Motorcycle
ไทยฮอนด้าฯ มั่นใจศักยภาพไทย พร้อมแผนลงทุนต่อเนื่อง
ไทยฮอนด้าฯ เผยไทยเป็นตลาดสำคัญ มั่นใจศักยภาพการเติบโตของตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย พร้อมแผนลงทุนต่อเนื่อง ตลาดอีวี ยังคงต้องรอในเรื่องของสถานีชาร์จ และระยะทางวิ่งยังไม่ตอบโจทย์ ครึ่งปีหลัง ชู Honda 160 Series นำทัพ เปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ 4 รุ่น พร้อมเติมสีสันคอลแลบดิสนีย์ และพิกซาร์ Buzz Lightyear และ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition เสริมทัพทุกเซกเมนท์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดHighlight
ไทยฮอนด้าฯ ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ Honda ในประเทศไทย ประกาศความพร้อมการลงทุนในประเทศไทย มั่นใจศักยภาพการเติบโต มองไทยเป็นตลาดที่สำคัญ พร้อมลุยตลาดครึ่งหลังด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมด้วยเทคโนโลยี
มาซายูกิ ฮามามัตสึ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 แม้ตลาดรถจักรยานยนต์จะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ด้วยแรงสนับสนุน และความไว้วางใจที่ทุกท่านมีให้แก่ไทยฮอนด้าฯ เสมอมา ทำให้ไทยฮอนด้าฯ ยังคงรักษาความเป็นผู้นำของตลาดได้อย่างต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตคิดเป็น 102 % เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2025 และสำหรับช่วงครึ่งปีหลัง เราคาดว่าตลาดรวมตลอดทั้ง ปีจะอยู่ประมาณ 1.73-1.77 ล้านคัน และเราตั้งเป้าหมายยอดจำหน่ายของ Honda ไว้ที่ 1.40-1.43 ล้านคัน ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาด และฐานการผลิตที่สำคัญของ Honda ในระดับโลก ไทยฮอนด้าฯ จึงพร้อมเดินหน้าลงทุน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ควบคู่กับการสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัย และเดินหน้าสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างมั่นคง และยั่งยืน
"ประเทศไทยยังมีความสำคัญในการลงทุน โดยนโยบายของ Honda จะยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก หากมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทใดก็พร้อมที่จะผลิตรองรับทุกความต้องการ ถึงแม้ว่าตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จะยังไม่เติบโตมากนัก แต่ยังพร้อมที่จะผลิตในไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะถึงแม้ว่าจะนำเข้ามาถูกกว่า แต่วิธีการผลิตจะแตกต่างกัน และผลิตภัณฑ์ก็จะแตกต่างกันด้วย ดังนั้น หากประเทศไทยตลาดต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทไหน Honda พร้อมสนองความต้องการของลูกค้าเสมอ"
สำหรับด้านกำลังการผลิตของไทยฮอนด้าฯ ปัจจุบันจะผลิตอยู่ที่ 1.75 ล้านคัน สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของ Honda ในปัจจุบันมีอยู่ 2 รุ่น คือ CU3 ครึ่งปีแรกมียอดขาย 1,000 คัน และ CUV e ครึ่งปีแรกมียอดขาย 800 คัน ถึงแม้ว่ายอดขายจะยังไม่มากนัก แต่ Honda พร้อมที่จะให้บริการด้วยการขยายสถานีชาร์จเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันจะมีสถานีชาร์จอยู่ที่ตัวแทนจำหน่ายทุกแห่ง และอีก 16 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีเสารอยู่รวมั้งสิ้น 200 จุด และมีแผนจะขายครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ ในปี 2027
ส่วนการดำเนินงานครึ่งปีหลัง ไทยฮอนด้าฯ เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่รวม 4 รุ่น มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Premium A.T. , Sport A.T. และ Lifestyle โดยยังคงเดินหน้าพัฒนาทั้งรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป เพื่อมอบทางเลือกที่เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้าในแต่ละไลฟ์สไตล์ ในส่วนของรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป Honda ยังคงเดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของ Honda 160 Series ผ่าน New Honda Click160 Sport A.T. ดีไซจ์นใหม่โฉบเฉี่ยวสปอร์ทขั้นกว่า และ New Honda PCX160 Premium A.T. เฉดสีใหม่ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในเซกเมนต์ดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังเพิ่มสีสันให้แก่ตลาดรถจักรยานยนต์แฟชัน A.T. ด้วย New Honda Giorno+ Buzz Lightyear Limited Edition จำนวนจำกัด 2,000 คันเท่านั้น และ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition ที่นำเสน่ห์ของวัฒนธรรมญี่ปุ่นยุค 80s มาสร้างสรรค์เป็นรถลิมิเทดเอดิชัน จำนวนจำกัด 500 คันเท่านั้น
อีกไฮไลท์ คือ New Honda Click160 ภายใต้คอนเซพท์ "Click อย่างผู้นำ จ่าฝูงทุกเส้นทาง" ตัวจริงสายสปอร์ทแห่ง Honda 160 Series ที่มอบความคล่องตัว และแรงเร้าใจในทุกการขับขี่ โดยได้รับการยกระดับดีไซจ์นให้โฉบเฉี่ยว และคล่องตัวยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยลวดลาย Forged Composite Carbon และ New Soft Emblem Click สี Hologram เสริมความพรีเมียมสปอร์ท ตอบโจทย์การขับขี่ในเมือง และการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ขนาด 157 ซีซี ให้สมรรถนะที่สนุก เร่งได้ดั่งใจ เสริมความมั่นใจด้วยระบบ ABS ที่ล้อหน้า และ Disc Brake ดิสก์เบรคหน้า-หลัง ระบบไฟ Full LED Lighting, หน้าจอ Full Digital Speedometer, Honda Smart Key ที่มาพร้อมฟังค์ชันระบุตำแหน่งรถ และป้องกันการโจรกรรม, USB-C Charger, Pop-up Hook และพื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะขนาด 18 ลิตร โดยมีให้เลือก 4 สีใหม่ ได้แก่ สีเหลือง-ดำ, สีขาว-ดำ, สีดำ และสีเขียว-ดำ วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 69,900 บาท
นอกจากนี้ New Honda Click160 ยังเปิดตัว Click160 R Limited Edition รุ่นตกแต่งพิเศษสไตล์สปอร์ทจาก H2C โดดเด่นด้วยชอคอับหลัง Profender Air Plus รุ่นพรีเมียมล่าสุด ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 76,400 บาท รวมถึงมีอุปกรณ์ตกแต่ง H2C ให้เลือกเพิ่มเติมอย่างครบครัน
New Honda PCX160 ตัวจริงแห่งความพรีเมียมของ Honda 160 Series ที่มอบความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง ภายใต้คอนเซพท์ "Be The Mark of Pride อีกระดับความภูมิใจ สู่ความเชื่อมั่นไม่สิ้นสุด" มาพร้อมดีไซจ์นสปอร์ทพรีเมียมใน 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีเทา-ดำ Matt Guardian Silver สำหรับรุ่น RoadSync Type และสีเขียว-ดำ Vapor Green กับสีน้ำเงิน-ดำ Blue Metallic สำหรับรุ่น Standard Type สะท้อนภาพลักษณ์ที่ความโดดเด่น และสร้างความมั่นใจในทุกเส้นทาง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ขนาด 157 ซีซี มั่นใจด้วยดิสก์เบรคหน้า-หลัง พร้อมระบบ ABS และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ พร้อมวางจำหน่ายรวม 6 สี โดยรุ่น RoadSync Type วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 99,900 บาท และรุ่น Standard Type วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 96,000 บาท
ไทยฮอนด้าฯ เติมสีสันให้ตลาดรถจักรยานยนต์ไลฟ์สไตล์ด้วย New Honda Giorno+ Buzz Lightyear Limited Edition ผลงานคอลแลบครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างไทยฮอนด้าฯ และ Disney & Pixar ที่พา Buzz Lightyear คาแรคเตอร์ระดับไอคอนจากภาพยนตร์ Animation Toy Story ซึ่งครองใจแฟนๆ ทั่วโลกมายาวนานกว่า 30 ปี ออกเดินทางครั้งใหม่ ภายใต้คอนเซพท์ “Beyond the New High สู่สไตล์ใหม่ อันไกลโพ้น” ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ Buzz Lightyear ลงบนรถจักรยานยนต์ดีไซจ์นสุดเอกซ์คลูซีฟอย่างกลมกลืน ตั้งแต่ตัวรถโทนสีขาว เขียว และม่วงที่ชวนให้นึกถึงชุด Space Suit
พร้อมรายละเอียดเฉพาะที่แฟนตัวจริงจดจำได้ทันที อาทิ Classic LED Headlight ดีไซจ์นครอบไฟหน้า และเรือนไมล์สีม่วง โดดเด่น มีสไตล์, Space Ranger Icon ไอคอนเอกลักษณ์ประจำหน่วยสำรวจจักรวาล, Buzz Space Soft Emblem ปุ่ม 3 สี เหมือนชุดอวกาศของ Buzz Lightyear, Buzz Red Soft Emblem ปุ่มสีแดงตรงหน้าอกซ้าย Buzz Lightyear, Andy Signature สติคเกอร์ลายเซ็นใต้เท้า Buzz Lightyear, Buzz Lightyear Aluminium Floor Mat แผ่นรองเท้าดีไซจ์นพิเศษ ลวดลายปั๊มนูนรูปยานอวกาศ, Toy Story Soft Emblem สัญลักษณ์โลโกลิขสิทธิ์จาก Disney & Pixar, Space Ranger License Plate กรอบป้ายทะเบียนดีไซจ์นลิมิเทด รวมถึง Running Number Sticker ตั้งแต่คันที่ 1-2,000 ตอกย้ำความเป็นลิมิเทดเอดิชันสำหรับแฟน Disney & Pixar รวมถึงนักสะสมโดยเฉพาะ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,000 คัน วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 74,900 บาท
อีกรุ่นพิเศษ คือ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition ที่ออกแบบพิเศษสำหรับผู้ที่หลงใหลในเจแปนวินเทจ ถ่ายทอดเสน่ห์ของ Tokyo Vibes ยุค 80s ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ผ่านการดีไซจ์นเฉดสี ลายเส้น และชุดแต่งพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Popart ญี่ปุ่น ชวนให้ผู้ขับขี่ได้ย้อนกลับไปสัมผัสสีสัน และบรรยากาศแบบ City Pop อันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นยุค 80s มาพร้อม Light Brown Wind Shield บังลมหน้าสั้นดีไซจ์นใหม่ เติมความวินเทจในทุกเส้นทาง, Tokyo 80s Body Sticker เรซินสติคเกอร์ลาย Tokyo 80s ด้วยดีไซจ์น และโทนสีสไตล์ Popart ญี่ปุ่น, Chrome Body Protector & Front Carrier กันลาย และตะแกรงหน้าสีโครเมียม, Tokyo 80s Classic Helmet หมวกกันนอคทรงคลาสสิคเฉดสีเดียวกับตัวรถ และ Tokyo 80s Jacket ลายพิเศษที่ออกแบบมาให้แมทช์กับตัวรถอย่างลงตัว เติมเต็มแฟชันญี่ปุ่นยุค 80s ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดย Super Cub Tokyo 80s Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน มาพร้อมตัวรถ โทนสีขาว-เหลือง วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 54,000 บาท
ภายใต้ทิศทาง "Move up to Future Ahead" ไทยฮอนด้าฯ พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวรถจักรยานยนต์ทั้ง 4 รุ่นในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ในประเทศไทย ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในตลาด และฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ Honda ในระดับโลก ด้วยศักยภาพของตลาด เครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง และความพร้อมด้านการวิจัย และพัฒนาสำหรับภูมิภาคอาเซียน พร้อมกันนี้ไทยฮอนด้าฯ ยังเดินหน้าต่อยอด Honda 160 Series และรถจักรยานยนต์ไลฟ์สไตล์ เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ยุคใหม่ และรักษาความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง











