ชาว Vespisti พลาดไม่ได้
ร่วมฉลองความทรงจำสุดพิเศษนี้ไปกับ Vespa 80th
GTS 80th ในราคา 245,900 บาท และ GTS 80th Limited Edition Touring เพียง 20 คัน ในราคา 265,900 บาท
Sprint 80th Special Edition ในราคา 158,400 บาท Primavera 80th Special Edition ในราคา 153,400 บาท พร้อมเติมลุคให้ดู Touring มากยิ่งขึ้น กับ Exclusive Pack Touring ในราคา 13,930 บาท
(มีจำนวนจำกัด)






















