ธุรกิจ
GWM ประกาศลงทุนเพิ่ม 10,000 ล้านบาท

GWM Thailand ประกาศทิศทางจะลงทุนเพิ่มอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ และระบบนิเวศยานยนต์ ปี 2569 เปิดตัวรถยนต์ใหม่ 7 รุ่นHighlight
GWM Thailand มีแผนที่จะลงทุนเพิ่มอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ และระบบนิเวศยานยนต์ที่ครอบคลุม โดย ณ สิ้นปี 2568 GWM (กเรท วอลล์ มอเตอร์) มียอดขายสะสมในไทยรวมทั้งสิ้น 53,619 คัน ในปี 2569 GWM Thailand ตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 25,000 คัน เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 40 % พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย 4 กลยุทธ์หลัก
GWM Thailand บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ด้วยเม็ดเงินลงทุนสะสมในไทยแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท และมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ และระบบนิเวศยานยนต์ที่ครอบคลุม โดย ณ สิ้นปี 2568 GWM มียอดขายสะสมในไทยรวมทั้งสิ้น 53,619 คัน พร้อมสร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมาที่ 18,096 คัน เติบโตขึ้นถึง 146 % ตอกย้ำเป้าหมายการเป็น “The Most Trusted Chinese Brand in Thailand”
ในปี 2569 GWM Thailand ตั้งเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ 25,000 คัน เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 40 % พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
1. กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ เดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ใหม่ในปีนี้ทั้งสิ้น 7 รุ่น ครอบคลุมทั้ง HEV, PHEV, BEV และเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แบบ User-Centric โดยมีไฮไลท์สำคัญ คือ GWM ORA 5 (โอรา 5) รถยนต์ในเซกเมนท์ B-SUV ที่มาพร้อมทั้งรุ่น EV สำหรับชีวิตเมืองที่ทันสมัย และรุ่น HEV ที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ มอบสมรรถนะ และการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ WEY (เว่ย) เพิ่มขึ้นอีก 1 รุ่นในปลายปีนี้ และอีก 2 รุ่นในปี 2570 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการทำการตลาดของรถยนต์ระดับลักชัวรี โดยจะมีการสร้าง WEY Exclusive Showroom ตามพื้นที่สำคัญๆ ทั่วประเทศ แยกเป็นอิสระจากโชว์รูมทั่วไปของ GWM
2. กลยุทธ์ด้านการตลาด มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความไว้วางใจให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย เพื่อขึ้นสู่การเป็น “The Most Trusted Chinese Brand in Thailand” โดยเราจะเร่งสร้างการรับรู้ของแบรนด์ผ่านกลยุทธ์ Omni Channel พร้อมทำงานร่วมกับสื่อมวลชนเพื่อสื่อสารอย่างตรงจุด ตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้ รวมถึงการสร้างชุมชนผู้ใช้ที่แข็งแกร่ง และมั่นคง นอกจากนี้ GWM จะทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำการตลาดให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าตามภูมิภาคต่างๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น
3. กลยุทธ์ด้านการขาย ตั้งเป้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์ให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า และมอบบริการได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังเตรียมรุกตลาดรถยนต์ฟลีท (Fleet) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์ของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนอย่างเต็มรูปแบบ ยิ่งไปกว่านั้น GWM จะมีการนำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เข้ามาใช้ ซึ่งเป็นการนำจุดแข็งของระบบปัจจุบัน มารวมเข้ากับข้อดีของระบบ Wholesales เพื่อให้ได้สิ่งที่สมบูรณ์แบบในการทำการตลาดในปัจจุบัน และสร้างการเติบโตต่อไปในอนาคต โดยองค์ประกอบสำคัญในรูปแบบธุรกิจใหม่นี้ คือ การกระจายสินค้าให้พร้อมต่อปริมาณความต้องการในตลาดอย่างทั่วถึง และรวดเร็ว ด้วยระดับสตอคที่เหมาะสม และการรักษานโยบาย One Price เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า และรักษาผลกำไรให้พาร์ทเนอร์ โดย GWM ได้เริ่มใช้รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่นี้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
4. กลยุทธ์ด้านการบริการหลังการขาย เน้นย้ำสร้างความเชื่อมั่น และมุ่งสู่การเป็นอันดับหนึ่งในใจลูกค้า ผ่านการบริการจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ “รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” โดยมีอัตราการมีอะไหล่ (Part Fill Rate) ไม่น้อยกว่า 95 % พร้อมบริการส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมง ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และการจัดส่งทั่วประเทศภายใน 2 วันทำการ ควบคู่กับการขยายศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถัง และสี (Certified Body & Paint) จาก 14 แห่ง เป็น 40 แห่งทั่วประเทศ และเตรียมนำเทคโนโลยี AI และ Intelligent Chatbot มาช่วยวินิจฉัยปัญหา และตอบคำถามลูกค้าอย่างแม่นยำ และรวดเร็ว
GWM Day-5 Years Anniversary
ปี 2026 นี้ GWM ได้นำเสนอ Technology Showcase ซึ่งรวบรวมนวัตกรรมขุมพลัง 5 รูปแบบ ที่ออกแบบ และพัฒนาเพื่อรองรับการขับเคลื่อนแห่งอนาคต โดยประกอบด้วยกลุ่มเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ได้แก่ V6 Powertrain ที่ทรงพลัง และให้การขับขี่ราบรื่น รองรับงานหนัก และออฟโรดเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 3.0T เทอร์โบที่ให้สมดุลระหว่างพละกำลัง และการประหยัดเชื้อเพลิง และเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ที่ขึ้นชื่อด้านความทนทาน และแรงบิดสูง พร้อมการรับประกันคุณภาพสูงสุด 1 ล้านกิโลเมตร: กลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่ประกอบด้วย H8 Boxer Engine ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ ระบบ Hi4-Chassis ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ ที่ผสานทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์อย่างชาญฉลาด และไร้รอยต่อ และเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0T/1.5T เจเนอเรชันใหม่ ที่เน้นการประหยัดพลังงานพร้อมสมรรถนะที่มากกว่า: กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ซึ่งมีทั้งมอเตอร์ Good Cat (กูด แคท) ที่ให้การขับขี่นุ่มนวล คล่องตัว เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในเมือง และมอเตอร์ ORA 07 (โอรา 07) ที่มอบพละกำลังสปอร์ท พร้อมระบบจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพสำหรับการเดินทางไกล: กลุ่มพลังงานไฮโดรเจน (Fuel Cell) ที่นำเสนอ Fuel Cell Engine เทคโนโลยีพลังงานสะอาดซึ่งเปลี่ยนไฮโดรเจนเป็นกระแสไฟฟ้า พร้อมไอเสียเป็นเพียงน้ำ และสุดท้าย คือ กลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับไฮเอนด์ นำโดย SOUO Motorcycle รถจักรยานยนต์ที่สะท้อนศักยภาพด้านวิศวกรรมของ GWM ด้วยดีไซจ์นพรีเมียม และเครื่องยนต์สมรรถนะสูงเพื่อประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ
อีกทั้งยังเตรียมเปิดรถยนต์ใหม่ถึง 7 รุ่น พร้อมเร่งเครื่องมุ่งหน้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์ให้ถึง 100 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศไทย เพื่อสานต่อความไว้วางใจ และเสริมแกร่งการดูแลผู้ใช้งานรถยนต์ GWM ได้อย่างใกล้ชิด และทั่วถึง
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM Thailand กล่าวว่า เป้าหมายในปีนี้ของ GWM Thailand ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเติบโตด้านยอดขาย แต่คือการสร้างแบรนด์ที่ผู้ใช้งานชาวไทยสามารถเชื่อมั่นได้ในระยะยาว และตอกย้ำการดำเนินธุรกิจในไทยอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และต่อเนื่อง ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย และการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ควบคู่กับการดูแลลูกค้าอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน ซึ่งหนึ่งในความสำเร็จอันเป็นรูปธรรมที่สะท้อนถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อเรา คือ ความสำเร็จในการส่งมอบ GWM Tank 300 Diesel (แทงค์ 300 ดีเซล) ครบ 10,000 คัน ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เราจึงวางกลยุทธ์การดำเนินงานปี 2569 อย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทย ภายใต้กลยุทธ์ Multi-powertrain การขยายเครือข่ายให้ทั่วประเทศ รวมถึงต่อยอดทางธุรกิจด้านต่างๆ ภายใต้รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต และการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี และความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานชาวไทย พร้อมวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคงให้แก่ GWM ในตลาดประเทศไทย


